Thep Excel

19 functions

ALL มีพฤติกรรมแตกต่างกัน 2 แบบ: ใช้เป็น Table Expression จะคืนทุกแถวในตาราง หรือทุกค่าในคอลัมน์ โดยไม่สนใจ Filter ใดๆ เหมาะสำหรับใช้ร่วมกับ FILTER, COUNTROWS, SUMMARIZE หรือใช้เป็น CALCULATE Modifier เพื่อลบ Filter ออกจากตารางหรือคอลัมน์ที่ระบุ ทำให้สามารถคำนวณ Grand Total หรือหาเปอร์เซ็นต์เทียบกับยอดรวมได้

Syntax
ALL(<table_or_column>[, <column>[, ...]])

ALLCROSSFILTERED ใช้ล้างตัวกรองทั้งหมดออกจากตารางที่ระบุ รวมถึงตัวกรองที่ส่งผ่านมาจากตารางอื่น (Cross-filter) ใช้ได้เฉพาะเป็น Modifier ใน CALCULATE/CALCULATETABLE เท่านั้น ไม่สามารถคืนค่าเป็นตารางได้

Syntax
ALLCROSSFILTERED(<table>)

ALLEXCEPT ใช้สำหรับ “ล้างตัวกรองเกือบทั้งหมด” โดยคงตัวกรองไว้เฉพาะคอลัมน์ที่ระบุ เหมาะกับการคำนวณ Sub-total/สัดส่วนภายในกลุ่ม เช่น ยอดขายต่อหมวดหมู่ โดยไม่สนตัวกรองอื่น ๆ แนวคิดหลักคือ ลบตัวกรองของตาราง แล้วคงตัวกรองของคอลัมน์ที่เลือกไว้

Syntax
ALLEXCEPT(<table>, <column1>)

ALLNOBLANKROW ทำงานคล้าย ALL แต่มีจุดเด่นคือ “ตัดแถวว่าง” ที่ระบบสร้างขึ้นอัตโนมัติเมื่อข้อมูลหลุดความสัมพันธ์ เช่น คีย์ในตารางข้อเท็จจริงไม่พบในตารางมิติ จึงเหมาะกับการคำนวณยอดรวม/สัดส่วนที่ไม่ต้องการให้แถวว่างเข้ามาปนผลลัพธ์ และยังใช้เป็นตัวช่วยตรวจจับปัญหาคุณภาพข้อมูลในโมเดลได้ด้วย

Syntax
ALLNOBLANKROW(<table_or_column>)

ALLSELECTED เป็น DAX function ที่ลบ filter context จาก Visual (row และ column filters) แต่คง filter context จาก Slicer, Page Filter และ Report Filter ไว้ ทำให้สามารถคำนวณ Visual Total ได้ ซึ่งเป็นยอดรวมของข้อมูลที่ผู้ใช้เลือกดูในปัจจุบัน ไม่ใช่ Grand Total ทั้งหมด ฟังก์ชันนี้ทำงานผ่าน Shadow Filter Context ซึ่งเป็น filter context ที่ DAX Engine เก็บไว้ก่อนที่ Visual จะเพิ่ม row/column filter เมื่อเรียก ALLSELECTED จะเรียกคืน shadow context นี้ ใช้ร่วมกับ CALCULATE และ SUM, AVERAGE, DIVIDE เพื่อคำนวณ Visual Total, Percentage of Selected, Dynamic Benchmark, Ranking within Selection และ Time Intelligence ที่เคารพ Slicer ต้องระวังการใช้งานใน iterator functions เช่น SUMX, FILTER เพราะอาจให้ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด และระวัง Expanded Table Caveat ที่จะลบ filter ของ related table ด้วย

Syntax
ALLSELECTED([table|column[, table|column[, ...]]])

CALCULATE เป็นฟังก์ชันหลักที่สำคัญที่สุดใน DAX ใช้สำหรับ evaluate expression ภายใต้ filter context ที่ถูกปรับเปลี่ยน สามารถเพิ่มตัวกรองใหม่ ลบตัวกรองเดิม หรือแทนที่ filter ที่มีอยู่ได้ รองรับทั้ง Boolean expression และ table expression เป็น filter arguments พร้อม filter modifier functions เช่น REMOVEFILTERS, ALL, ALLEXCEPT, KEEPFILTERS เพื่อควบคุมการกรองอย่างละเอียด มีพฤติกรรมพิเศษคือ context transition ที่เปลี่ยน row context เป็น filter context โดยอัตโนมัติ ทำให้เป็นเครื่องมือหลักในการสร้าง measure ที่ซับซ้อนและ calculated column ที่ต้องใช้ aggregation

Syntax
CALCULATE(<expression>[, <filter>[, <filter>[, ...]]])

CALCULATETABLE evaluate table expression ภายใต้ filter context ที่ถูกปรับเปลี่ยน แล้วคืนค่าเป็น table (ตาราง) ซึ่งแตกต่างจาก CALCULATE ที่คืนค่าเป็น scalar value รองรับ filter arguments 3 รูปแบบ: Boolean expression, table expression, และ filter modifier functions (REMOVEFILTERS, ALL, KEEPFILTERS, USERELATIONSHIP, CROSSFILTER) มีพฤติกรรมเหมือน CALCULATE ในทุกแง่มุมของการจัดการ filter context รวมถึง context transition แต่เหมาะสำหรับการสร้าง intermediate table ที่ถูกกรองแล้วส่งต่อให้ iterator functions หรือใช้ใน calculated table มักมี performance ดีกว่า FILTER ใน simple filtering scenarios เพราะ DAX engine สามารถทำ cardinality estimation และ optimization ได้ดีกว่า

Syntax
CALCULATETABLE(<table>[, <filter>[, <filter>[, ...]]])

