NOW คืนค่า Serial Number ที่ประกอบด้วยจำนวนเต็ม (วันที่) และทศนิยม (เวลา) ตามนาฬิกาของเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นฟังก์ชัน Volatile ที่จะเปลี่ยนค่าไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ Sheet มีการคำนวณใหม่
=NOW()
=NOW()
ใช้คำนวณ OT หรือระยะเวลาทำงาน โดยเทียบเวลาปัจจุบันกับเวลาเข้างาน (Clock-in)
ใช้ TargetTime – NOW() เพื่อหาเวลาที่เหลืออยู่ก่อนถึงกำหนดส่งงาน
NOW()=NOW()
30/11/2025 14:35 (ตามเวลาจริง)
NOW() + 0.5=NOW() + 0.5
วันเวลาในอีก 12 ชม.
NOW() - INT(NOW())=NOW() - INT(NOW())
0.6076 (คือเวลา 14:35)
(NOW() - StartTime) * 24=(NOW() - StartTime) * 24
จำนวนชั่วโมงที่ผ่านไป
Excel จะไม่อัปเดตเวลาตลอดเวลา (Real-time) เพื่อประหยัดทรัพยากรเครื่อง
.
แต่จะอัปเดตเมื่อมีการแก้ไขเซลล์ เปิดไฟล์ หรือกดปุ่ม F9 (Calculate Now) เท่านั้นครับ 😅
ให้กดคีย์ลัด **Ctrl + Shift + ;** (เซมิโคลอน) จะเป็นการพิมพ์เวลาปัจจุบันลงไปเป็นค่าคงที่
.
ส่วนตัวผมใช้เทคนิคนี้ตอนต้องการบันทึกเวลาที่แก้ไขครั้งสุดท้าย มีประโยชน์มากครับ 💡
TODAY() ให้เฉพาะวันที่ (เวลาเป็น 0:00:00) ส่วน NOW() ให้ทั้งวันที่และเวลา (มีทศนิยม)
.
ที่ต้องระวังคือถ้าต้องการเฉพาะวันที่ ให้ใช้ TODAY() ดีกว่า เพราะ NOW() จะคำนวณช้ากว่านิดหน่อย
เช่น 30 Nov 2025 14:35 จะเก็บเป็น 45644.608796
.
ตัวเลขก่อนจุดทศนิยม (45644) คือวันที่ (จำนวนวันมาตั้งแต่ 1 Jan 1900) และทศนิยม (0.608796) คือเวลา 💡
ใช้ฟังก์ชัน TEXT เช่น =TEXT(NOW(), “dd/mm/yyyy hh:mm:ss”) จะได้ “30/11/2025 14:35:00”
.
หรือ =TEXT(NOW(), “dd mmmm yyyy”) จะได้ “30 November 2025” ส่วนตัวผมใช้วิธีนี้ตอนสร้างรายงานบ่อยมากครับ 😎
NOW ใช้แสดงทั้งวันที่และเวลาปัจจุบันในเซลล์ โดยค่าจะอัปเดตอัตโนมัติทุกครั้งที่มีการคำนวณ
.
ที่เจ๋งคือมันเหมาะสำหรับงานที่ต้องการความละเอียดระดับนาทีหรือวินาที เช่น คำนวณระยะเวลาที่ผ่านไป หรือบันทึกเวลาที่พิมพ์รายงาน
.
ส่วนตัวผมใช้บ่อยมากในระบบบันทึกเวลาเข้า-ออก และคำนวณ OT ครับ 😎