YEAR ดึงเลขปี ค.ศ. (4 หลัก เช่น 2025) จากวันที่ที่ระบุ เหมาะใช้จัดกลุ่มข้อมูลรายปี คำนวณอายุ หรือวิเคราะห์ข้อมูลตามช่วงเวลา
=YEAR(serial_number)
=YEAR(serial_number)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| serial_number | Date/Number | Yes | วันที่ที่ต้องการดึงปี ต้องเป็นค่าวันที่ที่ Excel เข้าใจ (เช่น ผลลัพธ์จาก DATE() หรือ TODAY() หรือเซลล์ที่จัดรูปแบบเป็น Date) ถ้าส่งข้อความ YEAR จะโยนด์เอร์ #VALUE! |
สร้างคอลัมน์ "Year" เพื่อใช้ Group ข้อมูลใน Pivot Table
เอาปีปัจจุบันลบปีเกิด (YEAR(TODAY()) – YEAR(BirthDate))
เช็คว่าวันที่ใบเสร็จอยู่ในปีงบประมาณใด
สมมติ A2 = 25/12/2024 (วันที่ในรูปแบบ Date) =YEAR(A2)สมมติ A2 = 25/12/2024 (วันที่ในรูปแบบ Date)
=YEAR(A2)
2024
YEAR(TODAY())=YEAR(TODAY())
2025
DATE(YEAR(A2),1,1)=DATE(YEAR(A2),1,1)
1/1/2024
YEAR(A2)+543=YEAR(A2)+543
2567
เกิดจากเซลล์ผลลัพธ์ถูกจัดรูปแบบเป็น Date แทนที่จะเป็น Number ให้เปลี่ยน Format ของเซลล์เป็น Number หรือ General จะได้เลขปีที่ถูกต้อง (ปุ่มขวา > Format Cells > Number)
ไม่ได้ ได้แต่ #VALUE! error ต้องแปลงเป็นวันที่ก่อน วิธีง่ายๆ ใช้ DATEVALUE(“2025-12-25”) เพื่อแปลงข้อความเป็นวันที่ แล้ว YEAR ก็ทำงานได้ปกติ
ไม่ Excel เก็บวันที่ทั้งหมดเป็น ค.ศ. (Gregorian calendar) YEAR จะคืนค่า ค.ศ. เสมอ ถ้าต้องปี พ.ศ. ต้องบวก 543 ด้วยตัวเอง =YEAR(A2)+543
ไม่ได้ Excel รองรับเฉพาะวันที่ตั้งแต่ 1 มกราคม 1900 เป็นต้นไป ถ้าพยายามใช้ปีก่อน 1900 จะได้เอร์เรอร์
YEAR ดึงปี, MONTH ดึงเดือน (1-12), DAY ดึงวันที่ (1-31) ทั้ง 3 ตัวทำงานคล้ายกัน ใช้เมื่อต้องแยกส่วนต่างๆ ของวันที่
YEAR เป็นฟังก์ชันที่ดึงเลขปี ค.ศ. (4 หลัก) ออกจากค่าวันที่ใดๆ ผลลัพธ์คืนค่าจำนวนเต็มในช่วง 1900-9999
ที่เจ๋งคือ YEAR ทำงานกับ Serial Number ของ Excel (ระบบวันที่ของ Excel) ดังนั้นคุณสามารถใช้กับ TODAY(), DATE(), หรือเซลล์ที่มีวันที่ได้เลย เรื่องที่ต้องระวังคือถ้าพิมพ์วันที่เป็นข้อความ (Text) แบบ “2025-12-25” Excel อาจเข้าใจเป็นข้อความธรรมชาติ ไม่ใช่วันที่ แล้ว YEAR จะโยนด์เอร์ #VALUE!
ส่วนตัวผม ชอบใช้ YEAR เพื่อกรองข้อมูลตามปี หรือสร้างคอลัมน์ “ปี” เพื่อ Pivot Table ทำให้วิเคราะห์ข้อมูลรายปีง่ายขึ้นมาก 😎