Date.AddMonths เพิ่มจำนวนเดือนที่ระบุให้กับค่าวันที่ โดยคืนค่า date datetime หรือ datetimezone ขึ้นอยู่กับประเภทข้อมูลอินพุต ฟังก์ชันนี้จำเป็นสำหรับการคำนวณวันครบกำหนด กำหนดตารางเวลาโครงการ และการวิเคราะห์ข้อมูลตามช่วงเวลา
=Date.AddMonths(dateTime as any, numberOfMonths as number) as any
=Date.AddMonths(dateTime as any, numberOfMonths as number) as any
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| dateTime | any | Yes | ค่า date datetime หรือ datetimezone ที่ต้องการเพิ่มเดือน | |
| numberOfMonths | number | Yes | จำนวนเดือนที่ต้องการเพิ่ม สามารถเป็นจำนวนลบเพื่อลบเดือนได้ |
ใช้คำนวณวันครบกำหนดชำระหนี้ โดยเพิ่มจำนวนเดือนจากวันที่ออกเอกสาร
กำหนดวันที่สิ้นสุดสัญญาที่มีระยะเวลานับเป็นเดือน
แบ่งข้อมูลเป็นกลุ่มรายเดือน โดยคำนวณวันที่สิ้นสุดแต่ละช่วง
Date.AddMonths(#date(2011, 5, 14), 5)=Date.AddMonths(#date(2011, 5, 14), 5)
#date(2011, 10, 14)
Date.AddMonths(#datetime(2011, 5, 14, 8, 15, 22), 18)=Date.AddMonths(#datetime(2011, 5, 14, 8, 15, 22), 18)
#datetime(2012, 11, 14, 8, 15, 22)
Date.AddMonths(#date(2011, 5, 14), -3)=Date.AddMonths(#date(2011, 5, 14), -3)
#date(2011, 2, 14)
let Sales = Table.FromRows( {{#date(2024, 1, 15), "Order A"}, {#date(2024, 2, 20), "Order B"}}, {"OrderDate", "Description"} ), AddDueDate = Table.AddColumn(Sal…let
Sales = Table.FromRows(
{{#date(2024, 1, 15), "Order A"}, {#date(2024, 2, 20), "Order B"}},
{"OrderDate", "Description"}
),
AddDueDate = Table.AddColumn(Sales, "DueDate", each Date.AddMonths([OrderDate], 3))
in
AddDueDate
ตารางที่มีคอลัมน์ใหม่ DueDate โดยคำนวณจากการเพิ่ม 3 เดือนให้กับ OrderDate
ฟังก์ชันจะส่งคืน 28 หรือ 29 กุมภาพันธ์ (ขึ้นอยู่กับปีอธิกสุรทิน) เนื่องจากกุมภาพันธ์ไม่มี 31 วัน ฟังก์ชันจะปรับค่าวันโดยอัตโนมัติ
Date.AddMonths เพิ่มตามจำนวนเดือนที่ระบุ ส่วน Date.AddYears เพิ่มตามจำนวนปี ใช้ Date.AddYears เมื่อต้องการแก้ไขในระดับปี ใช้ Date.AddMonths เมื่อต้องการแก้ไขในระดับเดือน
ได้ ใช้ Table.TransformColumns หรือ Table.AddColumn เพื่อใช้ Date.AddMonths กับแต่ละแถวในคอลัมน์วันที่
Date.AddMonths ใช้เพื่อเพิ่มหรือลดจำนวนเดือนให้กับค่าวันที่ datetime หรือ datetimezone ที่กำหนด ฟังก์ชันจะคืนค่าในประเภทเดียวกับที่ส่งเข้ามา ซึ่งสะดวกมากเวลาคำนวณวันครบกำหนด ตั้งเวลาโครงการ หรือวิเคราะห์ข้อมูลตามช่วงเวลา
ที่เจ๋งของ Date.AddMonths คือมันอัจฉริยะในการจัดการวันที่ไม่มีอยู่ เช่น ถ้าบอก 31 มกราคม + 1 เดือน ฟังก์ชันจะไม่ error แต่จะส่งคืน 28 หรือ 29 กุมภาพันธ์ (ตามปีอธิกสุรทิน) อย่างชาญฉลาด
ส่วนตัวผม ใช้ Date.AddMonths เยอะตอนทำการวิเคราะห์กำหนดการโครงการหรือคำนวณวันครบกำหนดสินเชื่อ ร่วมกับ Table.AddColumn หรือ Table.TransformColumns เพื่อสร้างคอลัมน์วันที่ใหม่ ทำให้เห็นภาพการไหลของเวลาได้ชัด 😎