Thep Excel

INTRATEคำนวณอัตราดอกเบี้ยของหลักทรัพย์

คำนวณอัตราดอกเบี้ยประจำปีแบบ simple interest สำหรับตราสารส่วนลด (discount security) ที่ไม่มีคูปองจ่ายระหว่างทาง จากเงินลงทุน เงินไถ่ถอน วันซื้อ และวันครบกำหนด

fx
=INTRATE(settlement, maturity, investment, redemption, [basis])

ความนิยม4/10
ความยาก6/10
ประโยชน์6/10

อัปเดต 2 December 2025

Syntax & Arguments

อาร์กิวเมนต์ ชนิด คำอธิบาย
settlement Date วันที่จ่ายชำระ (settlement date) คือวันที่ซื้อหลักทรัพย์
maturity Date วันครบกำหนด (maturity date) คือวันที่หลักทรัพย์หมดอายุและจ่ายคืนเงิน
investment Number จำนวนเงินลงทุน (เงินที่คุณจ่ายออกไปซื้อหลักทรัพย์)
redemption Number จำนวนเงินไถ่ถอน (เงินที่คุณได้รับคืนเมื่อหลักทรัพย์ครบกำหนด)
[basis]ไม่บังคับ Number (0-4) วิธีคำนวณจำนวนวัน (day count basis) – หากปล่อยว่างจะใช้ค่า 0 (NASD 30/360)

[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ

Additional Notes

INTRATE ใช้หาอัตราดอกเบี้ยประจำปีของตราสารที่ไม่มีการจ่ายคูปองระหว่างทาง (เช่น ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วแลกเงิน หรือ CD แบบ discount) โดยดูจากเงินที่จ่ายไปตอนซื้อ (investment) เทียบกับเงินที่ได้คืนตอนครบกำหนด (redemption) แล้วแปลงเป็นอัตราต่อปีให้อัตโนมัติ

ที่ต้องระวังคือ INTRATE สมมติว่าไม่มีกระแสเงินสดระหว่างทางเลย กำไรทั้งหมดมาจากส่วนต่าง redemption ลบ investment เท่านั้น ถ้าเอาไปใช้กับพันธบัตรที่มีคูปองจ่ายเป็นงวดๆ ตัวเลขที่ได้จะผิด เพราะฟังก์ชันไม่รู้จักกระแสเงินสดระหว่างทางเลย ต้องใช้ YIELD แทน และผลลัพธ์ที่ได้เป็น simple interest ไม่ได้ทบต้น ถ้าต้องการเทียบเป็น effective rate ต้องแปลงเพิ่มเอง

ส่วนตัวผม จุดที่พลาดกันบ่อยที่สุดคือลืมว่า basis (วิธีนับจำนวนวัน) มีผลต่อผลลัพธ์จริง ธุรกรรมเดียวกัน คำนวณด้วยคนละ basis ได้ตัวเลขคนละค่า ต้องเช็คกับคู่สัญญาหรือมาตรฐานบัญชีก่อนว่าใช้ basis ไหน ไม่งั้นรายงานที่ส่งผู้บริหารหรือ auditor จะไม่ตรงกัน

Examples

ตัวอย่างพื้นฐาน – ตั๋วสัญญาใช้เงินระยะสั้นINTRATE(DATE(2008,1,1), DATE(2008,6,1), 98, 100)

ซื้อหลักทรัพย์วันที่ 1 มกราคม 2008 ในราคา 98 บาท จะได้รับ 100 บาท เมื่อครบกำหนด 1 มิถุนายน 2008 ไม่ใส่ basis จึงใช้ค่าเริ่มต้น 0 (NASD 30/360) นับได้ 150 วัน = (100-98)/98 × (360/150) = 0.0490 หรือ 4.90% ต่อปี

fx
=INTRATE(DATE(2008,1,1), DATE(2008,6,1), 98, 100)

ผลลัพธ์0.0490 หรือ 4.90%
ธุรกิจ SME ซื้อตั๋วสัญญาใช้เงิน 6 เดือน (basis เริ่มต้น)INTRATE(DATE(2026,4,1), DATE(2026,10,1), 300000, 309000)

จ่าย 300,000 บาทซื้อตั๋ว ได้คืน 309,000 บาท ตอนครบ 6 เดือน (30/360 = 180 วัน) = (309000-300000)/300000 × (360/180) = 0.03 × 2 = 6.00% ต่อปี เป็นเลขกลมเพราะช่วงเวลาพอดี 6 เดือนตาม 30/360

fx
=INTRATE(DATE(2026,4,1), DATE(2026,10,1), 300000, 309000)

ผลลัพธ์0.06 หรือ 6.00%
คลังบริษัทลงทุนตั๋วสัญญาใช้เงิน แบบ Actual/360INTRATE(DATE(2024,2,15), DATE(2024,5,15), 1000000, 1014420, 2)

บริษัทลงทุนในตั๋วสัญญาใช้เงิน 1 ล้านบาท ระหว่าง 15 ก.พ. – 15 พ.ค. 2024 (90 วันจริง) ได้เงินคืน 1,014,420 บาท ใช้ basis=2 (Actual/360) = 14420/1000000 × (360/90) = 5.77% ต่อปี

fx
=INTRATE(DATE(2024,2,15), DATE(2024,5,15), 1000000, 1014420, 2)

ผลลัพธ์0.0577 หรือ 5.77%
ธุรกรรมเดียวกัน แต่ auditor สั่งใช้ basis=3 สำหรับรายงานประจำปีINTRATE(DATE(2024,2,15), DATE(2024,5,15), 1000000, 1014420, 3)

