Thep Excel

MINIFSหาค่าต่ำสุดแบบมีเงื่อนไข

MINIFS ช่วยหาค่าต่ำสุดของข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด เหมือนการใช้ MIN แต่มีความสามารถในการกรองข้อมูลก่อน

fx
=MINIFS(min_range, criteria_range1, criteria1, [criteria_range2], [criteria2])

ความนิยม5/10
ความยาก4/10
ประโยชน์6/10

อัปเดต 2 December 2025

Syntax & Arguments

อาร์กิวเมนต์ ชนิด คำอธิบาย
min_range Range ช่วงเซลล์ที่จะหาค่าต่ำสุด ต้องมีขนาดและรูปร่างเดียวกับ criteria_range ทั้งหมด
criteria_range1 Range ช่วงเซลล์ที่จะตรวจสอบเงื่อนไขแรก
criteria1 Number, text, expression, or date เงื่อนไขที่ 1 สามารถใช้ตัวเลข ข้อความ นิพจน์ (เช่น “>100”) หรือวันที่
[criteria_range2]ไม่บังคับ Range ช่วงเซลล์ที่จะตรวจสอบเงื่อนไขที่ 2 (ไม่บังคับ)
[criteria2]ไม่บังคับ Number, text, expression, or date เงื่อนไขที่ 2 (ไม่บังคับ) สามารถเพิ่มได้สูงสุด 126 pairs

[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ

Additional Notes

MINIFS เป็นฟังก์ชันที่ใช้หาค่าต่ำสุดของช่วงข้อมูลโดยอิงตามเงื่อนไขอย่างน้อยหนึ่งข้อ ส่วนใหญ่ใช้กับงาน Business Intelligence เช่นหาราคาสินค้าต่ำสุดในแต่ละหมวดหมู่ หรือเวลาจบสัญญาที่เร็วที่สุดสำหรับลูกค้าแต่ละราย

ที่เจ๋งคือ MINIFS รองรับหลายเงื่อนไขพร้อมกัน (up to 126 pairs) และมี syntax ที่สะอาดกว่า array formula ยุคเก่า ตัวอย่างเช่น หากต้องหาราคาต่ำสุดของสินค้า Food ที่มีสต็อก > 0 สามารถเขียนแบบตรงไปตรงมาได้

ส่วนตัวผม แนะนำให้เช็ค data range ให้พอดี ถ้า range ไม่เท่ากันจะ return #VALUE! error ที่ค่อนข้างสับสน และจำไว้ว่า MINIFS ที่มี multiple criteria เหมือนการ AND ทั้งหมด ถ้าต้องการ OR logic ต้องใช้อีกวิธี

Examples

หาราคาต่ำสุดของสินค้าแต่ละหมวดMINIFS(C2:C100, B2:B100, "Food")

ค้นหาในช่วง C2:C100 (ราคา) โดยเงื่อนไขคือ B2:B100 (หมวดหมู่) ต้องเป็น "Food" ส่งค่าต่ำสุดออกมา

fx
=MINIFS(C2:C100, B2:B100, "Food")

ผลลัพธ์ราคาสินค้า Food ต่ำสุด
หลายเงื่อนไขพร้อมกันMINIFS(E2:E50, B2:B50, "John", D2:D50, 1)

หาค่าต่ำสุดจาก E2:E50 (เวลา) โดยเงื่อนไขที่ 1 คือชื่อ = "John" และเงื่อนไขที่ 2 คือรอบ = 1 ต้องตรงทั้งคู่

fx
=MINIFS(E2:E50, B2:B50, "John", D2:D50, 1)

ผลลัพธ์เวลาน้อยสุดของ John ในรอบที่ 1
กับตัวดำเนินการเปรียบเทียบMINIFS(A2:A50, A2:A50, ">0")

หาค่าต่ำสุดจากช่วง A2:A50 แต่เลือกเฉพาะค่าที่ > 0 เท่านั้น (ไม่รวมศูนย์หรือค่าลบ)

fx
=MINIFS(A2:A50, A2:A50, ">0")

