CURRENCY แปลงค่าตัวเลขให้เป็นชนิด Currency โดยเก็บเลขทศนิยมเพียง 4 ตำแหน่ง เหมาะสำหรับการคำนวณค่าเงินที่ต้องความแม่นยำในการปัดเศษ
=CURRENCY(<value>)
=CURRENCY(<value>)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| value | ตัวเลข | Yes | ค่าหรือคอลัมน์ที่ต้องการแปลงเป็น Currency ได้แก่ตัวเลข ผลลัพธ์จากฟังก์ชัน SUM/AVERAGE หรือนิพจน์ที่คืนค่าตัวเลข |
Sales Currency = CURRENCY(Sales[Amount])Sales Currency = CURRENCY(Sales[Amount])
ค่าในคอลัมน์ Sales[Amount] ถูกแปลงเป็นชนิด Currency
Minimum Price = CURRENCY(99.9999)Minimum Price = CURRENCY(99.9999)
100.0000 (ปัดเศษจาก 99.9999)
Filtered Sales = CALCULATE( CURRENCY( SUM( Sales[Amount] ) ), Sales[Status] = "Completed" )Filtered Sales = CALCULATE(
CURRENCY( SUM( Sales[Amount] ) ),
Sales[Status] = "Completed"
)
ยอดขายรวมเฉพาะคำสั่งซื้อที่สำเร็จ ในรูปแบบ Currency
Test Value = CURRENCY(TRUE())Test Value = CURRENCY(TRUE())
1.0000
CURRENCY ใช้สำหรับแปลงค่าตัวเลขให้เป็นชนิด Currency โดยลดเลขทศนิยมให้เหลือ 4 ตำแหน่ง เหมาะสำหรับการคำนวณค่าเงินที่ต้องความแม่นยำและต้องหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดจากการปัดเศษ
CURRENCY(<value>) เทียบเท่ากับ CONVERT(<value>, CURRENCY) ทั้งสองฟังก์ชันให้ผลลัพธ์เหมือนกันแต่ CURRENCY ชัดเจนกว่าและเป็นที่นิยมใช้มากกว่า
CURRENCY ปัดเศษตามกฎการปัดเศษทั่วไป – ถ้าตัวเลขตัวที่ 5 คือ 5 ขึ้นไป จะปัดขึ้น เช่น 1.23456 จะเป็น 1.2346 และ 1.23454 จะเป็น 1.2345
CURRENCY เป็นฟังก์ชันสำหรับแปลงข้อมูลให้เป็นชนิด Currency ซึ่งเป็นประเภทข้อมูลที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับค่าเงิน
จุดสำคัญของ CURRENCY คือมันเก็บค่าตัวเลขโดยมีเลขทศนิยมสูงสุด 4 ตำแหน่ง เช่น 3.6666666666666 จะถูกปัดเศษเป็น 3.6667 ซึ่งช่วยให้การคำนวณเงินแม่นยำและสอดคล้องกับมาตรฐานการบัญชี
ที่เจ๋งคือ CURRENCY เทียบเท่ากับ CONVERT(<value>, CURRENCY) ทั้งสองวิธีให้ผลลัพธ์เหมือนกัน ส่วนตัวผมแนะนำให้ใช้ CURRENCY ตั้งแต่สร้าง Measure ที่เกี่ยวกับเงิน เพื่อให้โค้ดชัดเจนและหลีกเลี่ยงปัญหาการปนระหว่างชนิดข้อมูล