Table.IsEmpty ใช้สำหรับตรวจสอบว่าตารางไม่มีข้อมูล (ไม่มีแถว) ใช่หรือไม่ คืนค่า true หากตารางว่าง false หากมีข้อมูลอย่างน้อย 1 แถว
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| table | table | ตารางที่ต้องการตรวจสอบว่างหรือไม่ |
Table.IsEmpty(table) ใช้เพื่อตรวจสอบว่าตารางมีแถวข้อมูลหรือไม่ คืนค่า true สำหรับตารางว่าง (0 แถว) และ false เมื่อตารางมีข้อมูล
ที่เจ๋งของ Table.IsEmpty คือว่ามันประเมินเฉพาะจำนวนแถวเท่านั้น ไม่สนใจโครงสร้างของคอลัมน์ แม้ตารางจะมีคอลัมน์อยู่ แต่ถ้าไม่มีแถว ก็ถือว่าว่าง ใช้ได้ดีเมื่อต้องการตัดสินใจว่าจะทำขั้นตอนต่อไปหรือไม่
ส่วนตัวผม ชอบใช้ Table.IsEmpty ในการจัดการกับกรณี edge case คือ “เกิดอะไรขึ้นเมื่อข้อมูลอินพุตว่างเปล่า” ตัวอย่างเช่น หลังจากกรองข้อมูล ถ้า Table.IsEmpty คืนค่า true แสดงว่าไม่มีแถวที่ตรงเงื่อนไข เราสามารถจัดการกรณีนี้ได้โดยใช้ if condition
ตรวจสอบก่อนเริ่มประมวลผลเพื่อป้องกัน Error
ตรวจสอบผลลัพธ์การกรองข้อมูลว่าเหลือข้อมูลหรือไม่
ใช้ในการสร้างเงื่อนไขจัดการกรณีไม่มีข้อมูล (Empty State)
ตารางมีข้อมูล 1 แถว ดังนั้น Table.IsEmpty จึงคืนค่า false (ตารางไม่ว่าง)
ตารางไม่มีแถวข้อมูลเลย (0 แถว) ดังนั้น Table.IsEmpty จึงคืนค่า true (ตารางว่าง)
กรองข้อมูลแล้วไม่เหลือแถวที่ตรงเงื่อนไข (ไม่มี Region="East") ตารางผลลัพธ์จึงเป็นตารางว่าง
เมื่อตารางว่าง ใช้ if condition เพื่อแสดงข้อความแทนที่จะพยายามประมวลผลข้อมูลที่ไม่มี
Table.IsEmpty คืนค่า true/false ส่วน Table.RowCount คืนค่าตัวเลขจำนวนแถว ใช้ Table.IsEmpty เมื่อต้องการตัดสินใจ if/else ใช้ Table.RowCount เมื่อต้องการรู้จำนวนที่แน่นอน
เข้มงวด – ตรวจเฉพาะจำนวนแถว ไม่สนใจว่าตารางมีคอลัมน์หรือเพียงว่างเปล่า แม้ตารางจะถูกสร้างจาก record ที่มี schema แต่ถ้าไม่มีแถว ก็ถือว่าว่าง
ไม่ได้ จะเกิด error หากอินพุตเป็น null ต้องป้องกัน null ก่อนใช้ Table.IsEmpty โดยใช้ try-catch หรือ if x is table
เร็วมาก ไม่ต้องดึงข้อมูลทั้งหมด เพียงแค่ตรวจสอบว่ามีแถวหนึ่งแถวขึ้นไป ใช้ได้ปลอดภัยแม้กับ large dataset
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ Table.IsEmpty จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
ฟังก์ชันสำหรับนับจำนวนแถวทั้งหมดในตาราง โดยคืนค่าเป็นตัวเลขครับ
Table.SelectRows เป็นฟังก์ชันสำหรับกรองตาราง (filter table) ใน Power Query โดยใช้ฟังก์ชันเงื่อนไข (condition function) เพื่อตรวจสอบแต่ละแถว ถ้าเงื่อนไขคืนค่า true จะเก็บแถวนั้นไว้ ถ้าเป็น false จะตัดทิ้ง สามารถใช้ keyword 'each' ร่วมกับการอ้างอิงคอลัมน์ด้วย [ColumnName] เพื่อเขียนเงื่อนไขได้สะดวก รองรับการกรองตามตัวเลข ข้อความ วันที่ การตรวจสอบค่า null และเงื่อนไขที่ซับซ้อนด้วย and/or operators ฟังก์ชันนี้รองรับ Query Folding ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเมื่อทำงานกับ data source ขนาดใหญ่
List.IsEmpty ตรวจสอบว่ารายการไม่มีข้อมูลเลย คืนค่า true หากรายการว่าง false หากมีข้อมูล
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่