ACCRINTM คำนวณดอกเบี้ยค้างรับ (Accrued Interest) สำหรับหลักทรัพย์ที่จ่ายดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดไถ่ถอนเท่านั้น ใช้สำหรับตั๋วเงิน พันธบัตร และหลักทรัพย์อื่นๆ
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| issue | Date | วันที่ออกหลักทรัพย์ (Issue Date) – วันเริ่มต้นคำนวณดอกเบี้ย |
| settlement | Date | วันครบกำหนดไถ่ถอน (Maturity Date) หรือวันที่ต้องการหยุดคำนวณดอกเบี้ยค้างรับ (เช่น วันที่ขายหลักทรัพย์ก่อนครบกำหนด) |
| rate | Number | อัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วต่อปี (Annual Coupon Rate) ต้องใส่เป็นทศนิยม เช่น 0.05 = 5% (ถ้าใส่เลข 5 เฉยๆ Excel จะตีความเป็น 500%) |
| par | Number | มูลค่าที่ตราไว้ (Par Value หรือ Face Value) ของหลักทรัพย์ |
| [basis]ไม่บังคับ | Number | เกณฑ์การนับวัน (Day Count Basis) – 0=30/360 US, 1=Actual/Actual, 2=Actual/360, 3=Actual/365, 4=European 30/360 |
[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ
ACCRINTM ใช้คำนวณดอกเบี้ยที่ค้างอยู่ (accrued interest) จากวันออกหลักทรัพย์ถึงวันครบกำหนด สำหรับหลักทรัพย์ที่มีการจ่ายดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน
แตกต่างจาก ACCRINT ที่ใช้กับหลักทรัพย์ที่จ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด ๆ ACCRINTM เฉพาะตราสารอายุยาวที่ไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยระหว่างปี เช่น zero-coupon bond ตั๋วเงินคลัง หรือ commercial paper
สูตรคำนวณ = มูลค่าที่ตราไว้ × อัตราดอกเบี้ย × (จำนวนวันค้าง ÷ จำนวนวันในปีตาม basis)
งานจริงที่ใช้ฟังก์ชันนี้บ่อยคือฝ่ายบัญชี/การเงินที่ต้องขายหลักทรัพย์ประเภทนี้ก่อนครบกำหนด เพราะผู้ซื้อรายใหม่ต้องจ่ายเงินต้นบวกดอกเบี้ยค้างรับให้ผู้ขายเดิมด้วย — ใส่ settlement เป็นวันที่ขายจริง (ไม่ใช่วันครบกำหนด) ก็จะได้ยอดดอกเบี้ยค้างรับ ณ วันนั้นทันที
คำนวณดอกเบี้ยสะสมของตราสารหนี้ระยะสั้นที่ไม่มีการจ่ายคูปองระหว่างงวด แต่จ่ายผลตอบแทนเมื่อสิ้นสุดสัญญา
ไม่ระบุ basis จึงใช้ 0 (30/360 US) ซึ่งนับ 1 ม.ค. ถึง 31 ธ.ค. เป็น 360/360 วันพอดี (Excel ปรับวันที่ 31 เป็น 30 ตามกฎ 30/360) ดอกเบี้ยค้างรับ = 1000 × 0.05 × 360/360 = 50 บาท
จาก 1 ม.ค. ถึง 1 ก.ค. 2024 (ปีอธิกสุรทิน) มีจำนวนวันจริง 182 วัน basis 3 หารด้วย 365 เสมอ = 1000 × 0.06 × 182/365 ≈ 29.92 บาท
นักบัญชีต้องบันทึกดอกเบี้ยค้างรับของตั๋วเงินมูลค่า 20,000 บาท ณ 1 ก.ค. 2023 (2023 ไม่ใช่ปีอธิกสุรทิน จึงหารด้วย 365) มีวันจริง 181 วัน = 20000 × 0.07 × 181/365 ≈ 694.25 บาท
บริษัทออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้ธนาคารมูลค่า 5,000,000 บาท อัตรา 4% ต่อปี อายุ 2 ปีพอดี (basis 0 นับได้ 720/360 = 2) ดอกเบี้ยค้างรับรวม = 5,000,000 × 0.04 × 2 = 400,000 บาท
