ตรวจสอบว่าค่าที่ระบุเป็นค่า Error หรือไม่ ยกเว้น #N/A ใช้คู่กับ IF เพื่อดักจับ Error อย่าง #DIV/0! หรือ #VALUE! ก่อนแสดงผลลัพธ์ให้ผู้ใช้เห็น
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| value | Any | ค่าที่ตรวจสอบ |
ฟังก์ชัน ISERR ใน Excel ใช้ตรวจสอบว่าค่าที่ระบุเป็นค่า Error หรือไม่ โดยจะคืนค่า TRUE สำหรับ Error ทุกชนิดยกเว้น #N/A (ถ้าอยากรวม #N/A ด้วยให้ใช้ ISERROR แทน) งานที่เจอบ่อยคือ ตรวจจับ Error ที่เกิดจากการคำนวณ เช่น หารด้วยศูนย์ ก่อนนำไปแสดงผลในรายงานหรือ Dashboard เพื่อไม่ให้ลูกค้าเห็นค่า Error ตรงๆ
การหาร 1 ด้วย 0 ทำให้เกิด Error #DIV/0! ซึ่ง ISERR ตรวจจับได้และคืนค่า TRUE
ISERR คืนค่า FALSE สำหรับ Error #N/A เพราะ ISERR ถูกออกแบบมาให้ไม่รวม #N/A ถ้าอยากดัก #N/A ด้วยต้องใช้ ISERROR หรือ ISNA แทน
ครอบสูตรหารด้วย IF+ISERR เพื่อกันไม่ให้ #DIV/0! หลุดไปโชว์ในรายงานสรุปยอดขาย ถ้าเกิด Error จะขึ้นข้อความแทน
ISERROR ตรวจจับ Error ทุกชนิดรวมถึง #N/A ด้วย ส่วน ISERR ตั้งใจไม่รวม #N/A เพราะ #N/A มักหมายถึง 'หาไม่เจอ' ไม่ใช่สูตรพัง จึงมักอยากแยกจัดการต่างหาก
เพราะ ISERR ไม่นับ #N/A เป็น Error ถ้าอยากดัก #N/A ด้วย ต้องใช้ ISERROR หรือเช็คแยกด้วย ISNA
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ ISERR จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
แปลง Error ที่เกิดในเซลล์ (เช่น #DIV/0!, #N/A, #VALUE!) ให้เป็นรหัสตัวเลข 1-14 เพื่อนำไปเช็คเงื่อนไขและจัดการ Error แต่ละชนิดแยกกันได้
ISERROR ตรวจสอบค่าว่าเป็น Error หรือไม่ โดยครอบคลุม Error ทุกประเภทใน Excel ได้แก่ #N/A, #VALUE!, #REF!, #DIV/0!, #NUM!, #NAME?, และ #NULL! มักใช้คู่กับ IF เพื่อแสดงข้อความเตือนหรือจัดการกับ Error ก่อนที่จะแสดงผล
ISLOGICAL เช็คว่าเซลล์เป็นค่าตรรกะ (TRUE หรือ FALSE) จริง ๆ หรือเพียงแค่ข้อความที่อ่านดูเหมือน
ISNA ตรวจสอบเฉพาะ Error #N/A ที่เกิดจากการค้นหาไม่เจอในฟังก์ชันต่างๆ เช่น VLOOKUP หรือ MATCH มีประโยชน์มากเมื่อต้องแยกแยะระหว่าง "หาไม่เจอ" กับ "สูตรคิดผิด"
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่