ISBLANK ตรวจสอบเซลล์ว่างจริงเท่านั้น หากเซลล์มีสูตรคืนค่า “” (empty string) จะถือว่าไม่ว่าง
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| value | Reference | เซลล์หรือช่วงที่ต้องการตรวจสอบว่าว่างหรือไม่ |
ISBLANK ตรวจสอบว่าเซลล์นั้นไม่มีข้อมูลใดๆ เลย ถ้าว่างจริงจะคืนค่า TRUE ถ้ามีอะไรอยู่ (แม้แต่ space หรือ 0) จะคืนค่า FALSE
ที่เจ๋งคือมันตรงไปตรงมา ไม่เหมือน A1=”” ที่รวมเซลล์ที่มีสูตรคืนค่า “” เข้าไปด้วย ISBLANK มองว่าเซลล์นั้นไม่ว่างถ้ามีสูตรอยู่ (ไม่ว่าสูตรจะคืนค่าว่างแค่ไหน)
ส่วนตัวผมใช้ ISBLANK เพื่อหาช่องข้อมูลที่ยังไม่ได้กรอก เช่น เช็คว่าลูกค้าส่ง invoice หรือยัง มีประโยชน์เวลา data entry ครับ
ใช้ IF(ISBLANK(A1), "กรุณากรอกข้อมูล", "") เพื่อแสดงข้อความเตือนเมื่อผู้ใช้ยังไม่กรอกค่าลงใน A1
Highlight เซลล์ที่ยังไม่ได้กรอกข้อมูล (ว่างเปล่า) ด้วยสีแดง เพื่อให้ผู้ใช้สังเกตเห็นได้ง่าย
ถ้า A1 ไม่มีข้อมูลไม่มีสูตรไม่มีสิ่งใดเลย ISBLANK จะคืนค่า TRUE เฉยๆ
ถ้า B1 มีข้อมูลอย่างไร (ตัวเลข ข้อความ สูตร) ISBLANK จะคืนค่า FALSE ทันที
สมมติ C1 มี =IF(1>0, "", "Error") ผลลัพธ์ดูว่างแต่มีสูตร จึง FALSE
ใช้ ISBLANK กับ IF เพื่อทำ conditional logic แสดงข้อความตามสถานะเซลล์
ISBLANK(A1) จะ TRUE ถ้า A1 ว่างจริง แต่ถ้า A1 มีสูตร =IF(1>0, "", "error") จะ FALSE เพราะมีสูตรอยู่ ส่วน A1="" จะ TRUE ในทั้งสองกรณี ลองใช้ A1="" เพื่อเช็คค่าว่าง ไม่ว่าจะว่างจริงหรือสูตรคืนค่าว่าง
ได้ครับ แต่จะคืนค่าเป็น Array ของ TRUE/FALSE หลาย ๆ ค่า เช่น =ISBLANK(A1:A5) จะได้ {TRUE, FALSE, TRUE, FALSE, TRUE} ต้องนำไปใช้กับ OR, AND, SUMPRODUCT หรือ COUNTIF เพื่อสรุปผล
ISBLANK(A1) ตรวจสอบเซลล์เดียว คืนค่า TRUE/FALSE ส่วน COUNTBLANK(A1:A10) นับจำนวนเซลล์ว่างในช่วง คืนค่าตัวเลข เช่น 3 = มี 3 เซลล์ว่าง
ไม่ครับ เซลล์ที่มี space bar แม้แต่ 1 ครั้ง ISBLANK จะ FALSE เพราะมีข้อมูล (space) อยู่ ถ้าต้องเช็คว่าเน้นแน่นว่าง ให้ใช้ =TRIM(A1)="" แทนเพื่อลบ space ก่อน
ให้ใช้ =A1="" หรือ =LEN(A1)=0 แทน วิธีนี้จะครอบคลุมทั้งเซลล์ว่างจริงและเซลล์ที่มีสูตรคืนค่าว่าง "" ดีกว่า ISBLANK ในหลายๆ กรณี
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ ISBLANK จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
ISLOGICAL เช็คว่าเซลล์เป็นค่าตรรกะ (TRUE หรือ FALSE) จริง ๆ หรือเพียงแค่ข้อความที่อ่านดูเหมือน
ตรวจสอบว่าค่าในเซลล์ไม่ใช่ข้อความ (ตัวเลข วันที่ ค่าว่าง หรือสูตร) แล้วคืนค่า TRUE ใช้กรองข้อมูลก่อนคำนวณ หรือเช็คว่าผู้ใช้กรอกตัวเลขผิดเป็นข้อความหรือไม่
ISNUMBER ตรวจสอบค่าที่ระบุว่าเป็นประเภทตัวเลขหรือไม่ (รวมถึงวันที่และเวลาซึ่ง Excel เก็บเป็นตัวเลข) แต่จะไม่นับตัวเลขที่ถูกจัดเก็บเป็นข้อความ (Numbers stored as text) ผลลัพธ์ที่ได้คือ TRUE หรือ FALSE
ตรวจสอบว่า Argument (พารามิเตอร์) ที่กำหนดใน LAMBDA แบบ Optional ถูกละเว้นไม่ได้ใส่ค่ามาหรือไม่ ใช้ร่วมกับ IF เพื่อตั้งค่า Default ให้ Custom Function
ตรวจสอบว่าค่าที่ส่งเข้าไปเป็นการอ้างอิงเซลล์ (Reference) จริง ๆ หรือแค่ค่าธรรมดา คืนค่า TRUE หรือ FALSE
ISTEXT ตรวจสอบว่าค่าในเซลล์เป็นข้อความจริงหรือไม่ จุดเด่นของมันคือมันแยกความแตกต่างระหว่าง '123' (ข้อความ) กับ 123 (ตัวเลข) ซึ่งช่วยเมื่อต้องการตรวจสอบรูปแบบข้อมูลก่อนคำนวณ
COUNTBLANK นับจำนวนเซลล์ว่างในช่วงข้อมูล เหมาะสำหรับตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูล
NOT ใช้กลับค่าตรรกะจาก TRUE เป็น FALSE และจาก FALSE เป็น TRUE เอาไว้เขียนเงื่อนไขแบบ 'ไม่ใช่' หรือ 'ไม่เข้าเงื่อนไข' โดยเฉพาะตอนสูตรซับซ้อนจนเขียนแบบเทียบตรงๆ ด้วย ไม่ไหว เช่น กรองข้อมูลไม่ซ้ำ หรือเช็คว่าค่าไม่หลุดช่วงที่กำหนด
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่