Date.StartOfYear คืนค่าวันแรกของปี (1 มกราคม เวลา 00:00:00) จากวันที่ใดๆ ที่ส่งเข้ามา ใช้สำหรับคำนวณตัวชี้วัดแบบ Year-To-Date หรือจัดกลุ่มข้อมูลตามปี
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| dateTime | date | datetime | datetimezone | วันที่หรือวันเวลาใดๆ ที่อยู่ในปีนั้น ฟังก์ชันจะคืนค่าวันแรกของปี |
ฟังก์ชัน Date.StartOfYear ใน Power Query ใช้เพื่อหาวันแรกของปีที่ตรงกับวันที่ที่คุณส่งเข้ามา ไม่ว่าจะส่งเข้ามาเป็น date, datetime หรือ datetimezone ตัวฟังก์ชันจะคืนค่าเป็น January 1st ของปีนั้นเสมอ ตั้งเวลาให้เป็น 00:00:00 เสมอ
ที่เจ๋งคือ ฟังก์ชันนี้ทำให้ผมเข้าถึงจุดเริ่มต้นของปีได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้คำนวณ YTD (Year-To-Date) ได้ง่าย และสามารถเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างปีได้ อีกทั้งยังใช้สำหรับจัดกลุ่มข้อมูลตามปีอย่างแม่นยำ
ส่วนตัวผม ผมใช้ Date.StartOfYear เวลาทำ Year-Over-Year analysis ก็จะรู้ว่าจุดเริ่มต้นของแต่ละปีอยู่ที่ไหน ทำให้คำนวณช่วงเวลาตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่กำหนดได้ถูกต้อง 😎
ส่งวันที่ 15 พฤษภาคม 2025 เข้าไป ฟังก์ชันจะคืนค่า 1 มกราคม 2025
ส่งวันเวลา 10 ตุลาคม 2025 เวลา 08:30:45 เข้าไป จะได้ 1 มกราคม 2025 เวลา 00:00:00
ใช้กับ each เพื่อใช้กับแต่ละแถว ฟังก์ชันจะหาวันต้นปีของวันที่ในคอลัมน์ OrderDate
คำนวณระยะเวลาจากวันต้นปีถึงวันปัจจุบัน ใช้ Duration.Days เพื่อแปลงเป็นจำนวนวัน
ผมใช้ Date.StartOfYear เวลาต้องการวันต้นปี (1 มกราคม) และใช้ Date.StartOfMonth เวลาต้องการวันต้นเดือน ทั้ง 2 ฟังก์ชันทำงานคล้ายกัน แต่ช่วงเวลาที่ส่งกลับมาต่างกัน
ฟังก์ชันจะส่งกลับมาเป็น error หรือ null ขึ้นอยู่กับการตั้งค่า ผมแนะนำให้ใช้ Table.TransformColumns หรือ each เพื่อตรวจสอบค่าก่อน
ผมใช้เวลาคำนวณ YTD metrics, จัดกลุ่มข้อมูลตามปี, หรือเปรียบเทียบข้อมูล Year-Over-Year ฟังก์ชันนี้ช่วยหาจุดเริ่มต้นของแต่ละปีได้เร็ว
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ Date.StartOfYear จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
Date.EndOfYear คืนค่าวันสุดท้ายของปี (31 ธันวาคม) จากวันที่ที่กำหนด พร้อมเวลา 23:59:59.9999999
คืนค่าวันแรกของเดือน โดยรีเซ็ตวันที่เป็นวันที่ 1 และเวลาเป็น 00:00:00
Date.StartOfQuarter ส่งคืนวันแรกของไตรมาสสำหรับวันที่ที่ระบุ
Date.Year คืนค่าปีเป็นตัวเลข 4 หลักจากข้อมูล DateTime ใช้สำหรับดึงเฉพาะปีออกมาจากวันที่เพื่อนำไปจัดกลุ่มข้อมูลหรือกรองตามปี
Duration.Days ดึงจำนวนวันจากค่า Duration ซึ่งมีประโยชน์เมื่อต้องการแยกส่วนวันออกจากระยะเวลาที่คำนวณได้ เช่นความต่างระหว่างสองวันที่
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่