COUPNUM นับจำนวนงวดดอกเบี้ย (coupon) ที่เหลือระหว่างวันซื้อพันธบัตรกับวันครบกำหนด ใช้สำหรับวิเคราะห์ลงทุนพันธบัตร
=COUPNUM(settlement, maturity, frequency, [basis])
=COUPNUM(settlement, maturity, frequency, [basis])
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| settlement | Date | Yes | วันที่นักลงทุนซื้อพันธบัตร (settlement date) หรือวันที่ค้นหา ต้องเป็นวันที่ก่อนวันครบกำหนด | |
| maturity | Date | Yes | วันครบกำหนดของพันธบัตร (maturity date) ต้องเป็นวันที่หลังจาก settlement | |
| frequency | Number | Yes | ความถี่ของการชำระคูปองต่อปี: 1=ปีละครั้ง, 2=ปีละ 2 ครั้ง (semi-annual), 4=ปีละ 4 ครั้ง (quarterly) | |
| basis | Number | Optional | 0 | วิธีนับจำนวนวัน (day count basis): 0=30/360 US, 1=actual/actual, 2=actual/360, 3=actual/365, 4=30/360 European |
COUPNUM(DATE(2024,1,25), DATE(2026,1,1), 2, 1)=COUPNUM(DATE(2024,1,25), DATE(2026,1,1), 2, 1)
4
COUPNUM(DATE(2023,6,15), DATE(2028,6,15), 1, 0)=COUPNUM(DATE(2023,6,15), DATE(2028,6,15), 1, 0)
5
COUPNUM(DATE(2024,3,20), DATE(2025,12,31), 4, 0)=COUPNUM(DATE(2024,3,20), DATE(2025,12,31), 4, 0)
7
COUPNUM(A2, B2, C2, D2)=COUPNUM(A2, B2, C2, D2)
จำนวนงวดตามวันที่และความถี่ในเซลล์
frequency=2 = ปีละ 2 ครั้ง เรียกว่า semi-annual (โดยทั่วไปชำระเดือนที่ 6 และเดือนที่ 12)
ฟังก์ชันจะ return #NUM! error เพราะวันซื้อต้องเป็นก่อนวันครบกำหนด
basis เป็นวิธีนับจำนวนวันที่อ้างอิง บ่อยครั้งผลต่างไม่มากนัก แต่สำคัญในการคำนวณดอกเบี้ยถูกต้อง
COUPNUM = นับจำนวนงวด, COUPDAYS = นับจำนวนวันในแต่ละงวด ใช้ร่วมกันในการคำนวณดอกเบี้ย
COUPNUM เป็นฟังก์ชันการเงินสำหรับคำนวณจำนวนงวดคูปองที่จะชำระระหว่างวันที่นักลงทุนซื้อพันธบัตร (settlement) และวันที่พันธบัตรครบกำหนด (maturity).
ทำไมต้องใช้ COUPNUM? เพราะพันธบัตรมีวัฏจักรการชำระดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน – บางตัวชำระปีละครั้ง บางตัวชำระปีละ 2 ครั้ง (semi-annual) หรือ 4 ครั้ง (quarterly) COUPNUM จะนับจำนวนงวดที่แน่นอนตามตารางการชำระ.
ส่วนตัวผมมักใช้นี่ตอนวิเคราะห์พันธบัตรในพอร์ตลงทุน เพราะรู้จำนวนงวดจึงคำนวณหรือวางแผนกระแสเงินสดได้ถูกต้อง 😎