N แปลงค่าต่างๆให้เป็นตัวเลข (TRUE→1, FALSE→0, วันที่→Serial Number, ข้อความ→0)
=N(value)
=N(value)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| value | Any (Number, Text, Logical, Date, Error) | Yes | ค่าที่ต้องการแปลงให้เป็นตัวเลข สามารถเป็นตัวเลข ข้อความ วันที่ ค่าตรรกะ (TRUE/FALSE) หรือข้อมูลประเภทอื่น |
N(TRUE) =N(FALSE)=N(TRUE)
=N(FALSE)
1
0
สมมติ A2 = 2025-01-01 =N(A2)สมมติ A2 = 2025-01-01
=N(A2)
45657
N("Hello") =N("123") =N(A5) เมื่อ A5 มีข้อความว่า "ABC"=N("Hello")
=N("123")
=N(A5) เมื่อ A5 มีข้อความว่า "ABC"
0
0
0
สมมติ A2:A10 มีข้อมูล และ B2:B10 มีค่า TRUE/FALSE =SUMPRODUCT(N(B2:B10)*A2:A10)สมมติ A2:A10 มีข้อมูล และ B2:B10 มีค่า TRUE/FALSE
=SUMPRODUCT(N(B2:B10)*A2:A10)
ผลรวมของค่าใน A ที่สัมพันธ์กับ TRUE ใน B
N() แปลงค่า TRUE→1, FALSE→0, ข้อความ→0 ส่วน VALUE() ใช้แปลงข้อความที่เป็นตัวเลข เช่น VALUE(“123”) = 123 แต่ VALUE(“Hello”) จะเป็น Error
Excel แปลงอัตโนมัติจริง แต่ใช้ N() ให้ชัดเจนว่าคุณต้องการแปลงตัวเลข และมีประโยชน์ในฟังก์ชัน SUMPRODUCT, SUMIF ที่ต้องการค่าตัวเลขจากเงื่อนไข
ใช้ได้กับทุก Excel รวม Excel 365, Excel 2021, 2019, 2016 เป็นต้น เป็น Function ที่เก่า (Legacy) ที่ยังสนับสนุนอยู่
N() ไม่ Error ง่ายๆ หากค่าเป็น Error อยู่แล้ว เช่น #DIV/0! หรือ #N/A มันจะ Return Error นั้นออกมา ไม่แปลง
ฟังก์ชัน N ช่วยแปลงค่าให้เป็นตัวเลข โดยไม่คำนึงว่าข้อมูลเดิมเป็นวันที่ ตรรกะ หรือข้อความ
ที่เจ๋งคือ ในโลกแบบเดิม เราอาจต้องใช้ IF ยุ่งๆเพื่อแปลงค่า แต่ N ช่วยให้ทำได้ตรงไปตรงมา สำหรับ TRUE มันกลายเป็น 1 สำหรับ FALSE กลายเป็น 0 และสำหรับวันที่ มันกลับเป็น Serial Number (ตัวเลขประจำวันนั้น)
ส่วนตัวผม ฟังก์ชัน N นั้นเป็น “Legacy Function” – ทำหน้าที่คล้ายกับการรับประกันความเข้ากันได้กับโปรแกรมสเปรดชีตอื่นๆ เนื่องจาก Excel ทำการแปลงอัตโนมัติอยู่แล้ว แต่บางครั้งการระบุให้ชัดเจนด้วย N() ก็ช่วยให้สูตรอ่านง่ายขึ้น