ส่งกลับ TRUE หากจำนวนเงื่อนไขที่เป็นจริงเป็นจำนวนคี่ มิฉะนั้นส่งกลับ FALSE
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| logical1 | Logical/Boolean | เงื่อนไขแรกที่ต้องการตรวจสอบ สามารถเป็นค่า TRUE/FALSE หรือนิพจน์ที่ประเมินผลได้เป็น TRUE/FALSE (เช่น A1>10) |
| [logical2]ไม่บังคับ | Logical/Boolean | เงื่อนไขที่สอง สามารถใส่ได้หลายเงื่อนไขตามต้องการ (สูงสุด 254 เงื่อนไข) |
[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ
XOR (Exclusive OR) เป็นฟังก์ชันตรรกะที่ช่วยตรวจสอบว่ามีจำนวนเงื่อนไขที่เป็นจริงเป็นจำนวนคี่หรือไม่ ถ้ามีจำนวนเงื่อนไขจริงเป็นจำนวนคี่จะส่งกลับ TRUE มิฉะนั้นจะส่งกลับ FALSE
ที่เจ๋งคือ XOR ใช้ได้กับเงื่อนไข 2 ข้อขึ้นไป และการทำงานจะต่างกันไปตามจำนวนเงื่อนไข เมื่อเป็น 2 เงื่อนไข จะ TRUE หากมีเพียงข้อเดียวเป็นจริง แต่เมื่อมีหลายเงื่อนไข จะ TRUE เมื่อมีจำนวนข้อที่จริงเป็นคี่
ส่วนตัวผม ใช้ XOR เมื่อต้องการตรวจสอบว่าสภาวการณ์ใดสภาวการณ์หนึ่งเป็นจริง แต่ไม่ใช่ทั้งคู่ เช่นการเลือกวิธีชำระเงินเพียงวิธีเดียว หรือการตรวจสอบเงื่อนไขที่ต้องการจำนวนข้อที่ตรงกันเป็นเลขคี่
A1=150 ซึ่ง >100 เป็นจริง (TRUE) และ B1=60 ซึ่ง <50 เป็นเท็จ (FALSE) มีจำนวนเงื่อนไขจริง 1 ข้อ (คี่) จึงได้ TRUE
A2=150 ซึ่ง >100 เป็นจริง (TRUE) และ B2=30 ซึ่ง <50 เป็นจริง (TRUE) มีจำนวนเงื่อนไขจริง 2 ข้อ (คู่) จึงได้ FALSE
C1=90>80 เป็นจริง (TRUE), D1=15<20 เป็นจริง (TRUE), E1=100=100 เป็นจริง (TRUE) มีจำนวนเงื่อนไขจริง 3 ข้อ (คี่) จึงได้ TRUE
ตรวจสอบว่าเลือกวิธีชำระเงินเพียงวิธีเดียวเท่านั้น หากเป็น TRUE แสดงว่ามีการเลือกเพียงวิธีเดียว
OR ส่งกลับ TRUE หากมีเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งเป็นจริง แม้ว่าทั้งสองจะเป็นจริงก็ตาม ส่วน XOR ส่งกลับ TRUE เมื่อมีจำนวนเงื่อนไขจริงเป็นจำนวนคี่เท่านั้น
ได้ สามารถนำ XOR ไปรวมกับ IF เพื่อสร้างเงื่อนไข เช่น =IF(XOR(A1>10, B1
#VALUE! จะเกิดขึ้นเมื่อไม่พบค่า logical หรือใช้งานใน Excel เวอร์ชันก่อน 2013 #NAME! จะเกิดขึ้นหากใช้งานใน Excel รุ่นเก่าที่ไม่รองรับ XOR
สามารถกำหนดได้สูงสุด 254 เงื่อนไข ตั้งแต่ logical1 ถึง logical254
ได้ Excel จะแปลง 0 เป็น FALSE และจำนวนอื่น ๆ (รวมจำนวนลบ) เป็น TRUE โดยอัตโนมัติ
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ XOR จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
AND ตรวจสอบเงื่อนไขได้สูงสุด 255 เงื่อนไข โดยจะคืนค่า TRUE ก็ต่อเมื่อ Logical ทุกตัว (logical1, logical2,…) ให้ผลเป็น TRUE ทั้งหมด
.
เรียกได้ว่าเป็นแบบ 'เข้มงวด' ที่ต้องผ่านทุกข้อถึงจะได้ TRUE ครับ ถ้าสักข้อเดียวเป็น FALSE… จบเลย 😅
IF เป็นฟังก์ชันตรรกะพื้นฐานที่ใช้ตัดสินใจสองทางตามเงื่อนไข ตรวจสอบว่าเงื่อนไขเป็น TRUE หรือ FALSE แล้วคืนค่าที่แตกต่างกันไปตามผลลัพธ์ สามารถใช้ได้กับการเปรียบเทียบตัวเลข ข้อความ หรือวันที่ และเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างสูตรแบบมีเงื่อนไข
NOT ใช้กลับค่าตรรกะจาก TRUE เป็น FALSE และจาก FALSE เป็น TRUE เอาไว้เขียนเงื่อนไขแบบ 'ไม่ใช่' หรือ 'ไม่เข้าเงื่อนไข' โดยเฉพาะตอนสูตรซับซ้อนจนเขียนแบบเทียบตรงๆ ด้วย ไม่ไหว เช่น กรองข้อมูลไม่ซ้ำ หรือเช็คว่าค่าไม่หลุดช่วงที่กำหนด
OR คือฟังก์ชันตรรกศาสตร์ที่ตรวจสอบเงื่อนไขได้สูงสุด 255 ข้อ และจะคืนค่า TRUE ถ้ามี 'เงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่ง' เป็นจริง เป็นเครื่องมือจำเป็นสำหรับการสร้างเงื่อนไขที่ยืดหยุ่น
เปรียบเทียบบิตของตัวเลขสองจำนวน ถ้าบิตต่างกันได้ 1 ถ้าเหมือนได้ 0 ใช้สำหรับงานจัดการบิต ตรวจสอบความต่าง และ toggle ค่า
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่