DMIN ค้นหาค่าต่ำสุดจากคอลัมน์ในฐานข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลแบบมีเงื่อนไข
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| database | Range | ช่วงข้อมูลฐาน รวมแถวหัวข้อ (header row) และข้อมูลทั้งหมด เช่น A1:F100 |
| field | Text or Number | ชื่อของคอลัมน์ที่ต้องการค้นหาค่าต่ำสุด ระบุเป็นข้อความในเครื่องหมายอัญประลัษณ์ (เช่น “Price”) หรือเลขลำดับคอลัมน์ (1 สำหรับคอลัมน์แรก) |
| criteria | Range | ช่วงเงื่อนไข ต้องมีแถวหัวข้อที่ตรงกับคอลัมน์ใน database และเงื่อนไขด้านล่าง เช่น H1:I2 สำหรับหนึ่งเงื่อนไข |
DMIN เป็นฟังก์ชันฐานข้อมูล (Database Function) ที่ค้นหาค่าต่ำสุดจากคอลัมน์ที่เลือก โดยใช้เงื่อนไขที่กำหนดเองในการกรองข้อมูล
ฟังก์ชันนี้มีประโยชน์เมื่อต้องการค้นหาค่าต่ำสุดของกลุ่มข้อมูลที่เฉพาะเจาะจง เช่น ราคาต่ำสุดของสินค้าชนิดหนึ่ง คะแนนต่ำสุดของแต่ละแผนก หรือต้นทุนต่ำสุดของโครงการ โดยไม่ต้องใช้ MINIFS หรือ array formulas
จุดแข็งของ DMIN คือใช้หลักการ criteria range ที่ยืดหยุ่น และทำงานได้ดีกับข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งสำคัญสำหรับงานวิเคราะห์ข้อมูลแบบ old-school หรือเมื่อต้องการเงื่อนไข AND/OR ที่ซับซ้อน
ฐานข้อมูล: A1:D100 (มีคอลัมน์ Product, Category, Price, Stock) เงื่อนไข: Category = "Book" ผลลัพธ์: ราคาต่ำสุดของหนังสือ = 150.75 บาท
ฐานข้อมูล: Staff (ชื่อ, แผนก, คะแนน) เงื่อนไข: Department = "HR" ผลลัพธ์: คะแนนต่ำสุดของแผนก HR = 45 คะแนน
ฐานข้อมูล: Projects (ชื่อ, สถานะ, ต้นทุน) เงื่อนไข: Status = "Active" ผลลัพธ์: ต้นทุนต่ำสุดของโครงการที่กำลังดำเนินการ = 25,000 บาท
เงื่อนไข: Category = "A" AND Stock > 10 (ตั้งค่าในแถวเดียวกันในช่วง criteria) ผลลัพธ์: ราคาต่ำสุด = 89.50 บาท
DMIN ใช้เงื่อนไข criteria range ที่มีแถวหัวข้อ ในขณะที่ MINIFS ใช้เงื่อนไขแบบคู่ (criteria_range/criteria) ไปตามลำดับ DMIN ยืดหยุ่นกว่าสำหรับเงื่อนไข OR หรือ AND ที่ซับซ้อน ส่วน MINIFS ง่ายกว่าสำหรับเงื่อนไขง่าย ๆ DMIN ทำงานในเวอร์ชันเก่าทั้งหมด MINIFS จำกัดเฉพาะ Excel 2016 ขึ้นไป
ตั้งค่าเงื่อนไขในแถวเดียวกัน (row) ในช่วง criteria ตัวอย่าง: H1:I2 มี Category="A" ในคอลัมน์ H และ Stock>10 ในคอลัมน์ I แถวที่ 2 ดังนั้น =DMIN(Data, "Price", H1:I2) จะหาราคาต่ำสุดที่ตรงทั้งสองเงื่อนไข
ตั้งค่าเงื่อนไขในแถวต่างกัน (different rows) ในช่วง criteria ตัวอย่าง: H1:H3 มี H1="Category" H2="A" H3="B" ผลลัพธ์จะหาค่าต่ำสุดที่ Category="A" OR Category="B"
DMIN จะส่งค่า error #VALUE! ถ้าไม่พบข้อมูลที่ตรงเงื่อนไข ใช้ IFERROR() เพื่อจัดการกับสถานการณ์นี้ เช่น =IFERROR(DMIN(…), "No match")
DMIN ใช้ได้กับทั้งตัวเลขและข้อความ การเปรียบเทียบจะขึ้นอยู่กับประเภทข้อมูล ตัวเลขจะหาค่าต่ำสุดตามลำดับตัวเลข ข้อความจะหาค่าต่ำสุดตามลำดับตัวอักษร (A ต่อ Z)
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ DMIN จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
หาค่าเฉลี่ยของข้อมูลในตารางแบบฐานข้อมูล (มีหัวคอลัมน์) โดยกรองด้วยตารางเงื่อนไขแยกต่างหาก แล้วคืนค่าเฉลี่ยเฉพาะแถวที่ผ่านเงื่อนไขนั้น
ดึงค่าเดียวออกจากคอลัมน์ที่ระบุของตารางแบบฐานข้อมูล โดยต้องมีแถวที่ตรงกับเงื่อนไขพอดี 1 แถวเท่านั้น ถ้าเจอมากกว่าหรือไม่เจอเลยจะได้ error ทันที
DMAX หาค่าสูงสุดจากคอลัมน์ในฐานข้อมูลที่ตรงกับเงื่อนไขที่กำหนด โดยต้องใช้กับหลายเงื่อนไขที่ซับซ้อน
ฟังก์ชันที่คูณค่าในคอลัมน์ของฐานข้อมูลเมื่อตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด เป็นเครื่องมือสำหรับคำนวณผลคูณแบบมีเงื่อนไขในข้อมูลขนาดใหญ่
DSUM ใช้หาผลรวมจากคอลัมน์ในฐานข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
MIN คืนค่าต่ำสุดจากชุดข้อมูลที่มี Data Type เป็นตัวเลข เพิกเฉยเซลล์ว่าง ข้อความ และค่า Logic โดยอัตโนมัติ ซึ่งทำให้ไม่ต้องกลัวว่าจะมีข้อมูลปนมารบกวนผลลัพธ์ ใช้ได้กับตัวเลขทั่วไป วันที่ (ค่าน้อยสุด = วันเก่าสุด) และระยะเวลา สามารถใช้ร่วมกับ MATCH เพื่อหาตำแหน่ง หรือใช้ร่วมกับ MAX เพื่อจำกัดค่าอยู่ในช่วงที่กำหนด
MINIFS ช่วยหาค่าต่ำสุดของข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด เหมือนการใช้ MIN แต่มีความสามารถในการกรองข้อมูลก่อน
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่