ตรวจสอบว่าค่าที่ส่งเข้าไปเป็นการอ้างอิงเซลล์ (Reference) จริง ๆ หรือแค่ค่าธรรมดา คืนค่า TRUE หรือ FALSE
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| value | Any | ค่าหรือ Reference ที่ต้องการตรวจสอบ สามารถเป็นเซลล์ reference, Named Range, ข้อความ, ตัวเลข หรือค่าอื่น ๆ |
ISREF เป็นฟังก์ชันจากครอบครัว IS ที่ใช้ตรวจสอบว่าค่าที่ส่งเข้าไปเป็น Reference object ตัวจริงหรือไม่ ทำให้เรารู้ว่าสูตรสร้าง Reference ได้สำเร็จหรือไม่
สิ่งสำคัญคือ ISREF ไม่แปลงค่า เช่น ISREF(“A1”) จะคืน FALSE เพราะ “A1” เป็นเพียงข้อความ ไม่ใช่ Reference จริง แต่ ISREF(A1) จะคืน TRUE เพราะ A1 เป็น Reference ที่แท้จริง
ฟังก์ชันนี้มีประโยชน์มากเมื่อใช้กับ INDIRECT ในการสร้าง Reference แบบพลวัต หรือตรวจสอบว่า Named Range ถูกสร้างหรือทำงานถูกต้องหรือไม่
G8 เป็น Reference ที่ชี้ไปยังเซลล์ G8 โดยตรง
สูตรคืนค่า TRUE เพราะนี่เป็น Reference object ตัวจริง
ใช้วิธีนี้เมื่อต้องการเช็กว่า cell reference ถูกสร้างหรือไม่
สมมติว่า SalesData เป็น Named Range ที่อ้างถึง D1:D100
สูตรคืนค่า TRUE เพราะ Named Range มันเก็บ Reference ไว้
นี่เป็นวิธีตรวจสอบว่า Named Range มีอยู่จริงและทำงานได้
"A1" เป็นเพียงข้อความปกติ ไม่ใช่ Reference object
สูตรคืนค่า FALSE เพราะข้อความไม่ถือว่าเป็น Reference
ข้อความเสมือนจนกว่าจะใช้ INDIRECT เพื่อแปลงเป็น Reference
INDIRECT("B2:B10") สร้าง Reference แบบพลวัตจากข้อความ
สูตรคืนค่า TRUE เพราะ INDIRECT ส่งคืน Reference object
มีประโยชน์ในการเช็กว่า INDIRECT สร้าง Reference ได้สำเร็จ
ISREF ตรวจสอบว่าเป็น Reference หรือไม่ คืนค่า TRUE/FALSE เท่านั้น ส่วน ISERROR ตรวจสอบว่าเป็น error (#N/A, #VALUE! เป็นต้น) หรือไม่ ใช้งานที่ต่างกันมาก
เพราะ "A1" เป็นข้อความ (text string) ไม่ใช่ Reference object จริง ต้องใช้ A1 โดยไม่มีอัญประลัษ หรือใช้ INDIRECT("A1") เพื่อให้ได้ Reference
มีประโยชน์เมื่อสร้าง Reference แบบพลวัตด้วย INDIRECT และต้องเช็กว่าสร้างสำเร็จหรือไม่ หรือตรวจสอบ Named Range ที่ผู้ใช้สร้างขึ้น
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ ISREF จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
ISBLANK ตรวจสอบเซลล์ว่างจริงเท่านั้น หากเซลล์มีสูตรคืนค่า "" (empty string) จะถือว่าไม่ว่าง
ISERROR ตรวจสอบค่าว่าเป็น Error หรือไม่ โดยครอบคลุม Error ทุกประเภทใน Excel ได้แก่ #N/A, #VALUE!, #REF!, #DIV/0!, #NUM!, #NAME?, และ #NULL! มักใช้คู่กับ IF เพื่อแสดงข้อความเตือนหรือจัดการกับ Error ก่อนที่จะแสดงผล
ISNUMBER ตรวจสอบค่าที่ระบุว่าเป็นประเภทตัวเลขหรือไม่ (รวมถึงวันที่และเวลาซึ่ง Excel เก็บเป็นตัวเลข) แต่จะไม่นับตัวเลขที่ถูกจัดเก็บเป็นข้อความ (Numbers stored as text) ผลลัพธ์ที่ได้คือ TRUE หรือ FALSE
ISTEXT ตรวจสอบว่าค่าในเซลล์เป็นข้อความจริงหรือไม่ จุดเด่นของมันคือมันแยกความแตกต่างระหว่าง '123' (ข้อความ) กับ 123 (ตัวเลข) ซึ่งช่วยเมื่อต้องการตรวจสอบรูปแบบข้อมูลก่อนคำนวณ
INDIRECT แปลงข้อความเป็นการอ้างอิงเซลล์จริง ช่วยให้สามารถเปลี่ยนตำแหน่งเซลล์ได้ไดนามิกโดยใช้ตัวเลขหรือชื่อเซลล์
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่