Text.Middle ใช้สำหรับดึงข้อความตั้งแต่ตำแหน่งที่ระบุไปจำนวนอักขระที่กำหนด หากไม่ระบุจำนวนตัวอักษร จะดึงจากตำแหน่งเริ่มต้นไปถึงท้าย
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | ค่าเริ่มต้น | คำอธิบาย |
|---|---|---|---|
| text | nullable text | ข้อความต้นฉบับที่ต้องการดึง | |
| start | number | ตำแหน่ง zero-based ที่ต้องการเริ่มต้น (0 คือตัวแรก, 1 คือตัวที่สอง ฯลฯ) | |
| [count]ไม่บังคับ | nullable number | null | จำนวนอักขระที่ต้องการดึง ถ้าไม่ระบุหรือขอมากกว่าตัวอักษรที่เหลือ จะดึงจนถึงท้ายสตริง |
[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ
Text.Middle(text, start, optional count) ใช้สำหรับดึงข้อความย่อยจากสตริงต้นฉบับ โดยระบุตำแหน่งเริ่มต้น (zero-based) และจำนวนอักขระที่ต้องการ หากไม่ระบุหรือขอมากกว่าตัวอักษรที่เหลือ ฟังก์ชันจะดึงจากตำแหน่งที่ระบุไปจนถึงท้ายสตริง
ที่เจ๋งคือ Text.Middle ทำให้การสกัดข้อความจากตำแหน่งกลาง ขอบ หรือจากตัวอักษรที่ต้องการเป็นเรื่องง่าย ประหยัดเวลาเมื่อต้องแยกข้อมูลจากคอลัมน์ที่มีรูปแบบคงที่
ส่วนตัวผมมักใช้ Text.Middle เมื่อต้องแยกข้อมูล SKU, รหัสจากกลางสตริง หรือดึงส่วนที่สำคัญออกจากข้อความยาวๆ ทำให้การเตรียมข้อมูลเร็วขึ้นเยอะครับ
แยกส่วนกลางของรหัส ID
ดึงข้อมูลจากตำแหน่งคงที่ในข้อความ
ประมวลผลข้อความที่มีรูปแบบตายตัว
ดึง 5 อักขระจากตำแหน่ง 0 (ตัวแรก) ของ "Hello World"
ดึง 5 อักขระจากตำแหน่ง 6 ของ "Hello World" ได้คำว่า "World"
ดึงจากตำแหน่ง 6 ถึงท้ายสตริง โดยไม่ระบุจำนวนตัวอักษร
จากสตริง SKU ที่มีรูปแบบคงที่ ดึงส่วนรหัส ABC ออกมา ตำแหน่ง 11 เป็นจุดเริ่มต้นของรหัส
ตำแหน่งนับแบบ zero-based จากตัวแรก ดังนั้น 0 คือตัวแรก, 1 คือตัวที่สอง เป็นต้น
ฟังก์ชันจะดึงจากตำแหน่งที่ระบุไปจนถึงท้ายสตริง ไม่มีข้อผิดพลาด
ถ้าอาร์กิวเมนต์ text เป็น null ฟังก์ชันจะคืนค่า null ไม่เกิด error
Text.Middle และ Text.Range ทำงานเหมือนกัน คือดึงข้อความจากตำแหน่งและจำนวนตัวอักษร โดย Text.Range เป็น generic version ที่ทำงานกับ List และ Text ได้
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ Text.Middle จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
Text.At ใช้สำหรับดึงอักขระตัวเดียวที่ตำแหน่งที่ระบุในข้อความ โดยใช้การนับ zero-based index ที่ตำแหน่ง 0 คือตัวแรก ตำแหน่ง 1 คือตัวที่สอง เป็นต้น
Text.End ใช้สำหรับดึงอักขระจำนวนที่ระบุจากท้ายสตริงข้อความ เป็นประโยชน์สำหรับการดึงนามสกุลไฟล์ และส่วนท้ายของข้อมูล
Text.Length ใช้นับจำนวนตัวอักษรทั้งหมดในสตริงข้อความ รวมถึงช่องว่างและอักขระพิเศษ ผลลัพธ์คืนค่าเป็นตัวเลข มีประโยชน์ในการตรวจสอบคุณภาพข้อมูล การกรองข้อมูลตามความยาว หรือการคำนวณ Logic ต่างๆ
หาตำแหน่งของข้อความย่อยในข้อความหลัก (0-indexed) โดยคืนค่า -1 หากไม่พบ
Text.Range ใช้สำหรับดึงข้อความตั้งแต่ตำแหน่งที่ระบุไปยังท้ายสตริง หรือจำนวนอักขระที่กำหนด ถ้าจำนวนอักขระไม่พอ ฟังก์ชันจะคืนค่าเท่าที่หาได้
Text.Start ดึงอักขระจำนวนที่กำหนดจากตัวแรกของสตริงข้อความ ใช้สำหรับดึงชื่อย่อ รหัส หรือส่วนแรกของข้อมูล
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่