Thep Excel

ERROR.TYPEดูรหัส Error

แปลง Error ที่เกิดในเซลล์ (เช่น #DIV/0!, #N/A, #VALUE!) ให้เป็นรหัสตัวเลข 1-14 เพื่อนำไปเช็คเงื่อนไขและจัดการ Error แต่ละชนิดแยกกันได้

fx
=ERROR.TYPE(error_val)

ความนิยม3/10
ความยาก2/10
ประโยชน์2/10

อัปเดต 2 December 2025

Syntax & Arguments

อาร์กิวเมนต์ ชนิด คำอธิบาย
error_val Any ค่า Error

Additional Notes

ฟังก์ชัน ERROR.TYPE ใน Excel ช่วยส่งกลับตัวเลขระบุประเภทของข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในเซลล์ เช่น #DIV/0! ได้รหัส 2, #N/A ได้รหัส 7, #VALUE! ได้รหัส 3 หากเซลล์นั้นไม่มี Error จะได้ผลลัพธ์เป็น #N/A กลับมาแทน มักใช้ร่วมกับ IF เพื่อแยกจัดการ Error แต่ละชนิดด้วยข้อความหรือวิธีที่ต่างกัน แทนที่จะแสดงข้อความเดียวสำหรับ Error ทุกแบบเหมือน IFERROR

Examples

ตัวอย่างที่ 1: ตรวจหา Error #DIV/0!ERROR.TYPE(1/0)

เมื่อนำ 1 มาหารด้วย 0 จะเกิด Error #DIV/0! ซึ่งมีรหัส Error Type เป็น 2

fx
=ERROR.TYPE(1/0)

ผลลัพธ์2
ตัวอย่างที่ 2: ตรวจหา Error #N/AERROR.TYPE(NA())

ฟังก์ชัน NA() ถูกใช้เพื่อสร้าง Error #N/A ซึ่งมีรหัส Error Type เป็น 7

fx
=ERROR.TYPE(NA())

ผลลัพธ์7
ตัวอย่างที่ 3: ใช้กับ IFERROR เพื่อจัดการ Error เฉพาะIF(ERROR.TYPE(CellWithFormula)=7, "ข้อมูลไม่พบ", "มี Error อื่นๆ")

สมมติ CellWithFormula มีสูตรที่อาจคืนค่า Error
– ถ้าสูตรคืนค่า #N/A (รหัส 7) จะแสดงข้อความ "ข้อมูลไม่พบ"
– ถ้าเป็น Error ชนิดอื่น จะแสดง "มี Error อื่นๆ" (หรือไม่จัดการ)
– หากสูตรไม่มี Error จะแสดง #N/A (จาก ERROR.TYPE) หรือ error ชนิดนั้นๆ

fx
=IF(ERROR.TYPE(CellWithFormula)=7, "ข้อมูลไม่พบ", "มี Error อื่นๆ")

ผลลัพธ์ผลลัพธ์

FAQs

ควรใช้ ERROR.TYPE หรือ IFERROR/IFNA ดี+

ถ้าต้องการแค่แสดงข้อความแทน Error ทุกชนิดเหมือนกันหมด ใช้ IFERROR สั้นและง่ายกว่า แต่ถ้าต้องการแยกจัดการ Error แต่ละแบบไม่เหมือนกัน เช่น #N/A ให้แสดง "ไม่พบข้อมูล" ส่วน #DIV/0! ให้แสดง "หารด้วยศูนย์ ตรวจสอบข้อมูล" แบบนี้ต้องใช้ ERROR.TYPE ร่วมกับ IF หรือ SWITCH เพื่อดูรหัส Error ก่อนตัดสินใจ

ทำไมสูตร ERROR.TYPE เองก็คืน Error กลับมา+

เพราะถ้าเซลล์ที่ตรวจสอบไม่มี Error อยู่เลย ERROR.TYPE จะคืนค่า #N/A ออกมาแทน (ไม่ใช่ 0 หรือค่าว่าง) จึงต้องครอบด้วย IFERROR หรือ IFNA อีกชั้นเสมอเมื่อไม่แน่ใจว่าเซลล์ต้นทางจะมี Error หรือไม่

รหัส Error แต่ละตัวเลขคืออะไรบ้าง+

1=#NULL!, 2=#DIV/0!, 3=#VALUE!, 4=#REF!, 5=#NAME?, 6=#NUM!, 7=#N/A, 8=#GETTING_DATA, 14=#SPILL! (Excel รุ่นใหม่ที่มี Dynamic Array) จำง่ายๆ ว่า #N/A คือรหัส 7 เพราะเจอบ่อยที่สุดจากสูตรค้นหาแบบ VLOOKUP/XLOOKUP

Resources & Related

ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ ERROR.TYPE จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง

ฟังก์ชันนี้ERROR.TYPEInformation
Information (4)
ISERR

ตรวจสอบว่าค่าที่ระบุเป็นค่า Error หรือไม่ ยกเว้น #N/A ใช้คู่กับ IF เพื่อดักจับ Error อย่าง #DIV/0! หรือ #VALUE! ก่อนแสดงผลลัพธ์ให้ผู้ใช้เห็น

ISERROR

ISERROR ตรวจสอบค่าว่าเป็น Error หรือไม่ โดยครอบคลุม Error ทุกประเภทใน Excel ได้แก่ #N/A, #VALUE!, #REF!, #DIV/0!, #NUM!, #NAME?, และ #NULL! มักใช้คู่กับ IF เพื่อแสดงข้อความเตือนหรือจัดการกับ Error ก่อนที่จะแสดงผล

ISNA

ISNA ตรวจสอบเฉพาะ Error #N/A ที่เกิดจากการค้นหาไม่เจอในฟังก์ชันต่างๆ เช่น VLOOKUP หรือ MATCH มีประโยชน์มากเมื่อต้องแยกแยะระหว่าง "หาไม่เจอ" กับ "สูตรคิดผิด"

TYPE

TYPE ส่งกลับตัวเลข (1-128) ที่ระบุชนิดของข้อมูล เช่น ตัวเลข ข้อความ ค่าตรรกะ หรือข้อผิดพลาด

Comments

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่