Thep Excel

FALSEคืนค่าตรรกะ FALSE

FALSE คืนค่าตรรกะ FALSE ใช้เป็นค่าคงที่ใน DAX สำหรับสร้างตรรกะและเงื่อนไข เช่น ใช้กับ IF หรือใช้เป็นค่าตั้งต้นในตัวแปร

fx
=FALSE()

ความนิยม5/10
ความยาก1/10
ประโยชน์5/10

อัปเดต 13 December 2025

Syntax & Arguments

FALSE เป็นฟังก์ชันที่คืนค่าตรรกะ FALSE ใช้เป็นค่าคงที่ (Boolean Constant) ใน DAX เพื่อสร้างเงื่อนไขหรือกำหนดสถานะ เช่น ใช้ร่วมกับ IF, AND, OR, NOT หรือใช้เป็นค่าตั้งต้นในตัวแปร

How it works

ตั้งค่าเริ่มต้นของตัวแปร/สถานะ

ใช้ FALSE() เป็นค่าเริ่มต้น แล้วค่อยเปลี่ยนเป็น TRUE เมื่อเข้าเงื่อนไข

Examples

ตัวอย่างที่ 1: คืนค่า FALSE โดยตรงFALSE()

FALSE() คืนค่าตรรกะ FALSE ใช้เป็นค่าคงที่ในนิพจน์

fx
=FALSE()

ผลลัพธ์FALSE
ตัวอย่างที่ 2: ใช้ใน IF เพื่อคืนค่าคงที่Always No = IF(FALSE(), "ใช่", "ไม่ใช่")

ตัวอย่างนี้แสดงว่า FALSE() สามารถใช้เป็นเงื่อนไขได้ (แม้ในงานจริงจะไม่ค่อยเขียนแบบนี้)

fx
Always No = IF(FALSE(), "ใช่", "ไม่ใช่")

ผลลัพธ์คืน "ไม่ใช่" เสมอ
ตัวอย่างที่ 3: ใช้เป็นค่าเริ่มต้นของ FlagFlag Example = VAR Flag = FALSE() RETURN IF([Total Sales] > 0, TRUE(), Flag)

ตั้งค่า Flag เริ่มต้นเป็น FALSE แล้วให้ IF ตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนเป็น TRUE หรือคง FALSE

fx
Flag Example =
VAR Flag = FALSE()
RETURN IF([Total Sales] > 0, TRUE(), Flag)

ผลลัพธ์คืน TRUE เมื่อยอดขายมากกว่า 0 มิฉะนั้นคืน FALSE

FAQs

FALSE ต่างจากการเขียนค่า FALSE ตรง ๆ ไหม?+

โดยหลักให้ผลเหมือนกัน แต่การใช้ FALSE() ทำให้รูปแบบสม่ำเสมอและชัดเจนว่าเป็นค่าตรรกะจากฟังก์ชัน

Resources & Related

ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ FALSE จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง

ฟังก์ชันนี้FALSELogical
Logical (5)
IF

IF เป็นฟังก์ชันตรรกะพื้นฐานที่สำคัญที่สุดใน DAX ใช้สำหรับตรวจสอบเงื่อนไข (logical test) แล้วคืนค่าที่แตกต่างกันตามผลลัพธ์ว่าเป็นจริง (TRUE) หรือเท็จ (FALSE) สามารถใช้ได้ทั้งในบริบท calculated column, measure, calculated table และ visual calculation ซึ่งทำให้มีความยืดหยุ่นสูง คืนค่าเป็น scalar value ได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นตัวเลข ข้อความ วันที่ หรือค่า boolean ถ้าไม่ระบุค่าสำหรับกรณีเท็จ (value_if_false) จะคืน BLANK() โดยอัตโนมัติ มีคุณสมบัติพิเศษคือ lazy evaluation behavior ที่ประมวลผลเฉพาะเส้นทาง (branch) ที่ถูกเลือกเท่านั้น ทำให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดี แตกต่างจาก Excel IF อย่างชัดเจนตรงที่ใช้รูปแบบอ้างอิงแบบ Table[Column] ทำงานภายใต้ filter context และแยกความแตกต่างระหว่าง BLANK กับ 0 อย่างเข้มงวด

IF.EAGER

IF.EAGER ทำงานเหมือน IF แต่ใช้แผน eager ที่อาจประเมินทั้ง value_if_true และ value_if_false ทำให้ควรระวังเรื่อง performance และกรณีที่อีกแขนงอาจเกิด error แม้เงื่อนไขจะไม่เลือกแขนงนั้น

NOT

NOT ใช้กลับค่าตรรกะของนิพจน์ (TRUE ↔ FALSE) เหมาะกับการเขียนเงื่อนไขแบบปฏิเสธ และนิยมใช้ร่วมกับ IF/AND/OR เพื่อสร้างตรรกะที่อ่านชัดเจน

SWITCH

SWITCH เป็นฟังก์ชันตรรมชาติสำหรับจัดการหลายกรณี ช่วยให้หลีกเลี่ยง IF ซ้อนหลายชั้น และสามารถใช้รูปแบบ SWITCH(TRUE()) ได้ สำหรับเงื่อนไขแบบช่วง (>=, <=) หรือเงื่อนไขซับซ้อน

TRUE

TRUE คืนค่าตรรกะ TRUE ใช้เป็นค่าคงที่ใน DAX เช่น ใช้กับ SWITCH(TRUE()) เพื่อจัดการเงื่อนไขหลายระดับ หรือใช้ร่วมกับ IF/AND/OR ในการสร้างตรรกะ

Comments

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่