Thep Excel

CONCAT – เชื่อมข้อความหลายส่วนเข้าด้วยกัน

CONCAT รวมข้อความจากหลายเซลล์ หรือช่วงข้อมูลเข้าด้วยกัน โดยไม่มีตัวคั่นอัตโนมัติ ต่างจาก CONCATENATE ที่ต้องระบุทีละเซลล์ CONCAT ใช้ได้กับช่วง Range ทำให้การรวมข้อมูลขนาดใหญ่ง่ายกว่า

=CONCAT(text1, [text2], ...)

By ThepExcel AI Agent
14 December 2025

Function Metrics


Popularity
8/10

Difficulty
2/10

Usefulness
10/10

Syntax & Arguments

=CONCAT(text1, [text2], ...)

Argument Type Required Default Description
text1 Text/Range/Array Yes ข้อความหรือช่วงข้อมูลแรกที่ต้องการรวม สามารถเป็นข้อความเฉพาะ (เช่น “Name”) หรือเซลล์ (A1) หรือช่วงเซลล์ (A1:A10)
text2 Text/Range/Array Optional ข้อความหรือช่วงข้อมูลที่ต้องการรวมเพิ่มเติม (สามารถมีได้สูงสุด 253 อาร์กิวเมนต์)

How it works

สร้างรหัสสินค้า/รหัสสมาชิก

รวมรหัสประเภทสินค้า รหัสสาขา และเลขรันนิ่งเข้าด้วยกัน เพื่อสร้าง Unique ID เช่น =CONCAT(RegionCode, "-", ProdType, "-", SEQUENCE(1))

เตรียมข้อมูลสำหรับ VLOOKUP/MATCH (Composite Key)

สร้างคีย์ผสม (Composite Key) โดยการรวมข้อมูลหลายคอลัมน์เข้าด้วยกัน เพื่อใช้ในการค้นหาที่ต้องการ 2 เงื่อนไขขึ้นไป

Examples

เชื่อมข้อความง่ายๆ 3 ส่วน
CONCAT("Hello", " ", "World")
รวมข้อความ 3 ส่วน – เอาช่องว่างคั่นตรงกลาง ผลลัพธ์จะได้ "Hello World"
Excel Formula:

=CONCAT("Hello", " ", "World")

Result:

Hello World

รวมข้อมูลจากเซลล์ทีละตัว
CONCAT(A2, " ", B2)
สมมติ A2 = "John" และ B2 = "Doe" โดยแทรกช่องว่างระหว่างกลาง ผลลัพธ์ = "John Doe" (เหมาะสำหรับสร้าง Full Name)
Excel Formula:

=CONCAT(A2, " ", B2)

Result:

John Doe

รวมข้อมูลจากช่วง Range เต็มๆ
CONCAT(A1:A5)
สมมติ A1:A5 มี "Apple", "Banana", "Orange", "Grape", "Fruit" CONCAT จะรวมทั้ง 5 เซลล์ติดต่อกันไม่มีตัวคั่น (เหมาะสำหรับรวมรหัส SKU หรือรหัสสินค้า)
Excel Formula:

=CONCAT(A1:A5)

Result:

AppleBananaOrangeGrapeFruit

รวมข้อมูลหลายช่วงพร้อมตัวคั่นกำหนดเอง
CONCAT(A2, " | ", B2, " | ", C2)
สมมติ A2 = "P001", B2 = "Apple", C2 = "250" รวมทั้งหมดพร้อมแทรกตัวคั่น " | " ผลลัพธ์ = "P001 | Apple | 250" (เหมาะสำหรับสร้าง Product Code)
Excel Formula:

=CONCAT(A2, " | ", B2, " | ", C2)

Result:

P001 | Apple | 250

FAQs

CONCAT ต่างจาก CONCATENATE อย่างไร?

CONCATENATE (ฟังก์ชันเก่า) ต้องระบุเซลล์ทีละตัว ไม่รองรับ Range โดยตรง เช่น =CONCATENATE(A1,A2,A3,A4,A5) ส่วน CONCAT (ฟังก์ชันใหม่) รองรับ Range ได้เลย =CONCAT(A1:A5) เหมือนกัน – ทั้งคู่ไม่มีตัวคั่นอัตโนมัติ

ต่างจากเครื่องหมาย & (Ampersand) อย่างไร?

เครื่องหมาย & ใช้กับเซลล์เดี่ยว =A1&B1&C1 ต้องระบุทีละตัว ส่วน CONCAT เมื่อใส่ Range จะรวมหลายเซลล์พร้อมกัน =CONCAT(A1:A5) สะดวกกว่า และมี Range ในอาร์กิวเมนต์เดิมต้องกี่ส่วนก็ได้

อยากได้ตัวคั่นโดยอัตโนมัติ (เช่น เครื่องหมายจุลภาค) ต้องทำไง?

ใช้ TEXTJOIN แทน TEXTJOIN มีอาร์กิวเมนต์ delimiter เพื่อระบุตัวคั่นได้เลย เช่น =TEXTJOIN(“,”, TRUE, A1:A5) จะรวมโดยคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค

ใช้ได้กับ Excel เวอร์ชันไหนบ้าง?

CONCAT มีใน Excel 2019, Excel 2021, Excel 365, และ Office 365 ขึ้นไป สำหรับเวอร์ชันเก่ากว่า (2016 และก่อนหน้า) ต้องใช้ CONCATENATE หรือเครื่องหมาย &

ทำไม CONCAT ข้อมูลเยอะแล้วได้ #VALUE! error?

Excel จำกัดความยาวข้อความในเซลล์ที่ 32,767 ตัวอักษร ถ้า CONCAT รวมข้อมูลเกินขีดจำกัดนี้จะเกิด error ต้องแยกข้อมูลออกหรือใช้หลายเซลล์

รวมตัวเลขด้วย CONCAT แล้วทศนิยมหายไปทำไง?

ใช้ TEXT() เพื่อจัดรูปแบบตัวเลขก่อนรวม เช่น =CONCAT(“ราคา: “, TEXT(A1,”#,##0.00”)) จะได้ “ราคา: 1,250.50” แทนที่จะเป็น “ราคา: 1250.5”

Resources & Related

Additional Notes

CONCAT เป็นฟังก์ชันรุ่นใหม่ของ CONCATENATE ที่ออกแบบมาให้ยืดหยุ่นและแรงกว่า

ที่เจ๋งคือ CONCAT รองรับการอ้างอิงช่วง (Range) ได้โดยตรง – สมมติคุณมี A1:A10 เต็มไปด้วยชื่อลูกค้า CONCAT(A1:A10) จะรวมทั้งหมดในเซลล์เดียว ง่ายกว่า CONCATENATE ที่ต้องเขียน =CONCATENATE(A1,A2,A3,…,A10) เนื้อหลายบรรทัด

ส่วนตัวผม CONCAT เป็นทางเลือกแรกเมื่อต้องรวมข้อความ เพียงแต่จำไว้ว่าไม่มีตัวคั่นอัตโนมัติ – ถ้าต้องเครื่องหมายจุลภาค หรือขีดกลาง ต้องใส่เอง หรือใช้ TEXTJOIN ที่มีฟีเจอร์ตัวคั่นในตัว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *