คำนวณจำนวนวันทำการระหว่างสองวัน โดยสามารถกำหนดว่าวันไหนเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ได้เอง (มีประโยชน์กับประเทศต่างๆ ที่มีเวลาทำงานแตกต่างกัน เช่น ดูไบอาทิตย์-จันทร์ หรือ มาเลเซีย ศุกร์-เสาร์) รองรับทั้งรูปแบบตัวเลข (1-7, 11-17) และรูปแบบข้อความ (7 ตัวอักษร) สำหรับความยืดหยุ่นสูงสุด
=NETWORKDAYS.INTL(start_date, end_date, [weekend], [holidays])
=NETWORKDAYS.INTL(start_date, end_date, [weekend], [holidays])
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| start_date | Date | Yes | วันที่เริ่ม | |
| end_date | Date | Yes | วันที่สิ้นสุด | |
| weekend | Number/Text | Optional | 1 | รหัสหรือข้อความที่ระบุว่าวันไหนเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ (Default = 1 หรือ “0000011” = เสาร์-อาทิตย์)
📌 **รูปแบบตัวเลข (Numeric Codes):** 🔹 **หยุด 2 วัน (Codes 1-7):** 🔹 **หยุด 1 วัน (Codes 11-17):** 📌 **รูปแบบข้อความ (String Format – 7 ตัวอักษร):** 💡 **เทคนิค:** ใช้ IF หรือ CHOOSE เพื่อเลือก weekend code ตามประเทศ |
| holidays | Range/Array | Optional | – | ช่วงวันที่ที่เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ |
NETWORKDAYS.INTL("2025-01-01", "2025-01-31", 1)=NETWORKDAYS.INTL("2025-01-01", "2025-01-31", 1)
23
NETWORKDAYS.INTL("2025-01-01", "2025-01-31", 7)=NETWORKDAYS.INTL("2025-01-01", "2025-01-31", 7)
21
NETWORKDAYS.INTL("2025-01-01", "2025-01-31", 11)=NETWORKDAYS.INTL("2025-01-01", "2025-01-31", 11)
27
NETWORKDAYS.INTL("2025-01-01", "2025-01-31", "0010001")=NETWORKDAYS.INTL("2025-01-01", "2025-01-31", "0010001")
24
NETWORKDAYS.INTL("2025-01-01", "2025-01-31", "0000111")=NETWORKDAYS.INTL("2025-01-01", "2025-01-31", "0000111")
19
NETWORKDAYS.INTL("2025-01-01", "2025-01-31", 1, {"2025-01-14","2025-01-20","2025-01-28"})=NETWORKDAYS.INTL("2025-01-01", "2025-01-31", 1, {"2025-01-14","2025-01-20","2025-01-28"})
20
ฟังก์ชัน NETWORKDAYS.INTL ใน Excel ช่วยคำนวณจำนวนวันทำการระหว่างสองวัน โดยกำหนดวันหยุดสุดสัปดาห์ได้เอง