Thep Excel

ข้อมูลกระจัดกระจายไหลผ่านกรวยกลายเป็นตารางสะอาดเรียงซ้อนกัน สื่อถึงคอร์ส Power Query

Power Query Workshop

ทำครั้งเดียว กด Refresh ที่เหลือจบ

สำหรับคนที่ต้องรวบรวมและจัดระเบียบข้อมูลให้พร้อมทำรายงานทุกเดือน คอร์สนี้พาคุณสร้างระบบที่ทำงานอัตโนมัติ วางไฟล์ใหม่ลงไป กด Refresh งานเสร็จเร็วขึ้นทันตา แล้วใช้เป็นเครื่องมือเดียวกันได้ทั้งใน Excel และ Power BI

ทุกเดือนนี้คุณอาจกำลังทำแบบนี้อยู่ : ไฟล์ยอดขายจากหลายสาขามาถึงต้นเดือน เปิดขึ้นมา ลบ header ซ้ำ แก้ชื่อคอลัมน์ แปลงวันที่ที่ระบบส่งมาเป็นข้อความ รวมไฟล์ แล้วค่อยทำสูตร กว่าจะได้ตารางที่เอาไปทำรายงานได้จริงก็หมดไปครึ่งวัน เดือนหน้าข้อมูลชุดใหม่มา คุณก็ทำทุกขั้นตอนนั้นใหม่ทั้งหมด

Power Query ตัดวงจรนี้ทิ้งครับ ทำขั้นตอนการล้างข้อมูลให้ถูก ครั้งเดียว แล้วมันจำไว้เป็นสูตร เดือนถัดไปวางไฟล์ใหม่ลงไป กด Refresh จบ ได้ตารางสะอาดหน้าตาเดิมเป๊ะ ใครกด Refresh ก็ได้ผลเหมือนกัน ไม่ต้องรอคุณคนเดียว

“งาน Routine ที่ทำซ้ำทุกเดือน ควรใช้เวลาแค่กด Refresh”

Workshop 2 วันนี้พาคุณไปตั้งแต่ศูนย์จนใช้งานจริงได้ทั้งกระบวนการ วันแรกปูพื้นให้แน่นแล้วแปลงข้อมูลด้วยการคลิกให้คล่อง วันที่สองพลิกโครงตาราง รับมือข้อมูลจริงจากหลายไฟล์ ปิดท้ายด้วยการ อ่าน M code ที่อยู่ข้างใต้ให้ออก เพื่อให้คุณแก้ของที่พังเองได้ ไม่ใช่ได้แค่คลิกตามที่จำมา


คอร์สนี้เหมาะกับใคร

เหมาะมาก ถ้าคุณเป็น:

  • คนที่ต้องทำรายงานประจำเดือนจากไฟล์ export ที่หน้าตาเละทุกครั้ง
  • คนทำงานสาย analyst, บัญชี, การเงิน, ขาย, ผลิต ที่ข้อมูลมาจากหลายแหล่ง หลายไฟล์
  • คนที่เคยลองกดๆ ใน Power Query แล้วพอมันพัง หรือขึ้น error ก็ไปต่อไม่ถูก
  • คนที่กำลังจะขยับไป Power BI แล้วอยากได้พื้นฐานการเตรียมข้อมูลให้แน่นก่อน
  • คนที่ไม่เคยแตะ Power Query มาก่อนเลย คอร์สนี้เริ่มจากศูนย์จริงๆ

ยังไม่เหมาะ ถ้าคุณ:

  • ยังใช้ Excel ระดับพื้นฐานไม่คล่อง (แนะนำเริ่มที่ Excel Level Up ก่อน)
  • อยากได้คอร์สทำ dashboard หรือเขียน DAX (นั่นคือ Power BI ไม่ใช่คอร์สนี้)
  • เขียน M เองเป็นอยู่แล้ว และกำลังมองหาเรื่องลึกอย่างการเขียนฟังก์ชันขั้นสูง การวนซ้ำ หรือการจูนความเร็ว คอร์สนี้ตื้นเกินไปสำหรับคุณครับ ThepExcel มีคอร์ส M Code ขั้นสูงแยกอีกตัว ข้ามมาที่ตัวนั้นเลยจะคุ้มกว่า