ใช้เงินลงทุนและเงินคืนชุดเดียวกับตัวอย่างก่อนหน้า แต่เปลี่ยนเป็น basis=3 (Actual/365) = 14420/1000000 × (365/90) = 5.85% ต่อปี สูงกว่าตอนใช้ Actual/360 เพราะปีฐานยาวขึ้นจาก 360 เป็น 365 วัน — ธุรกรรมเดียวกันเป๊ะแต่รายงานตัวเลขต่างกันถ้าไม่ล็อค basis ให้ตรงกับคู่สัญญาหรือมาตรฐานบัญชี

fx
=INTRATE(DATE(2024,2,15), DATE(2024,5,15), 1000000, 1014420, 3)

ผลลัพธ์0.0585 หรือ 5.85%
เทียบทางเลือกลงทุน 2 ตัวที่ระยะเวลาไม่เท่ากัน เพื่อตัดสินใจINTRATE(DATE(2026,3,1), DATE(2026,4,15), 500000, 512000)

ตัวเลือก A ลงทุน 500,000 บาท ได้กำไร 12,000 บาทใน 45 วัน = 12000/500000 × (360/45) = 19.20% ต่อปี ส่วนตัวเลือก B (คำนวณแบบเดียวกันแต่ investment เท่ากัน, redemption 515,000, ครบกำหนดใน 60 วัน) ได้แค่ 15000/500000 × (360/60) = 18.00% ต่อปี แม้ B ให้กำไรก้อนใหญ่กว่า (15,000 vs 12,000) แต่ A ให้อัตราต่อปีสูงกว่าเพราะใช้เวลาสั้นกว่า — เทียบทางเลือกที่ระยะเวลาไม่เท่ากัน ต้อง annualize ด้วย INTRATE เสมอ ห้ามดูกำไรก้อนดิบ

fx
=INTRATE(DATE(2026,3,1), DATE(2026,4,15), 500000, 512000)

ผลลัพธ์0.192 หรือ 19.20%

FAQs

INTRATE กับ YIELD ต่างกันอย่างไร?+

INTRATE ใช้สำหรับหลักทรัพย์ที่ไม่มีคูปองดอกเบี้ยระหว่างกลาง (discount securities) ส่วน YIELD ใช้สำหรับพันธบัตรที่มีการจ่ายคูปอง การคำนวณก็ต่างกัน INTRATE ถือว่ากำไรทั้งหมดมาจากผลต่างระหว่าง redemption และ investment

basis ควรใช้ค่าไหน?+

ขึ้นอยู่กับตลาด: US Treasury ใช้ Actual/Actual (basis=1), Corporate bonds ใช้ 30/360 (basis=0), Money market instruments ใช้ Actual/360 (basis=2) ถ้าไม่แน่ใจ ให้ดูเอกสารจากผู้ออกหลักทรัพย์หรือสัญญาที่คู่สัญญาตกลงกัน

เงินลงทุน (investment) ต้องมากกว่า 0 เสมอ?+

ใช่ ต้องเป็นจำนวนบวก หากใส่ค่า 0 หรือลบ ฟังก์ชันจะคืน #NUM! error

ใช้กับ Excel เวอร์ชันไหนได้?+

INTRATE รองรับใน Excel 2007 ขึ้นไป (รวม Excel 365 และ Excel 2021) เป็นฟังก์ชันมาตรฐาน

อยากได้ effective annual rate แบบทบต้น ต้องทำยังไง?+

INTRATE ให้แค่ simple interest ต่อปีเท่านั้น ไม่ทบต้น ถ้าต้องการเทียบเป็นอัตราทบต้นจริง (effective rate) ต้องคำนวณเพิ่มเอง เช่น (1 + ผลลัพธ์ INTRATE × วัน/365)^(365/วัน) – 1 หรือใช้ EFFECT แปลงถ้าโจทย์เป็นอัตรานามินอลอยู่แล้ว

Resources & Related

ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ INTRATE จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง

ฟังก์ชันนี้INTRATEFinancial
Financial (5)
ACCRINTM

ACCRINTM คำนวณดอกเบี้ยค้างรับ (Accrued Interest) สำหรับหลักทรัพย์ที่จ่ายดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดไถ่ถอนเท่านั้น ใช้สำหรับตั๋วเงิน พันธบัตร และหลักทรัพย์อื่นๆ

DISC

DISC คำนวณอัตราส่วนลด (Discount Rate) ต่อปีสำหรับหลักทรัพย์จำหน่าย

RATE

RATE เป็นฟังก์ชันการเงินที่ใช้สำหรับคำนวณอัตราดอกเบี้ยต่องวด (Interest Rate Per Period) สำหรับเงินกู้หรือการลงทุนที่มีการชำระเงินเป็นงวดๆ ด้วยจำนวนเงินคงที่ เหมาะสำหรับวิเคราะห์อัตราผลตอบแทนจากการให้กู้ยืมหรือการลงทุนในหลักทรัพย์

RECEIVED

RECEIVED คำนวณจำนวนเงินที่ได้รับเมื่อครบกำหนดของหลักทรัพย์ (เช่น พันธบัตร) ที่ซื้อในราคาลดหลั่น

TBILLPRICE

TBILLPRICE คำนวณราคาที่ต้องจ่ายต่อมูลค่าหน้าตั๋ว $100 ของตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill) จากวันซื้อ วันครบกำหนด และอัตราส่วนลดต่อปี

Comments

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่