ผลลัพธ์ค่าบวกต่ำสุด
ร่วมกับ Logical OperatorsMINIFS(C2:C100, B2:B100, "Electronics", C2:C100, "

หาค่าต่ำสุดจากช่วน C2:C100 ที่ตรงทั้งสองเงื่อนไข: หมวดเป็น "Electronics" และราคา < 1000

fx
=MINIFS(C2:C100, B2:B100, "Electronics", C2:C100, "<1000")

ผลลัพธ์สินค้า Electronics ที่มีราคาต่ำสุดและ < 1000

FAQs

MINIFS ใช้ได้กับ Excel เวอร์ชันไหนบ้าง?+

MINIFS เป็นฟังก์ชันใหม่พอสมควรใน Excel 2019, Excel for Microsoft 365 และ Excel 2021 ขึ้นไป ถ้าใช้ Excel 2016 หรือเก่ากว่า ต้องใช้ array formula หรือ AGGREGATE แทน

ทำไม MINIFS return #VALUE! error?+

ส่วนใหญ่เกิดจากขนาดของ min_range และ criteria_range ไม่เท่ากัน เช่น min_range คือ A1:A10 แต่ criteria_range1 คือ B1:B11 จะเกิด error ตรวจสอบให้แน่ใจว่าทั้งหมดมีจำนวนแถวเท่ากัน

MINIFS รองรับเงื่อนไข OR ได้หรือ?+

ไม่ MINIFS ใช้ AND logic เท่านั้น ถ้าต้องการ OR logic (เช่น Category = "Food" OR Category = "Drink") ต้องใช้ array formula หรือแยกเป็น MINIFS สองตัวแล้วหา MIN กลับมา

ต่างกันยังไงระหว่าง MINIFS กับ MIN?+

MIN หาค่าต่ำสุดของทั้งช่วง MINIFS หาค่าต่ำสุดเฉพาะ rows ที่ตรงเงื่อนไข ถ้าไม่มีเงื่อนไข MIN ถูกกว่า แต่ถ้ามีเงื่อนไขต้องใช้ MINIFS

สามารถใช้ Table References ได้ไหม?+

ได้ MINIFS รองรับ Table References เช่น =MINIFS(Sales[Price], Sales[Category], "Food") ซึ่งทำให้เมื่อ add rows ใหม่ formula จะ expand อัตโนมัติ

Resources & Related

ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ MINIFS จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง

ฟังก์ชันนี้MINIFSStatistical
Statistical (6)
AVERAGEIF

AVERAGEIF จะหาค่าเฉลี่ยของตัวเลขในช่วงข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขเพียง 1 ข้อเท่านั้น เช่น หาคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนที่สอบผ่าน หรือหาเงินเดือนเฉลี่ยตามแผนก ประสิทธิภาพดีกว่าการใช้ AVERAGEPRODUCT หรือ Array Formula มาก

AVERAGEIFS

AVERAGEIFS คำนวณค่าเฉลี่ยเลขคณิตของเซลล์ที่ตรงตามเงื่อนไขหลายข้อพร้อมกัน โดยใช้ AND Logic (ต้องตรงทุกเงื่อนไข) รองรับเงื่อนไขได้สูงสุด 127 คู่ สามารถใช้กับข้อความ ตัวเลข วันที่ และ wildcard characters ทุก criteria_range ต้องมีขนาดเท่ากับ average_range เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเจาะลึกตามหลายมิติ เช่น วิเคราะห์ยอดขายตามภูมิภาค สินค้า และช่วงเวลา หรือวิเคราะห์คะแนนตามห้อง เพศ และระดับคะแนน

