NATURALLEFTOUTERJOIN ทำ left outer join ระหว่าง LeftTable และ RightTable โดยใช้คอลัมน์ชื่อเดียวกันเป็นคีย์ เก็บทุกแถวของตารางซ้ายไว้ทั้งหมด และเติมคอลัมน์จากตารางขวาเมื่อจับคู่ได้ (ไม่จับคู่จะเป็น BLANK)
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| LeftTable | table | ตารางฝั่งซ้าย (ทุกแถวฝั่งนี้จะถูกเก็บไว้) |
| RightTable | table | ตารางฝั่งขวา (คอลัมน์ฝั่งนี้จะถูกเติมเมื่อจับคู่ได้) |
NATURALLEFTOUTERJOIN รวมสองตารางเข้าด้วยกันแบบ Left Outer Join โดยอาศัยคอลัมน์ที่มีชื่อเหมือนกันเป็นคีย์การจับคู่ ผลลัพธ์จะเก็บ “ทุกแถวของตารางฝั่งซ้าย” ไว้ทั้งหมด และดึงคอลัมน์จากฝั่งขวามาเติมเมื่อจับคู่ได้ (ถ้าจับคู่ไม่ได้คอลัมน์ฝั่งขวาจะเป็น BLANK)
ถ้าชื่อคอลัมน์คีย์ของสองตารางไม่ตรงกัน ให้ปรับชื่อคอลัมน์ให้เหมือนกันก่อน (เช่นด้วย SELECTCOLUMNS) แล้วค่อยทำ NATURALLEFTOUTERJOIN
เก็บแถวตารางหลักไว้ทั้งหมด แล้วเติมข้อมูลจากตารางอ้างอิงเมื่อจับคู่ได้
แถวที่คอลัมน์ฝั่งขวาเป็น BLANK คือแถวที่ไม่พบคู่
เหมาะเมื่อ Sales เป็นตารางหลักที่ต้องเก็บครบ แล้วเติมข้อมูลจาก Product
หลัง join แล้วสามารถตรวจคอลัมน์ฝั่งขวาที่เป็น BLANK เพื่อหาแถวที่ไม่จับคู่
ถ้าคีย์ชื่อไม่ตรงกัน ให้สร้างคอลัมน์ชื่อเดียวกันก่อนด้วย SELECTCOLUMNS
ใช้คอลัมน์ที่มีชื่อเหมือนกันในทั้งสองตารางเป็นคีย์การจับคู่
แถวยังคงอยู่เพราะเป็น left join แต่คอลัมน์ที่มาจากตารางขวาจะเป็น BLANK
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ NATURALLEFTOUTERJOIN จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
CROSSJOIN สร้างตารางใหม่โดยการรวมแถวทั้งหมดจากตารางที่ระบุ โดยสร้างทุก Combination ที่เป็นไปได้ ผลลัพธ์คือตารางที่มีจำนวนแถวเท่ากับผลคูณของจำนวนแถวของแต่ละตาราง
NATURALINNERJOIN ทำ inner join ระหว่าง LeftTable และ RightTable โดยใช้คอลัมน์ชื่อเดียวกันเป็นคีย์การจับคู่ คืนผลลัพธ์เฉพาะแถวที่จับคู่ได้ทั้งสองตาราง และมักใช้ร่วมกับ SELECTCOLUMNS เพื่อจัดชื่อคอลัมน์ให้ตรงกัน
NATURALJOINUSAGE ทำให้ table expression ถูกเพิ่มเข้าไปในตัวกรอง (filter context) แบบ natural join โดยจับคู่ตามคอลัมน์ชื่อเดียวกัน เป็นฟังก์ชันที่ออกแบบสำหรับการใช้งานขั้นสูงในโมเดลแบบประกอบ (composite models) และ SUMMARIZECOLUMNS
สร้างตารางใหม่โดยเลือกเฉพาะคอลัมน์ที่ต้องการจากตารางต้นฉบับและเพิ่มคอลัมน์ที่คำนวณได้ ต่างจาก ADDCOLUMNS ตรงที่ SELECTCOLUMNS เริ่มจากตารางว่างแล้วเพิ่มเฉพาะคอลัมน์ที่ระบุ ทำให้สามารถปรับโครงสร้างตารางและเลือกข้อมูลที่จำเป็นได้อย่างยืดหยุ่น
คืนตารางที่เป็นผลแบบ semi-join ระหว่าง 2 ตาราง พร้อมแทนคอลัมน์ร่วมด้วยดัชนี 0-based ซึ่งคำนวณจากลำดับแถวของตารางอ้างอิงหลังจัดเรียง
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่