FILTER ใช้กรองแถวในตารางตามเงื่อนไขที่ซับซ้อน โดยวนลูปทุกแถวและประเมินเงื่อนไข เหมาะกับการกรองด้วย Measure หรือ Expression ซึ่ง Boolean Expression ทำไม่ได้ แต่ต้องระวังเรื่อง Performance เพราะเป็น Iterator Function ที่ช้ากว่า Boolean Expression ดังนั้นควรใช้เฉพาะเมื่อจำเป็น และอย่าใช้ FILTER กับ RELATED เพื่อกรองข้ามตาราง ให้กรองที่ Dimension Table โดยตรงแทน

Syntax
FILTER(<table>, <filter>)

INDEX ดึงแถวจากตำแหน่งที่ระบุ (Position) ภายในกลุ่มข้อมูลที่เรียงแล้ว โดยสามารถใช้ ORDERBY และ PARTITIONBY เพื่อควบคุมลำดับและการแบ่งกลุ่ม เหมาะสำหรับงาน window function เช่นดึงค่าอันดับที่ N

Syntax
INDEX(<Position>, <Relation>[, <OrderBy>[, <PartitionBy>[, <MatchBy>[, <Blanks>[, <Reset>]]]]])

KEEPFILTERS เป็นฟังก์ชันปรับตัวกรองที่ใช้ภายใน CALCULATE เพื่อ “คงตัวกรองเดิมไว้” แล้วนำตัวกรองใหม่มารวมกันแบบ AND (ตัดกันเฉพาะส่วนที่ตรงกัน) แทนพฤติกรรมปกติที่มักเขียนทับตัวกรองเดิมของคอลัมน์เดียวกัน

Syntax
KEEPFILTERS(<filter>)

LOOKUP ค้นหาและดึงค่าจากเมทริกซ์ภาพ (visual matrix) ในการคำนวณภาพโดยการระบุเงื่อนไขการกรอง ใช้เฉพาะในการคำนวณภาพเท่านั้น

Syntax
LOOKUP(<expression>, <colref>, <expression>[, <colref>, <expression>]...)

LOOKUPVALUE เป็นฟังก์ชันค้นหาที่ยืดหยุ่น โดยจะดึงค่าจากคอลัมน์หนึ่งโดยการค้นหาตามเงื่อนไขหลายตัวในเวลาเดียวกัน

Syntax
LOOKUPVALUE( <result_columnName>, <search_columnName>, <search_value> [, <alternateResult>] )

LOOKUPWITHTOTALS ค้นหาตำแหน่งที่ตรงเงื่อนไขในตารางสรุป/กริด แล้วคืนค่าเดี่ยวจากคอลัมน์ผลลัพธ์หรือคำนวณนิพจน์จากชุดที่ตรงเงื่อนไข โดยถือว่าคอลัมน์ที่ไม่ระบุในเงื่อนไขอยู่ในสถานะรวม (total) ซึ่งต่างจาก LOOKUP

Syntax
LOOKUPWITHTOTALS(<ResultExpression>, <Column>, <Value>[, <Column2>, <Value2>])

MATCHBY ระบุคอลัมน์ที่ใช้จับคู่และระบุแถวปัจจุบันใน window functions เพื่อให้การเลื่อน/เลือกตำแหน่งแถวทำงานถูกต้องเมื่อมีค่า ORDERBY ซ้ำ หรือเมื่อจำเป็นต้องกำหนดเอกลักษณ์ของแถว

Syntax
MATCHBY(<Column>[, <Column>])

ORDERBY ระบุลำดับการเรียงลำดับ (ASC/DESC) และการจัดการค่าว่าง สำหรับ window functions เช่น INDEX, OFFSET, WINDOW เพื่อกำหนดลำดับของแถวภายในกลุ่ม

Syntax
ORDERBY(<orderBy_expression>[, <order>][, <orderBy_expression>[, <order>]] ...)

PARTITIONBY ระบุคอลัมน์ที่ใช้แบ่งกลุ่มสำหรับ window functions เพื่อให้การเลื่อน/เลือกตำแหน่งเกิดขึ้น “ภายในกลุ่ม” ตามที่กำหนด มักใช้ร่วมกับ ORDERBY และ MATCHBY

Syntax
PARTITIONBY(<Column>[, <Column>])

REMOVEFILTERS ลบ Filter ออกจากตารางหรือคอลัมน์ที่ระบุ ใช้ได้ใน CALCULATE เท่านั้น เทียบเท่า ALL เมื่อใช้เป็น CALCULATE Modifier แต่ชัดเจนและอ่านโค้ดง่ายกว่า แนะนำใช้แทน ALL เพราะสื่อความหมายได้ดีกว่า

Syntax
REMOVEFILTERS([table_or_column], [column], [column])

SELECTEDVALUE ตรวจสอบว่า Filter Context ลดลงเหลือเพียงค่าเดียวแล้ว ถ้าใช่ให้คืนค่านั้น ถ้าไม่ใช่ให้คืนค่าอื่นแทน

Syntax
SELECTEDVALUE(<columnName>[, <alternateResult>])

WINDOW ดึงช่วงแถวภายในพาร์ทิชัน คืนค่าเป็นตาราง เหมาะกับการคำนวณแบบช่วง เช่น moving average, running sum, หรือ lead/lag analysis

Syntax
WINDOW(<From>[, <FromType>], <To>[, <ToType>][, <Relation>][, <OrderBy>][, <Blanks>][, <PartitionBy>][, <MatchBy>][, <Reset>])