ตรวจสอบว่าค่าที่ระบุเป็นเลขคี่หรือไม่ ส่งกลับ TRUE ถ้าเป็นคี่ FALSE ถ้าเป็นคู่
=ISODD(value)
=ISODD(value)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| value | Any | Yes | ค่าที่ต้องการตรวจสอบ สามารถเป็นตัวเลข เซลล์อ้างอิง ผลลัพธ์จากฟังก์ชันอื่น หรือค่าเลขที่เก็บในตัวแปร |
ISODD(3)=ISODD(3)
TRUE
ISODD(4)=ISODD(4)
FALSE
IF(ISODD(A1), "คี่", "คู่")=IF(ISODD(A1), "คี่", "คู่")
"คี่" หรือ "คู่" ขึ้นอยู่กับค่า A1
ISODD(-5)=ISODD(-5)
TRUE
ISODD จะทำงานกับเลขทศนิยม โดยจะตัดทิ้งส่วนทศนิยมก่อน เช่น =ISODD(3.9) จะคืนค่า TRUE เพราะหลังจากตัดทิ้งส่วนทศนิยมจะเหลือ 3 ซึ่งเป็นเลขคี่
ISODD จะคืนค่า FALSE หากรับข้อความ เช่น =ISODD(“5”) จะคืนค่า FALSE เพราะ “5” เป็นข้อความ ไม่ใช่ตัวเลข ต้องแน่ใจว่าข้อมูลเป็นตัวเลขจริง
ISODD ตรวจสอบเลขคี่และคืนค่า TRUE ส่วน ISEVEN ตรวจสอบเลขคู่และคืนค่า TRUE คือตรงข้ามกัน
ใช่ ISODD(0) คืนค่า FALSE เพราะ 0 เป็นเลขคู่
ใช้ =ISODD(ROW()) ในการตรวจสอบว่าแถวปัจจุบันเป็นคี่หรือไม่ เช่น =IF(ISODD(ROW()), “สีแดง”, “สีขาว”) แล้วใช้ Conditional Formatting เพื่อใช้สีตามผลลัพธ์
ISODD เป็นฟังก์ชันจากตระกูล IS ของ Excel ที่ใช้สำหรับตรวจสอบว่าตัวเลขเป็นเลขคี่หรือไม่.
จะคืนค่า TRUE ถ้าตัวเลขคี่ และ FALSE ถ้าตัวเลขคู่ สิ่งที่ต้องระวังคือ ISODD ต้องการตัวเลข (number) จริง ไม่ใช่ข้อความ ถ้าคุณเขียน =ISODD(“3”) จะได้ FALSE เพราะ “3” เป็นข้อความ ไม่ใช่ตัวเลข ฟังก์ชันนี้มักใช้ร่วมกับ IF เพื่อสร้างเงื่อนไขต่างๆ เช่น ให้สีต่างกันสำหรับแถวคี่และคู่ 😎