ISPMT คำนวณดอกเบี้ยที่จ่ายในแต่ละงวด สำหรับสินเชื่อที่มีการจ่ายเงินต้นเท่าๆ กันตลอด
=ISPMT(rate, per, nper, pv)
=ISPMT(rate, per, nper, pv)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| rate | Number | Yes | อัตราดอกเบี้ยต่องวด (ต้องหารเหมาะสมถ้าใช้อัตราประจำปี ตัวอย่าง: 12%/12 สำหรับเดือน) | |
| per | Number | Yes | งวดที่ต้องการหา (ต้องเป็นตัวเลขตั้งแต่ 0 ถึง nper) | |
| nper | Number | Yes | จำนวนงวดทั้งหมดของสินเชื่อ | |
| pv | Number | Yes | เงินต้นทั้งหมด (Present Value) – จำนวนเงินที่ยืมตอนแรก |
ISPMT(10%/12, 0, 60, 100000)=ISPMT(10%/12, 0, 60, 100000)
-833.33
ISPMT(10%/12, 59, 60, 100000)=ISPMT(10%/12, 59, 60, 100000)
-13.89
ISPMT(0.08/12, ROW()-2, 240, 5000000)=ISPMT(0.08/12, ROW()-2, 240, 5000000)
ดอกเบี้ยของแต่ละงวด
ISPMT ใช้กับสินเชื่อ Flat Rate (เงินต้นเท่าๆ กัน) แต่ IPMT ใช้กับสินเชื่อปกติ (เงินต้น+ดอกเบี้ยเท่าๆ กัน) แบบกู้บ้านส่วนใหญ่ใช้ IPMT
ตามแบบแผน Excel ค่าใช้จ่าย (เช่น ดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย) แสดงเป็นลบ ส่วนเงินรับแสดงเป็นบวก ถ้าต้องการบวกให้ใช้ ABS() เพื่อแสดงเป็นค่าบวก
เริ่มจาก 0 ไม่ใช่ 1 ต่างจาก IPMT ที่เริ่มจาก 1 ดังนั้นงวดแรกใช้ per=0 งวดที่สองใช้ per=1 และต่อไปเรื่อยๆ
ISPMT ใช้ได้ตั้งแต่ Excel 2007 เป็นต้นมา ใช้ได้ทุกเวอร์ชัน รวม Excel 365
ISPMT ช่วยคำนวณดอกเบี้ยในแต่ละงวดของสินเชื่อที่มีลักษณะพิเศษ – เงินต้นจ่ายเท่าๆ กันทุกเดือน แต่ดอกเบี้ยลดลงเรื่อยๆ (เพราะเงินต้นลดลง).
ที่เจ๋งของ ISPMT คือมันต่างจาก IPMT – ฟังก์ชัน IPMT สำหรับสินเชื่อที่จ่ายปกติ (เงินต้น+ดอกเบี้ยรวมกันเท่าๆ กัน) แต่ ISPMT สำหรับกรณีพิเศษที่เงินต้นแบ่งเท่าๆ กัน.
ส่วนตัวผม มักใช้ ISPMT เวลาต้องคำนวณสินเชื่อแบบ Flat Rate หรือสินเชื่อบางประเภทในธนาคารเก่าๆ ที่ใช้วิธีจ่ายเงินต้นแบบนี้ ส่วนสินเชื่อบ้านส่วนใหญ่ใช้ IPMT มากกว่า 😎