Thep Excel

FREQUENCYคำนวณความถี่การกระจายข้อมูล

FREQUENCY นับจำนวนค่าที่ตกอยู่ในแต่ละช่วงที่กำหนด และคืนค่าเป็น Array แนวตั้ง เหมาะสำหรับสร้าง Histogram และวิเคราะห์การกระจายข้อมูล

fx
=FREQUENCY(data_array, bins_array)

ความนิยม5/10
ความยาก4/10
ประโยชน์6/10

อัปเดต 2 December 2025

Syntax & Arguments

อาร์กิวเมนต์ ชนิด คำอธิบาย
data_array Range/Array ช่วงข้อมูลดิบ (Raw Data) ที่ต้องการนับความถี่ เช่น คะแนนสอบ ยอดขาย เป็นต้น
bins_array Range/Array ช่วงข้อมูลที่กำหนดขอบเขตบน (Upper Bounds) ของแต่ละช่วง เช่น {10, 20, 30} หมายถึง 30

Additional Notes

FREQUENCY เป็นฟังก์ชัน Array ที่ใช้คำนวณความถี่ของการกระจายข้อมูล (Frequency Distribution) โดยการนับจำนวนค่าที่ตกอยู่ในแต่ละช่วง (Bin) ที่กำหนด

ที่เจ๋งคือ FREQUENCY คืนค่าเป็น Array แนวตั้ง ซึ่งหมายความว่าคุณต้องใส่สูตรเป็น Array Formula (Ctrl+Shift+Enter ใน Excel เก่า หรือ Enter ปกติใน Excel 365) จากนั้นข้อมูลความถี่จะเต็มลงหลายเซลล์โดยอัตโนมัติ

ส่วนตัวผม FREQUENCY เป็นตัวช่วยที่ดีเยี่ยมสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ เช่น ดูว่าคะแนนสอบกระจายตัวอย่างไร หรือยอดขายแต่ละช่วงเท่าไหร่ 😎

Examples

ตัวอย่างพื้นฐาน: นับความถี่คะแนนสอบFREQUENCY(A2:A21, C2:C5)

สมมติ A2:A21 เป็นคะแนนสอบ 20 คน และ C2:C5 เป็นขอบเขต {50, 70, 85, 100}

– A2:A21 = {35, 42, 48, 51, 58, 65, 72, 78, 82, 88, 92, 95, 45, 60, 75, 85, 90, 98, 52, 68}
– C2:C5 = {50, 70, 85, 100}

ผลลัพธ์:
– <=50: 8 คน (35, 42, 48, 51, 45)
– 51-70: 12 คน (58, 65, 72, 78, 82, 88, 92, 95, 60, 75)
– 71-85: 7 คน (85, 90, 98, 52, 68)
– >85: 3 คน

วิธีใช้: ใส่สูตรใน D2 แล้ว Ctrl+Shift+Enter (Excel เก่า) หรือ Enter (Excel 365)

fx
=FREQUENCY(A2:A21, C2:C5)

ผลลัพธ์[8; 12; 7; 3]
ตัวอย่างจริง: สร้าง Histogram ยอดขายFREQUENCY(B2:B31, E2:E4)

ร้านขายของต้องการเห็นว่ายอดขายรายวันกระจายตัวอย่างไร

– B2:B31 = ยอดขาย 30 วัน (2500, 3100, 4200, 2800, …)
– E2:E4 = ขอบเขต {3000, 4000, 5000}

ผลลัพธ์ {15; 22; 8} หมายความว่า:
– ยอดขาย <=3000: 15 วัน
– ยอดขาย 3001-4000: 22 วัน
– ยอดขาย >4000: 8 วัน

จากนี้สามารถสร้าง Histogram ได้เลย

fx
=FREQUENCY(B2:B31, E2:E4)

ผลลัพธ์[15; 22; 8]
ตัวอย่างขั้นสูง: ใช้ Dynamic Array (Excel 365)FREQUENCY(A2:A101, {50, 100, 150, 200})

ใน Excel 365 สามารถใช้ Dynamic Array โดยไม่ต้อง Ctrl+Shift+Enter

– A2:A101 = 100 ค่าข้อมูล
– {50, 100, 150, 200} = ขอบเขตโดยตรง

ผลลัพธ์จะเต็มลงหลายเซลล์โดยอัตโนมัติ (5 ค่า: <=50, 51-100, 101-150, 151-200, >200)

fx
=FREQUENCY(A2:A101, {50, 100, 150, 200})

ผลลัพธ์Array แนวตั้ง
ตัวอย่างการรวมกับ COUNTIF เพื่อความ FlexibleCOUNTIF(A2:A21, "

ถ้า FREQUENCY ไม่ตรงตามความต้องการ สามารถใช้ COUNTIF แทนได้
– แรก: นับ <=C2
– ที่สอง: นับ C2 ถึง C3

วิธีนี้ Flexible กว่า FREQUENCY แต่อาจเขียนสูตรได้มากขึ้น

fx
=COUNTIF(A2:A21, "<="&C2)
=COUNTIF(A2:A21, "<="&C3) – COUNTIF(A2:A21, "<="&C2)