เรื่องที่ผมอยากให้ชัดตั้งแต่ต้น : คอร์สนี้เน้น ใช้ Power Query ให้เป็นด้วย UI เป็นหลัก ส่วน M code สอนในระดับ “อ่านออก เข้าใจโครงสร้าง แก้เล็กน้อยได้ และตรวจของที่ AI เขียนมาได้” ซึ่งผมยืนยันว่าครอบคลุมงานจริงเกือบทั้งหมด แต่มันไม่ใช่คอร์สเขียนโค้ดเต็มรูปแบบ

💻 ต้องนำ notebook มาเอง และมี Excel ที่มี Power Query ใช้งานได้ (Excel 2016 ขึ้นไป หรือ Microsoft 365) คอร์สนี้ลงมือทำตามทุกหัวข้อ


เนื้อหาที่จะได้เรียน

วันที่ 1 : ปูพื้นให้แน่น แล้วแปลงข้อมูลให้คล่อง

  • ทำไมต้อง Power Query : เห็นภาพชัดว่างานแบบทำทีละครั้งกับงานที่ทำครั้งเดียวแล้วกด Refresh ต่างกันตรงไหน ทั้งเรื่องเวลา ความถูกต้อง และเรื่องที่คนมองข้ามคือ “ถ้าคนที่ทำลา ใครทำแทนได้”
  • แยก Database ออกจาก Report ให้เป็น : ตารางที่คนอ่านสวยกับตารางที่เครื่องเอาไปวิเคราะห์ต่อได้ มันคนละตัวกัน หัวข้อนี้คือรากของทุกอย่างที่เหลือ ใครแยกไม่ออกจะเจ็บยาวไปถึง Power BI
  • โครงสร้างการทำงาน 3 ขั้น : Get Data ไป Transform ไป Load To ทำครั้งเดียวแล้วครั้งต่อไปกด Refresh พร้อมรู้จัก Power Query Editor ทุกส่วน โดยเฉพาะ Applied Steps ที่เป็นหัวใจของทั้งเครื่องมือ
  • Load To ให้ถูกที่ : โหลดลงเป็นตาราง, ต่อ Pivot Table เลย, เก็บเป็น Connection Only หรือส่งเข้า Data Model เลือกให้ถูกตั้งแต่แรกจะไม่ต้องมารื้อทีหลัง
  • Data Type ให้เข้าใจจริง : ทำไมกำหนดผิดแล้วผลลัพธ์เพี้ยน, Text “10” กับ Number 10 เรียงลำดับไม่เหมือนกัน, วันที่ที่เก็บเป็นข้อความคำนวณไม่ได้
  • ปัญหาวันที่สลับวัน/เดือน หัวข้อที่ผู้เรียนเจ็บกันเยอะที่สุด : 01/02/2026 คือวันไหนกันแน่ และการใช้ Using Locale บอก Power Query ว่าข้อมูลชุดนี้มาจากประเทศไหน
  • กับดักที่ทำให้ผลลัพธ์ผิดแบบเงียบๆ : Filter ใน Power Query เป็น case-sensitive (“Bangkok” กับ “bangkok” คนละตัว) และความต่างระหว่าง null กับค่าว่าง ที่ทำให้กรองออกไม่หมดโดยไม่รู้ตัว
  • ชุดท่าจัดการข้อมูลที่ใช้ทุกวัน : ตั้ง Header, Sort, Remove Rows ทุกแบบ, Remove กับ Choose Columns เลือกใช้ตัวไหนดี, Replace Values, และ Fill Down สำหรับข้อมูลที่เว้นว่างไว้แบบ “ละไว้ในฐานที่เข้าใจ”
  • แยกและรวมข้อมูล : Split Column ทั้งแบบตามตัวคั่นและตามตำแหน่ง, แยกลงเป็นคอลัมน์หรือแตกเป็นแถว, Extract เอาเฉพาะส่วนที่ต้องการ, Merge Columns รวมกลับ
  • สร้างคอลัมน์ใหม่ : เมนู Standard สำหรับคำนวณง่ายๆ, Conditional Column เขียน IF ด้วย UI ไม่ต้องแตะโค้ด, Custom Column สำหรับเงื่อนไขที่ซับซ้อนขึ้น พร้อม syntax M เท่าที่จำเป็นต้องใช้ตรงนี้, Column from Examples ที่ให้เครื่องเดา pattern ให้จากตัวอย่างที่คุณพิมพ์ และข้อควรระวังว่าทำไมต้องตรวจผลทุกครั้ง