หลักทรัพย์ยุโรปกำหนดจ่ายดอกเบี้ยตามเกณฑ์ 30/360 แบบยุโรป (basis 4) ช่วง 1 ก.พ. ถึง 1 ส.ค. นับได้ 180/360 = 0.5 ปี = 2000 × 0.05 × 0.5 = 50 บาท
ACCRINT ใช้สำหรับหลักทรัพย์ที่จ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด ๆ (Periodic Coupons) ส่วน ACCRINTM ใช้สำหรับหลักทรัพย์ที่จ่ายดอกเบี้ยครั้งเดียวเมื่อครบกำหนด เช่น Zero-Coupon Bonds หรือ T-Bills
ใช้บ่อยตอนขาย zero-coupon bond หรือตั๋วเงินก่อนครบกำหนด เพราะต้องคำนวณดอกเบี้ยค้างรับที่ผู้ซื้อใหม่ต้องจ่ายเพิ่มจากราคาซื้อขาย ใส่ settlement เป็นวันที่ซื้อขายจริง ไม่ต้องรอถึงวันครบกำหนด
เกิดเมื่อ settlement น้อยกว่าหรือเท่ากับ issue, rate หรือ par เป็นศูนย์หรือติดลบ, หรือใส่ basis นอกช่วง 0-4
Excel รองรับ 0-4 เท่านั้น ตลาดการเงินสหรัฐใช้ Basis 0 (30/360) เป็นมาตรฐาน ส่วนตราสารที่ต้องการความแม่นยำสูงมักใช้ Basis 1 หรือ 3 (นับวันจริง) — ต้องตรงกับที่ระบุไว้ในสัญญาหรือ prospectus เสมอ
ใช้ได้ตั้งแต่ Excel 2007 ขึ้นไป รวมถึง Excel 365, Excel Online และ Excel for Mac
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ ACCRINTM จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
ACCRINT คืนค่าดอกเบี้ยค้างรับของหลักทรัพย์ที่มีการจ่ายดอกเบี้ยตามกำหนดเวลา (Periodic Interest)
คำนวณอัตราดอกเบี้ยประจำปีแบบ simple interest สำหรับตราสารส่วนลด (discount security) ที่ไม่มีคูปองจ่ายระหว่างทาง จากเงินลงทุน เงินไถ่ถอน วันซื้อ และวันครบกำหนด
ODDFPRICE คำนวณราคาต่อเงินหน้าตั๋ว $100 ของตราสารที่มีช่วงคูปองแรกแปลก (ช่วงเวลาสั้นหรือยาว) ใช้สำหรับตราสารโบนด์ที่มีระยะเวลาชำระดอกเบี้ยครั้งแรกไม่ปกติ เช่น โบนด์ที่ออกในช่วงกลางระหว่างวันชำระปกติ
ODDFYIELD คำนวณผลตอบแทนประจำปี (yield) ของตราสารที่มีช่วงคูปองแรกแปลก แตกต่างจาก ODDLPRICE ที่คำนวณราคา ODDFYIELD คำนวณอัตราผลตอบแทนแทน ใช้สำหรับวิเคราะห์บอนด์ที่มีช่วงคูปองแรกไม่ปกติ
RECEIVED คำนวณจำนวนเงินที่ได้รับเมื่อครบกำหนดของหลักทรัพย์ (เช่น พันธบัตร) ที่ซื้อในราคาลดหลั่น
YIELDMAT คำนวณผลตอบแทนประจำปี (yield to maturity) ของตราสารทางการเงินที่จ่ายดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียว เมื่อตราสารครบกำหนด โดยใช้ราคาซื้อ อัตราดอกเบี้ย และวันที่สำคัญของตราสารเป็นปัจจัยในการคำนวณ
DATE สร้างวันที่จากตัวเลขปี เดือน วัน แยกกัน รองรับการบวก/ลบเดือนที่เกิน 12 หรือค่าลบ และปรับวันที่ให้อัตโนมัติ เหมาะสำหรับสร้างวันที่จากสูตรหรือใช้ในเงื่อนไข SUMIFS COUNTIFS AVERAGEIFS
EDATE รับวันที่เริ่มต้นและจำนวนเดือนที่ต้องการเลื่อนไปข้างหน้า/ย้อนกลับ แล้วคืนวันที่ใหม่ที่รักษาวันเดิม (หรือวันสุดท้ายของเดือนถัดไปถ้าวันเดิมเกิน) เหมาะสำหรับวันครบกำหนดชำระ บันทึกงวด และตารางผ่อน
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่