Thep Excel

CUSTOMDATAฟังก์ชัน DAX

CUSTOMDATA ดึงข้อความ Custom Data ที่แนบมากับการเชื่อมต่อ (เช่นค่า user role, region, หรือ token จากแอป) เพื่อนำไปใช้ใน Measure หรือ RLS ช่วยสร้างเงื่อนไขตามบริบทผู้ใช้โดยไม่ต้องแก้โมเดล

fx
=CUSTOMDATA()

ความนิยม3/10
ความยาก4/10
ประโยชน์3/10

อัปเดต 14 December 2025

Syntax & Arguments

อาร์กิวเมนต์ ชนิด ค่าเริ่มต้น คำอธิบาย
[(none)]ไม่บังคับ text – ไม่มีอาร์กิวเมนต์ เรียกใช้เพื่อตรวจสอบข้อความ Custom Data ที่แนบมากับการเชื่อมต่อ

[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ

CUSTOMDATA คืนค่าข้อมูล Custom Data ที่ส่งจากแอปหรือ DirectQuery/Live Connection เข้าสู่โมเดล เหมาะสำหรับส่งค่า context เพิ่มเติมจากแอปภายนอกมาใช้ใน Measure หรือเงื่อนไขความปลอดภัย (RLS)

Examples

ตัวอย่างที่ 1: อ่านค่า Custom Data ที่ถูกส่งมาจากแอปSession Label = CUSTOMDATA()

ใช้ดึงข้อความที่ฝังมากับคอนเนกชัน เพื่อใช้ปรับตรรกะหรือการแสดงผลตามสิทธิ์ของผู้ใช้

fx
Session Label = CUSTOMDATA()

ผลลัพธ์ค่าข้อความที่แนบมากับการเชื่อมต่อ เช่น "premium-user"
ตัวอย่างที่ 2: ใช้สร้างการแสดงผลแตกต่างตามสิทธิ์User Tier = IF( CUSTOMDATA() = "premium", "Premium", "Standard" )

อ่านค่า Custom Data แล้วแสดงระดับผู้ใช้ตามข้อความที่แนบมา เหมาะกับการปรับ UI หรือ KPI เฉพาะกลุ่ม

fx
User Tier = IF( CUSTOMDATA() = "premium", "Premium", "Standard" )

ผลลัพธ์"Premium" หรือ "Standard"
ตัวอย่างที่ 3: ใช้ใน RLS หรือการกรองแบบมีเงื่อนไขSales (Custom Region) = CALCULATE( [Total Sales], Customers[Region] = CUSTOMDATA() )

CALCULATE ใช้ CUSTOMDATA เป็นตัวกรอง region เพื่อให้ผู้ใช้แต่ละคนเห็นเฉพาะข้อมูลที่ตรงกับสิทธิ์หรือค่าที่ถูกส่งเข้ามา

fx
=Sales (Custom Region) =
CALCULATE(
[Total Sales],
Customers[Region] = CUSTOMDATA()
)

ผลลัพธ์ยอดขายเฉพาะ Region ที่ตรงกับค่า Custom Data

FAQs

ฟังก์ชันนี้ใช้สำหรับอะไร+

CUSTOMDATA ใช้สำหรับการวิเคราะห์

ต้องส่งข้อมูลอะไร+

ส่งค่าหรือคอลัมน์ข้อมูล

Resources & Related

Comments

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่