ผลลัพธ์แสดงการคำนวณแบบ Manual

FAQs

FREQUENCY ต่างจาก COUNTIF อย่างไร?+

FREQUENCY คืนค่า Array ทั้งหมดในครั้งเดียว ส่วน COUNTIF นับเพียงเงื่อนไขเดียว ถ้าต้องการนับหลายช่วงพอดี FREQUENCY จะสั้นกว่า

ทำไม Excel บอก #VALUE! เมื่อใช้ FREQUENCY?+

ใน Excel เก่า ต้องใส่สูตรเป็น Array Formula (Ctrl+Shift+Enter) ถ้าลืมจะเกิดข้อผิดพลาด Excel 365 ใช้ Enter ปกติได้

ถ้า bins_array ไม่ได้เรียงจากน้อยไปมากจะเป็นไง?+

FREQUENCY ต้องการ bins_array เรียงจากน้อยไปมากเท่านั้น ถ้าไม่เรียง ผลลัพธ์จะผิด เรียง Ascending ก่อนใช้

ข้อมูลค่ารวม (Duplicates) นับเป็นกี่ครั้ง?+

แต่ละค่านับตามจำนวนครั้งที่ปรากฏ ถ้า 5 ปรากฏ 3 ครั้ง แต่ละครั้งจะนับ 1

ใช้กับ Excel เวอร์ชันไหนได้?+

ทุกเวอร์ชัน Excel (Excel 97 ขึ้นไป) แต่ Excel 365 เป็นเวอร์ชันที่ใช้งานง่ายสุด เพราะใช้ Enter ปกติได้

Resources & Related

ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ FREQUENCY จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง

ฟังก์ชันนี้FREQUENCYStatistical
Statistical (2)
COUNTIF

COUNTIF ใช้นับจำนวนเซลล์ที่ตรงตามเงื่อนไขเดียว รองรับเงื่อนไขทั้งตัวเลข ข้อความ และการใช้ Wildcard (*, ?) สำหรับค้นหาแบบ pattern matching ไม่สนใจตัวพิมพ์เล็ก/ใหญ่ (case-insensitive) ข้อจำกัด: criteria ห้ามยาวเกิน 255 ตัวอักษร

COUNTIFS

COUNTIFS นับจำนวนเซลล์ที่ตรงกับหลายเงื่อนไขพร้อมกัน โดยใช้ AND logic หมายความว่าเงื่อนไขทุกข้อต้องเป็นจริงถึงจะนับ ซึ่งต่างจาก COUNTIF ที่มีได้แค่เงื่อนไขเดียว
.
ข้อดีคือรองรับได้ถึง 127 คู่ criteria_range/criteria ทำให้วิเคราะห์ข้อมูลซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับ wildcard characters (* แทนตัวอักษรกี่ตัวก็ได้, ? แทนตัวอักษรหนึ่งตัว) และ operators (>, =, <=, ) สำหรับเปรียบเทียบตัวเลขและวันที่
.
ที่ต้องระวังคือ criteria_range ทุกตัวต้องมีขนาดเท่ากันทุกประการ (rows × columns) มิฉะนั้นจะเกิด #VALUE! error ทันที COUNTIFS เป็นส่วนหนึ่งของ IFS family (SUMIFS, AVERAGEIFS, MAXIFS, MINIFS) ที่มี syntax คล้ายกัน เหมาะมากสำหรับสร้าง dashboard แบบ real-time และวิเคราะห์ KPI หลายมิติ

Lookup and reference (2)
SORT

SORT เป็น Dynamic Array Function ที่เรียงลำดับข้อมูลจาก Array แล้ว return เป็น Spill Range ใหม่โดยไม่แก้ไขข้อมูลต้นฉบับ รองรับการเรียงตามคอลัมน์ที่ต้องการ (sort_index) ทั้งจากน้อยไปมาก (1) และมากไปน้อย (-1) รวมถึงเรียงแนวนอน (by_col=TRUE) ต่างจาก SORTBY ที่ใช้คอลัมน์ภายนอกเป็นเกณฑ์

UNIQUE

UNIQUE เป็น Dynamic Array Function ที่คืนค่าที่ไม่ซ้ำจาก Array โดยสามารถตรวจซ้ำตามแถวหรือคอลัมน์ (by_col) และเลือกคืนเฉพาะค่าที่พบครั้งเดียว (exactly_once) ผลลัพธ์เป็น Spill Range ที่อัปเดตอัตโนมัติ ใช้ร่วมกับ SORT FILTER COUNTIF เพื่อสร้างรายงานไดนามิกและ dropdown ที่อัปเดตเอง

Math and trigonometry (1)
ฟังก์ชัน SUMPRODUCT ใน Excel

คูณข้อมูลจากหลายช่วงแล้วรวมผลลัพธ์ รองรับเงื่อนไขซับซ้อนและการคำนวณมีเงื่อนไข

Comments

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่