EDATE รับวันที่เริ่มต้นและจำนวนเดือนที่ต้องการเลื่อนไปข้างหน้า/ย้อนกลับ แล้วคืนวันที่ใหม่ที่รักษาวันเดิม (หรือวันสุดท้ายของเดือนถัดไปถ้าวันเดิมเกิน) เหมาะสำหรับวันครบกำหนดชำระ บันทึกงวด และตารางผ่อน
=EDATE(start_date, months)
=EDATE(start_date, months)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| start_date | date | Yes | วันที่เริ่มต้น | |
| months | number | Yes | จำนวนเดือนที่จะเลื่อน (+ ไปข้างหน้า, – ย้อนกลับ) |
เลื่อนวันใบแจ้งหนี้หรือสัญญาตามรอบเดือน
สร้างวันชำระแต่ละงวดโดยเพิ่มเดือนทีละงวด
ใช้ EDATE กับ TODAY() เพื่อหาวันครบรอบหรือช่วงเวลาเป็นเดือน
EDATE(DATE(2025,1,15), 1)=EDATE(DATE(2025,1,15), 1)
2025-02-15
EDATE(DATE(2025,1,31), 1)=EDATE(DATE(2025,1,31), 1)
2025-02-28
EDATE(DATE(2025,4,20), -3)=EDATE(DATE(2025,4,20), -3)
2025-01-20
EDATE(DATE(2025,6,15), 12)=EDATE(DATE(2025,6,15), 12)
2026-06-15
EDATE(Invoices[@InvoiceDate], 1)=EDATE(Invoices[@InvoiceDate], 1)
วันที่ + 1 เดือน
EDATE(LoanStart, SEQUENCE(12))=EDATE(LoanStart, SEQUENCE(12))
{งวด 1, งวด 2, ..., งวด 12}
EDATE รักษาวันที่เดิม (15/1 +1เดือน = 15/2) ส่วน EOMONTH คืนวันสิ้นเดือนเสมอ (15/1 +0เดือน = 31/1)
EDATE จะปรับเป็นวันสุดท้ายของเดือนนั้น เช่น 31/1 +1เดือน = 28/2 (หรือ 29/2 ในปีอธิกสุรทิน)
ได้ แต่จะถูกปัดเศษลง (truncate) เช่น 1.9 จะเป็น 1 เดือน
ได้ถ้า Excel รู้จักรูปแบบ เช่น “2025-01-15” แต่แนะนำใช้ DATE() หรือ DATEVALUE() แปลงก่อน
Excel 2007 ขึ้นไป และ Google Sheets (ใน Excel 2003 ต้องติดตั้ง Analysis ToolPak)
EDATE เลื่อนวันที่ไปข้างหน้าหรือย้อนหลังตามจำนวนเดือนที่ระบุ โดยรักษาวันที่ให้ใกล้เคียงเดิม เหมาะกับการคำนวณครบกำหนดและรอบบิล