ฟังก์ชัน SECH ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่า Hyperbolic Secant ของมุม โดยค่า Hyperbolic Secant (sech) คือส่วนกลับของ Hyperbolic Cosine ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ใช้ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ระดับสูงและวิศวกรรม.
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| number | Number | ค่าที่ต้องการหา |
ฟังก์ชัน SECH ใน Excel ช่วยหาค่า Hyperbolic Secant ซึ่งเท่ากับ 1/COSH(number) ใช้ในสมการฟิสิกส์และวิศวกรรมขั้นสูง เช่น รูปคลื่นสัญญาณ (soliton) และการกระจายความร้อน
ค่า Hyperbolic Secant
เมื่อค่า input ห่างจากศูนย์มากขึ้น (ทั้งบวกและลบ) ค่า SECH จะยิ่งเข้าใกล้ศูนย์เรื่อยๆ ตรงข้ามกับ COSH ที่จะพุ่งสูงขึ้นแทน
ผลลัพธ์เท่ากับ =SECH(1) ทุกประการ ใช้สูตรนี้แทนได้ในกรณีที่เปิดไฟล์บน Excel รุ่นก่อน 2013 ที่ยังไม่มี SECH
SEC คือฟังก์ชันตรีโกณมิติปกติ (ส่วนกลับของ COS) ใช้กับมุมและมีค่าวนซ้ำเป็นคาบ ส่วน SECH คือฟังก์ชันไฮเพอร์โบลิก (ส่วนกลับของ COSH) ใช้กับค่าตัวเลขทั่วไปไม่ใช่มุม และไม่มีคาบซ้ำ ทั้งสองไม่ใช่ฟังก์ชันเดียวกันแค่ชื่อคล้ายกัน
ใช้ในสมการฟิสิกส์และวิศวกรรมขั้นสูง เช่น การหารูปคลื่นสัญญาณแบบ soliton ในงานสื่อสารโทรคมนาคม การกระจายความร้อนตามแนวยาวของแท่งวัสดุ และสถิติบางแบบที่ใช้การแจกแจงแบบ hyperbolic secant
ฟังก์ชัน SECH มีให้ใช้ตั้งแต่ Excel 2013 เป็นต้นไป ถ้าต้องเปิดไฟล์บนรุ่นเก่ากว่านั้น ให้ใช้สูตรทดแทน =1/COSH(number) ซึ่งให้ผลลัพธ์เหมือนกันทุกประการ
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ SECH จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
หาค่า Secant ของมุม (ส่วนกลับของ Cosine คือ 1/COS) รับมุมเป็นเรเดียน ใช้ในงานวิศวกรรม ฟิสิกส์คลื่น และการสำรวจที่ต้องคำนวณอัตราส่วนด้านตรงข้ามมุมฉากต่อด้านประชิด
ฟังก์ชัน SIN ใน Excel ใช้คำนวณค่า Sine ของมุมที่ระบุ โดยมุมต้องอยู่ในหน่วยเรเดียนเสมอ นิยมใช้ในงานวิศวกรรม การสำรวจ และฟิสิกส์ เช่น หาความสูงหรือแรงในแนวดิ่งจากมุมเอียงที่ทราบ ผลลัพธ์ที่ได้เป็นตัวเลขระหว่าง -1 ถึง 1 เสมอ
หาค่า Hyperbolic Secant ของจำนวนเชิงซ้อน
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่