ตรวจสอบว่าเซลล์ที่อ้างอิงมีสูตรอยู่หรือไม่ คืนค่า TRUE ถ้าเซลล์นั้นเป็นสูตร และ FALSE ถ้าเป็นค่าคงที่หรือเซลล์ว่าง ใช้ตรวจสอบไฟล์ก่อนแก้ไข
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| reference | Reference | เซลล์ |
ฟังก์ชัน ISFORMULA ใน Excel ใช้ตรวจสอบว่าเซลล์ที่อ้างอิงมีสูตรอยู่หรือไม่ โดยคืนค่า TRUE ถ้าเซลล์นั้นเป็นสูตร และ FALSE ถ้าเป็นค่าคงที่ ข้อความ หรือเซลล์ว่าง งานที่เจอบ่อยคือใช้ตรวจสอบไฟล์งบประมาณหรือรายงานที่ทำต่อกันหลายคน เพื่อหาว่าเซลล์ไหนถูกพิมพ์ทับสูตรด้วยตัวเลขล้วนโดยไม่ตั้งใจ ก่อนส่งรายงานหรือปิดงบ
สมมติ D2 มีสูตร =SUM(B2:C2) อยู่ ฟังก์ชันจะคืนค่า TRUE เพราะเซลล์นั้นเป็นสูตรจริง ไม่ใช่ตัวเลขที่พิมพ์เข้าไปตรงๆ
ถ้า D3 เดิมเป็นสูตรแต่ถูกคนอื่นพิมพ์ตัวเลขทับ (เช่น พิมพ์ 5000 แทนสูตร SUM) ฟังก์ชันจะคืนค่า FALSE ทำให้รู้ทันทีว่าสูตรหายไปแล้ว
ใช้สูตรนี้เป็นเงื่อนไขใน Conditional Formatting เพื่อไฮไลต์เซลล์ที่ไม่มีสูตร จะได้เห็นชัดว่าแถวไหนหลุดสูตรออกไปทั้งชีต
ใส่เป็น Array ได้ เช่น =ISFORMULA(D2:D10) จะได้ผลลัพธ์เป็น Array TRUE/FALSE ตามแต่ละเซลล์ ใช้ร่วมกับ SUMPRODUCT นับจำนวนเซลล์ที่เป็นสูตรได้
เพราะ ISFORMULA ต้องการ Reference ไม่ใช่ค่าคงที่ ต้องอ้างอิงเซลล์ที่มีค่านั้นแทน เช่น =ISFORMULA(A1) ไม่ใช่ใส่ตัวเลขตรงๆ
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ ISFORMULA จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
ดึงข้อมูลเกี่ยวกับเซลล์ เช่น ที่อยู่ ชื่อไฟล์ รูปแบบตัวเลข หรือความกว้างคอลัมน์ ใช้ทำ Dynamic Header, ตรวจสอบไฟล์ก่อนประมวลผล หรือแสดง Path ของ Workbook บนรายงาน
ส่งกลับข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมการทำงานปัจจุบัน เช่น ระบบปฏิบัติการ รุ่น Excel และโหมดการคำนวณ
ISNUMBER ตรวจสอบค่าที่ระบุว่าเป็นประเภทตัวเลขหรือไม่ (รวมถึงวันที่และเวลาซึ่ง Excel เก็บเป็นตัวเลข) แต่จะไม่นับตัวเลขที่ถูกจัดเก็บเป็นข้อความ (Numbers stored as text) ผลลัพธ์ที่ได้คือ TRUE หรือ FALSE
TYPE ส่งกลับตัวเลข (1-128) ที่ระบุชนิดของข้อมูล เช่น ตัวเลข ข้อความ ค่าตรรกะ หรือข้อผิดพลาด
FORMULATEXT ดึงสูตรจากเซลล์มาแสดงเป็นข้อความ ใช้สำหรับ Audit ตรวจสอบสูตร หรือทำ Documentation ของ Workbook ถ้าเซลล์ไม่มีสูตรจะคืนค่า #N/A
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่