ส่งกลับจำนวนวันระหว่างวันที่สองวัน (จบ – เริ่ม) คำนวณผลต่างของวันที่อย่างง่ายดาย
=DAYS(end_date, start_date)
=DAYS(end_date, start_date)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| end_date | Date | Yes | วันที่สิ้นสุด | |
| start_date | Date | Yes | วันที่เริ่มต้น |
DAYS("2024-12-31", "2024-01-01")=DAYS("2024-12-31", "2024-01-01")
365
DAYS(Project[Deadline], TODAY())=DAYS(Project[Deadline], TODAY())
จำนวนวันที่เหลือ
A2-B2 (vs) =DAYS(A2, B2)=A2-B2 (vs) =DAYS(A2, B2)
ผลลัพธ์เหมือนกัน แต่ DAYS อ่านง่ายกว่า
DAYS(DATE(YEAR(TODAY()),12,31), TODAY())=DAYS(DATE(YEAR(TODAY()),12,31), TODAY())
จำนวนวันที่เหลือในปี
DAYS นับทุกวันรวมวันหยุดสุดสัปดาห์ NETWORKDAYS นับเฉพาะวันทำการเท่านั้น (ยกเว้นวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดที่ระบุ)
เพราะลำดับสำคัญ ต้องเป็น =DAYS(วันที่มากกว่า, วันที่น้อยกว่า) ถ้าสลับจะลบได้ค่าติดลบ
ไม่ต่างเลย ผลลัพธ์เหมือนกันหมด แต่ DAYS อ่านง่ายกว่าและมีความหมายชัดเจน
ไม่ถือ ตัดเศษส่วนทิ้งเลย ถ้า A1=2024-01-02 14:30 B1=2024-01-01 10:00 ให้ผล 1 วัน เท่านั้น
ฟังก์ชัน DAYS ใน Excel ช่วยส่งกลับจำนวนวันระหว่างวันที่สองวัน โดยเอาวันที่เริ่มต้นไปลบจากวันที่สิ้นสุด
ที่เจ๋งคือ DAYS ทำงานได้กับวันที่เป็นข้อความ (text dates) ที่ Excel เข้าใจ หรือวันที่เป็นตัวเลข (serial dates) ได้เท่าเทียมกัน ไม่ต้องกังวลว่า input มาจากไหน ใช้ DAYS ซะ จะเหมือนการลบกันแบบธรรมชาติ
ส่วนตัวผม ถ้าต้องหาวันคงเหลือในโปรเจกต์ ชอบใช้ DAYS(วันกำหนด, TODAY()) มากกว่าลบกันเองเพราะชัดเจนว่าเรากำลังหา “วันต่าง” ระหว่างอะไรกับอะไร 😎