วันที่ 2 : พลิกโครงตาราง ข้อมูลจริง และอ่าน M code ให้ออก

วันนี้เอาของจากวันแรกมาเจอโจทย์ของจริง ข้อมูลที่รูปทรงไม่พร้อมใช้ ข้อมูลที่กระจายอยู่หลายไฟล์ แล้วปิดท้ายด้วยการเปิดฝาไปดูโค้ดที่ Power Query เขียนให้เราตลอดสองวัน

  • Reshape สองทิศทาง : Wide กับ Tall ต่างกันยังไง ทำไม Pivot Table ถึงไม่ยอมทำงานกับตารางที่คนอ่านง่าย และเมื่อไหร่ควรใช้ Unpivot (Report ไปเป็น Database) เมื่อไหร่ควรใช้ Pivot Column (Database กลับไปเป็น Report)
  • Unpivot Columns กับ Unpivot Other Columns : สองตัวนี้เลือกผิดแล้วเดือนหน้าคอลัมน์เพิ่มมาจะพังทันที ผมสอนหลักคิดสั้นๆ ว่าให้ยึด “ฝั่งที่แน่นอนกว่า” ไว้
  • Group By : ทั้งแบบ Basic, Advanced หลายคอลัมน์หลายค่าสรุป และ All Rows ที่เก็บทั้งตารางย่อยไว้ใน cell สำหรับงานที่ซับซ้อนขึ้น
  • Append กับ Merge : ต่อตารางแนวตั้งเพิ่มแถว กับดึงข้อมูลข้ามตารางแนวนอน พร้อมเรื่อง Join ที่ต้องเข้าใจ (Left Outer กับ Inner ต่างกันตรงไหน) และการ Expand เลือกเฉพาะคอลัมน์ที่อยากได้ ผมเรียก Merge ว่า VLOOKUP ที่ดีกว่าเดิมเยอะ เพราะได้ทีเดียวหลายคอลัมน์และไม่มีปัญหาแถวหาย
  • ดึงข้อมูลจากทุกที่ : จาก Table ในไฟล์ตัวเอง, จากไฟล์ Excel อื่น, จาก CSV และ Text พร้อมเรื่อง Encoding ภาษาไทยที่ทำให้ตัวหนังสือกลายเป็น ???? และวิธีแก้
  • รวมทั้งโฟลเดอร์อัตโนมัติ : Get Data from Folder, การ Filter เลือกเฉพาะไฟล์ที่ต้องการ, Combine Files และ Transform Sample File ที่แก้ที่เดียวแล้วมีผลกับทุกไฟล์ ตัวอย่างในคลาสคือรวมยอดขาย 12 เดือน 12 ไฟล์ ปีหน้าแค่กด Refresh
  • M Code Essentials : M คืออะไรและมันโผล่มาตอนไหน, ดูโค้ดได้จาก Formula Bar และ Advanced Editor, โครงสร้าง `let…in`, ชื่อ step ที่มีช่องว่างทำไมต้องเขียนแบบ `#”…”`, `if…then…else`, `each` ทำงานกับทุกแถวยังไง, และตัวช่วยจัดการค่า null ที่เขียนสั้นกว่า if ทั้งก้อน
  • อ่าน M เป็น = แก้ของที่พังได้ : วิธีไล่โค้ดทีละ step, step ไหนไม่เข้าใจให้กดดูผลตรงนั้น, แก้ตรงไหนปลอดภัย (ชื่อคอลัมน์ ค่าคงที่) และเป้าหมายที่ผมตั้งไว้ให้ชัดคือ คุณไม่ต้องเขียน M เองได้ทุกอย่าง แค่อ่านรู้เรื่องก็เปลี่ยนชีวิตการทำงานแล้ว
  • ทำงานร่วมกับ AI ให้ได้ผลจริง : วิธีถาม AI เรื่อง Power Query ให้ได้คำตอบที่ใช้ได้ (บอก input บอก output ให้ชัด) และที่สำคัญกว่าคือ วิธีตรวจว่าสิ่งที่ AI เขียนมาถูกจริงไหม ไล่ทีละ step ทดสอบกับข้อมูลจริงและเคสขอบ ผมคิดว่าหัวข้อนี้จำเป็นมากในปี 2026
  • ประกอบร่างและ workflow ติดตัวกลับ : ลำดับการทำงาน 4 ขั้นตั้งแต่ออกแบบ output ก่อนลงมือ, วินัยการทำทีละ step แล้วตรวจ preview ทุกครั้ง, การตั้งชื่อและจัดกลุ่ม query ให้กลับมาแก้ได้, และตารางสรุป “เจอปัญหาแบบนี้ ใช้เครื่องมือตัวไหน” ให้เปิดใช้ต่อหลังจบคลาส

