Thep Excel

YEARFRACคำนวณสัดส่วนของปีระหว่าง 2 วันที่

YEARFRAC คืนค่าสัดส่วนของปีระหว่าง StartDate และ EndDate โดยเลือกวิธีนับวัน (Basis) ได้ เหมาะกับการวัดช่วงเวลาที่ต้องการผลลัพธ์เป็นจำนวนปีแบบทศนิยม

fx
=YEARFRAC(<StartDate>, <EndDate>[, <Basis>])

ความนิยม3/10
ความยาก3/10
ประโยชน์3/10

อัปเดต 13 December 2025

Syntax & Arguments

อาร์กิวเมนต์ ชนิด คำอธิบาย
StartDate date/datetime วันที่เริ่มต้น
EndDate date/datetime วันที่สิ้นสุด
[Basis]ไม่บังคับ number รหัสวิธีนับวัน (day count basis) ตามกติกาที่ต้องการ

[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ

YEARFRAC คืนค่าสัดส่วนของปีระหว่างวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุด เหมาะกับการคำนวณอายุงาน ระยะเวลาสัญญา หรือการคิดดอกเบี้ย/อัตราต่อปี โดยสามารถกำหนดวิธีนับวัน (basis) ได้เพื่อให้สอดคล้องกับกติกาทางการเงินที่ใช้งาน

How it works

คำนวณอายุงานเป็นปีทศนิยม

เช่น ระยะเวลาตั้งแต่วันเริ่มงานถึงวันนี้

วัดระยะเวลาสัญญา/ช่วงเวลาเป็นปี

เช่น สัญญาเริ่ม-สิ้นสุด ต้องการผลเป็นจำนวนปี

Examples

ตัวอย่างที่ 1: อายุงานจากวันเริ่มงานถึงวันนี้Tenure (Years) = YEARFRAC(Employees[HireDate], TODAY())

YEARFRAC ช่วยแปลงช่วงเวลาระหว่าง 2 วันที่ให้เป็นจำนวนปีแบบทศนิยม เหมาะกับการทำอายุงาน

fx
=Tenure (Years) =
YEARFRAC(Employees[HireDate], TODAY())

ผลลัพธ์คืนค่าเป็นจำนวนปีแบบทศนิยม เช่น 3.75
ตัวอย่างที่ 2: ระยะเวลาสัญญาเป็นปีContract Length (Years) = YEARFRAC(Contracts[StartDate], Contracts[EndDate])

ใช้กับคอลัมน์วันที่เริ่มและสิ้นสุดเพื่อได้สัดส่วนของปีในแต่ละรายการ

fx
=Contract Length (Years) =
YEARFRAC(Contracts[StartDate], Contracts[EndDate])

ผลลัพธ์คืนค่าความยาวสัญญาเป็นปีแบบทศนิยม
ตัวอย่างที่ 3: กำหนด Basis สำหรับงานการเงินYear Fraction (Basis 1) = YEARFRAC(Loans[StartDate], Loans[EndDate], 1)

บางงานต้องใช้กติกานับวันเฉพาะ (basis) เพื่อให้ผลตรงกับสูตรทางการเงินหรือข้อกำหนดขององค์กร

fx
=Year Fraction (Basis 1) =
YEARFRAC(Loans[StartDate], Loans[EndDate], 1)

ผลลัพธ์ได้ผลลัพธ์ตามกติกา basis ที่เลือก

FAQs

YEARFRAC ต่างจากการหารจำนวนวันด้วย 365 อย่างไร?+

YEARFRAC รองรับการเลือกกติกานับวัน (basis) ทำให้เหมาะกับกรณีที่ต้องการกติกาเฉพาะ ไม่ใช่แค่หาร 365 แบบง่าย ๆ

ถ้า StartDate มากกว่า EndDate จะเป็นอย่างไร?+

ผลลัพธ์มักสะท้อนช่วงเวลาติดลบหรือขึ้นกับการตีความของสูตร ควรตรวจสอบลำดับวันที่ให้ถูกต้องก่อนคำนวณ

Resources & Related

ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ YEARFRAC จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง

ฟังก์ชันนี้YEARFRACDate and Time
Date and Time (5)
DATE

DATE สร้างค่าวันที่จากตัวเลข Year/Month/Day แล้วคืนค่าเป็นชนิด datetime เหมาะกับการประกอบวันที่จากคอลัมน์แยกส่วนหรือสร้างวันที่อ้างอิง เช่น วันแรกของเดือน วันตัดยอด

DATEDIFF

DATEDIFF คำนวณจำนวนช่วงเวลา (วัน, สัปดาห์, เดือน, ปี ฯลฯ) ระหว่างสองวันที่ด้วยการนับจำนวนครั้งที่ข้ามขอบเขตของช่วงเวลา เป็นฟังก์ชันพื้นฐานสำหรับการคำนวณอายุ, ระยะเวลา, และการวิเคราะห์เวลา

DAY

DAY คืนค่าเลขวันของเดือนจากค่าวันที่/เวลา (1–31) เป็นฟังก์ชันพื้นฐานสำหรับการวิเคราะห์ตามวันของเดือน การจัดกลุ่ม และการสร้างคอลัมน์ช่วย

MONTH (DAX)

MONTH ดึงเลขเดือน (integer 1-12) จากค่า datetime โดยรับ input เป็น datetime value, column reference, หรือ text representation ของวันที่ และคืนค่าตั้งแต่ 1 (มกราคม) ถึง 12 (ธันวาคม) ตาม Gregorian calendar ใช้สร้าง calculated column ใน Date table เพื่อเป็น sort column สำหรับชื่อเดือน และใช้ใน measure เพื่อสร้าง conditional logic กับ custom time intelligence calculations

ฟังก์ชัน YEAR ใน DAX

ดึงปีจากวันที่ในรูปแบบตัวเลข 4 หลัก สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลตามปี

Comments

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่