COUNTIFS

COUNTIFS นับจำนวนเซลล์ที่ตรงกับหลายเงื่อนไขพร้อมกัน โดยใช้ AND logic หมายความว่าเงื่อนไขทุกข้อต้องเป็นจริงถึงจะนับ ซึ่งต่างจาก COUNTIF ที่มีได้แค่เงื่อนไขเดียว
.
ข้อดีคือรองรับได้ถึง 127 คู่ criteria_range/criteria ทำให้วิเคราะห์ข้อมูลซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับ wildcard characters (* แทนตัวอักษรกี่ตัวก็ได้, ? แทนตัวอักษรหนึ่งตัว) และ operators (>, =, <=, ) สำหรับเปรียบเทียบตัวเลขและวันที่
.
ที่ต้องระวังคือ criteria_range ทุกตัวต้องมีขนาดเท่ากันทุกประการ (rows × columns) มิฉะนั้นจะเกิด #VALUE! error ทันที COUNTIFS เป็นส่วนหนึ่งของ IFS family (SUMIFS, AVERAGEIFS, MAXIFS, MINIFS) ที่มี syntax คล้ายกัน เหมาะมากสำหรับสร้าง dashboard แบบ real-time และวิเคราะห์ KPI หลายมิติ

MAXIFS

MAXIFS ใช้หาค่าสูงสุดจากช่วงข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขหนึ่งหรือมากกว่า แตกต่างจาก MAX ที่หาเพียงค่าสูงสุดทั้งหมด MAXIFS มีความยืดหยุ่นในการกรองข้อมูลก่อนหาค่าสูงสุด

MIN

MIN คืนค่าต่ำสุดจากชุดข้อมูลที่มี Data Type เป็นตัวเลข เพิกเฉยเซลล์ว่าง ข้อความ และค่า Logic โดยอัตโนมัติ ซึ่งทำให้ไม่ต้องกลัวว่าจะมีข้อมูลปนมารบกวนผลลัพธ์ ใช้ได้กับตัวเลขทั่วไป วันที่ (ค่าน้อยสุด = วันเก่าสุด) และระยะเวลา สามารถใช้ร่วมกับ MATCH เพื่อหาตำแหน่ง หรือใช้ร่วมกับ MAX เพื่อจำกัดค่าอยู่ในช่วงที่กำหนด

SMALL

SMALL คืนค่าตัวเลขที่น้อยที่สุดในลำดับที่ k จากช่วงข้อมูล (array) ถ้า k=1 จะได้ค่าเดียวกับ MIN ถ้า k=n จะได้ค่าที่มากที่สุด (MAX) ใช้สำหรับจัดอันดับข้อมูลหรือดึงค่า Bottom N ออกมาวิเคราะห์

Math and trigonometry (1)
AGGREGATE

AGGREGATE เป็นฟังก์ชันสารพัดประโยชน์ที่รวม 19 ฟังก์ชันต่างๆ (SUM, AVERAGE, COUNT, MAX, MIN ฯลฯ) แต่มีความสามารถพิเศษคือ สามารถข้าม Error ได้ และข้ามแถวที่ถูกซ่อน (Hidden Rows) ได้ เหมาะสำหรับ Dashboard, รายงาน หรือข้อมูลที่อาจมีช่องว่างและข้อมูลผิดพลาด

Database (1)
DMIN

DMIN ค้นหาค่าต่ำสุดจากคอลัมน์ในฐานข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลแบบมีเงื่อนไข

Logical (1)
IFS

IFS ทดสอบหลายเงื่อนไขตามลำดับที่กำหนด และคืนค่าของเงื่อนไขแรกที่เป็น TRUE แล้วหยุดทำงานทันที โครงสร้างเป็นคู่ (เงื่อนไข, ผลลัพธ์) ซ้ำได้สูงสุด 127 คู่ ทำให้อ่านและเขียนง่ายกว่า Nested IF แบบซ้อนชั้น ควรใส่ TRUE เป็นเงื่อนไขสุดท้ายเพื่อกำหนดค่า default ป้องกัน #N/A error มีตั้งแต่ Excel 2019 และ Microsoft 365 เท่านั้น

Comments

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่