จบสองวันคุณจะกลับไปพร้อมของจริง 1 อย่างครับ : งานประจำเดือนของคุณเอง 1 งาน ที่เปลี่ยนเป็น query กด Refresh ได้แล้ว


เอกสารประกอบการเรียนเป็น Interactive website

ผมทำเอกสารคอร์สนี้เป็นเว็บที่เปิดบนเบราว์เซอร์แล้วกดเล่นได้จริง ไม่ใช่ PDF หรือ slide ที่ต้องนั่งไถ เรื่องอย่างการไล่ Applied Step ทีละขั้น หรือการพลิกตารางจาก Wide เป็น Tall มันอธิบายด้วยภาพนิ่งไม่ค่อยเข้าหัวครับ ต้องกดดูมันขยับถึงจะเห็นภาพ

สิ่งที่ผู้เรียนได้รับ

  • เอกสารการเรียนแบบ Interactive website
  • ไฟล์ฝึกหัดพร้อมข้อมูลตัวอย่างที่ใช้ในคลาส เอากลับไปฝึกต่อได้
  • ใบประกาศนียบัตรดิจิทัล
  • สิทธิ์เข้ากลุ่ม community เฉพาะผู้เรียนคอร์สนี้
  • คลิป VDO ทบทวนหลังการอบรม ดูได้ในกลุ่ม community

คอร์สอื่นในรอบนี้ และ Power Query อยู่ตรงไหน

เส้นทางสายข้อมูลของ ThepExcel เรียงประมาณนี้ครับ : Excel Level Up → Power Query → Power BI ถ้าจะเรียนต่อเนื่องกัน ลำดับนี้จะไม่งง

  • Excel Level Up (รุ่น 2026/1) : พื้นฐานที่แน่นสำหรับคนใช้ Excel ทำงานทุกวัน ถ้าสูตรและการจัดโครงตารางยังไม่คล่อง เริ่มที่นี่ก่อนแล้วค่อยมา Power Query
  • Power Query (คอร์สนี้ รุ่น 2026/1) : ขั้นเตรียมข้อมูล ทำให้ข้อมูลดิบที่เละกลายเป็นตารางสะอาดที่ refresh เองได้ เป็นด่านที่คนข้ามไปทำ dashboard เลยแล้วมาเจ็บทีหลังบ่อยที่สุด
  • M Code ขั้นสูง : คนละตัวกับคอร์สนี้นะครับ คอร์สนี้พาคุณถึงระดับ “อ่าน M ออกและแก้ได้” ส่วนคอร์ส M Code ขั้นสูงคือการลงไปเขียนเองเต็มตัว เขียนฟังก์ชันใช้ซ้ำ วนซ้ำเอง จัดการ error อย่างเป็นระบบ และจูนให้ query ทำงานเร็วขึ้น เหมาะกับคนที่ผ่านคอร์สนี้ไปแล้วเจอเพดานว่า UI ทำต่อไม่ไหว ถ้าสนใจทักแอดมินถามได้เลย
  • Power BI (รุ่น 2026/1) : ต่อยอดจากข้อมูลสะอาด ไปทำ data model, DAX และ dashboard ถ้าผ่าน Power Query มาแล้วจะเรียนสบายขึ้นเยอะ เพราะ Power BI ใช้ Power Query Editor ตัวเดียวกันเป๊ะ เรียนครั้งเดียวใช้ได้ทั้งสองที่
  • AI Level Up (รุ่น 2026/3) : ภาพรวมการใช้ AI หลายตัวให้ถูกงาน เหมาะกับคนที่อยากเริ่มเอา AI มาช่วยงานประจำวัน
  • Claude Cowork + Code (รุ่น 2026/2) : ลงลึกเครื่องมือเดียวแบบ hands-on ให้ AI ทำงานกับไฟล์ในเครื่องและทำ automation จริงจังโดยไม่ต้องเขียนโปรแกรม เรียนแยกวันได้ Cowork วันเดียว หรือ Code วันเดียว หรือเรียนทั้ง 2 วันในราคาที่ถูกกว่า

ดูรอบและราคาของแต่ละคอร์สได้จากหน้าคอร์สนั้นๆ หรือทักแอดมินให้ช่วยจัดชุดให้ก็ได้ครับ ถ้าผู้เรียนคนเดียวลงคอร์สแบบ 2 วัน มากกว่า 1 คอร์ส มีส่วนลดเพิ่มให้ (Bundle Cowork + Code นับเป็น 1 คอร์ส) เงื่อนไขเต็มอยู่ในคำถามที่ถามบ่อยด้านล่าง


ทำไมผมถึงสอนคอร์สนี้แบบนี้

เนื้อหาชุดนี้มาจากการสอน Power Query แบบ in-house ให้องค์กรต่อเนื่องหลายปีครับ หัวข้อ “กับดัก” ทั้งเรื่องวันที่ เรื่อง case-sensitive เรื่อง null กับค่าว่าง คือของจริงที่ผู้เรียนถามซ้ำหลังคลาสจนผมต้องยกมาเป็นหัวข้อเต็ม

ส่วน M code ผมเคยลองแบบยัดให้เยอะไว้ก่อน กับแบบที่ใช้อยู่ตอนนี้คือให้ อ่านออกและตรวจเป็น แบบหลังผู้เรียนเอาไปใช้ได้จริงมากกว่ามาก เพราะงาน 90% จบด้วย UI อยู่แล้ว ส่วนอีก 10% ที่ต้องแตะโค้ด สิ่งที่คุณต้องการคือความสามารถอ่านและแก้ ไม่ใช่ท่อง syntax ให้ครบ

ใครเรียนจบแล้วยังหิว อยากเขียน M เองเต็มตัว ผมมีคอร์ส M Code ขั้นสูงแยกต่างหาก แต่ไม่ยัดมันมาในสองวันนี้ครับ เพราะจะกลายเป็นสอนผ่านๆ ทั้งสองอย่าง


คำถามที่ถามบ่อย

  • ต้องเขียนโปรแกรมเป็นไหม? ไม่ต้องเลยครับ เกือบทั้งคอร์สคือคลิกใน UI ส่วนโค้ดที่เจอคือ Custom Column สั้นๆ กับช่วง M Code Essentials ที่เน้นอ่านให้ออกมากกว่าเขียน ไม่ต้องมีพื้นฐานภาษาโปรแกรมใดๆ มาก่อน
  • ต้องมีพื้นฐานอะไรบ้าง? ใช้ Excel ทำงานได้ในระดับทั่วไป เข้าใจตาราง เข้าใจสูตรพื้นฐาน แค่นี้พอครับ ไม่เคยแตะ Power Query มาก่อนก็เรียนได้
  • คอร์สนี้สอน M code ลึกแค่ไหน? ระดับ Essentials ครับ คือรู้ว่า M คืออะไร อ่านโค้ดที่ Power Query เขียนให้ออก เข้าใจ `let…in` กับ `each` แก้ค่าและชื่อคอลัมน์ในโค้ดได้ และตรวจโค้ดที่ AI เขียนมาเป็น ถ้าคุณอยากเขียนฟังก์ชันเองหรือทำงานที่ UI ทำไม่ได้ นั่นเป็นเนื้อหาของคอร์ส M Code ขั้นสูงที่แยกออกไป
  • ใช้ Excel เวอร์ชันไหน? Excel 2016 ขึ้นไป หรือ Microsoft 365 (มี Power Query ในตัว) นำ notebook มาเอง ใช้ Windows จะสะดวกที่สุดเพราะ Power Query บน Mac ยังมีข้อจำกัดอยู่หลายอย่าง
  • เรียนวันเดียวได้ไหม? รอบนี้เปิดเป็นแพ็กเกจ 2 วันครับ เพราะวันที่ 2 ต่อยอดจากวันแรกโดยตรง เรื่อง Data Type และ Applied Steps ที่ปูไว้วันแรก คือฐานของทุกหัวข้อในวันที่สอง
  • เรียนแล้วเอาไปใช้กับ Power BI ได้เลยไหม? ได้เลยครับ Power BI Desktop ใช้ Power Query Editor ตัวเดียวกับ Excel เรียนครั้งเดียวใช้ได้ทั้งสองที่
  • ราคารวม VAT ไหม? ยังไม่รวมครับ ราคาที่แสดงเป็นราคาก่อน VAT 7% ออกใบกำกับภาษีได้ทั้งในนามบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล
  • มีส่วนลดกลุ่ม หรือส่วนลดลงหลายคอร์สไหม? มีทั้ง 2 แบบครับ ใช้ซ้อนกันได้ด้วย ทักแอดมินมาแจ้งจำนวนคนและคอร์สที่สนใจ เดี๋ยวคิดราคาให้
    • เรตกลุ่ม : มากันตั้งแต่ 2 ท่านขึ้นไปในคอร์สเดียวกัน ออกใบเสนอราคาใบเดียวกันและชำระพร้อมกัน
    • ส่วนลดลงหลายคอร์ส : คิดจากตัวผู้เรียน ไม่ใช่คนจ่ายเงิน โดยผู้เรียนคนเดียวกันต้องลงคอร์สแบบ 2 วัน ตั้งแต่ 2 คอร์สขึ้นไป คอร์สแบบวันเดียวไม่นับ และ Bundle Cowork + Code นับเป็น 1 คอร์ส เพราะเป็นคอร์ส 2 วันที่มีราคาแพ็กเกจของตัวเองอยู่แล้ว
  • ที่จอดรถและการเดินทาง? สถานที่จัดอบรมอยู่ในการ์ดรอบอบรมด้านบนของหน้านี้ครับ เลือกโรงแรมใกล้ BTS เดินทางสะดวกเสมอ
  • ออกใบเสนอราคา / ใบแจ้งหนี้ให้ได้ไหม? ได้ครับ เป็นขั้นตอนปกติของการสมัครรอบนี้เลย ทักแอดมินมาแจ้งชื่อคอร์สและจำนวนคน แล้วรับเอกสารได้ทันที

สมัครยังไง

รอบนี้เราไม่ได้เปิดฟอร์มสมัครสาธารณะแล้วครับ ทุกคนเริ่มที่การทักแอดมินก่อน เพื่อให้คิดเรตกลุ่มและส่วนลดกรณีลงคอร์สแบบ 2 วัน หลายคอร์ส ให้ถูกตั้งแต่ต้น

  1. ทักแอดมินทาง LINE @ThepExcelWorkshop แจ้งคอร์ส รอบที่สนใจ และจำนวนผู้เรียน
  2. แอดมินคิดราคาให้ พร้อมออก ใบเสนอราคา / ใบแจ้งหนี้
  3. ชำระเงิน
  4. แอดมินส่ง ลิงก์ฟอร์มลงทะเบียน ให้ กรอกเสร็จคือสมัครสมบูรณ์

👉 ทักแอดมินเพื่อขอใบเสนอราคา

ผู้สอน: Sira Ekabut (พี่ระ) : ThepExcel.com