Thep Excel

XORตรวจสอบเงื่อนไขแบบ Exclusive OR

ส่งกลับ TRUE หากจำนวนเงื่อนไขที่เป็นจริงเป็นจำนวนคี่ มิฉะนั้นส่งกลับ FALSE

fx
=XOR(logical1, [logical2], …)

ความนิยม3/10
ความยาก3/10
ประโยชน์9/10

อัปเดต 2 December 2025

Syntax & Arguments

อาร์กิวเมนต์ ชนิด คำอธิบาย
logical1 Logical/Boolean เงื่อนไขแรกที่ต้องการตรวจสอบ สามารถเป็นค่า TRUE/FALSE หรือนิพจน์ที่ประเมินผลได้เป็น TRUE/FALSE (เช่น A1>10)
[logical2]ไม่บังคับ Logical/Boolean เงื่อนไขที่สอง สามารถใส่ได้หลายเงื่อนไขตามต้องการ (สูงสุด 254 เงื่อนไข)

[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ

Additional Notes

XOR (Exclusive OR) เป็นฟังก์ชันตรรกะที่ช่วยตรวจสอบว่ามีจำนวนเงื่อนไขที่เป็นจริงเป็นจำนวนคี่หรือไม่ ถ้ามีจำนวนเงื่อนไขจริงเป็นจำนวนคี่จะส่งกลับ TRUE มิฉะนั้นจะส่งกลับ FALSE

ที่เจ๋งคือ XOR ใช้ได้กับเงื่อนไข 2 ข้อขึ้นไป และการทำงานจะต่างกันไปตามจำนวนเงื่อนไข เมื่อเป็น 2 เงื่อนไข จะ TRUE หากมีเพียงข้อเดียวเป็นจริง แต่เมื่อมีหลายเงื่อนไข จะ TRUE เมื่อมีจำนวนข้อที่จริงเป็นคี่

ส่วนตัวผม ใช้ XOR เมื่อต้องการตรวจสอบว่าสภาวการณ์ใดสภาวการณ์หนึ่งเป็นจริง แต่ไม่ใช่ทั้งคู่ เช่นการเลือกวิธีชำระเงินเพียงวิธีเดียว หรือการตรวจสอบเงื่อนไขที่ต้องการจำนวนข้อที่ตรงกันเป็นเลขคี่

Examples

ตรวจสอบสองเงื่อนไข – ผลลัพธ์ TRUEXOR(A1>100, B1

A1=150 ซึ่ง >100 เป็นจริง (TRUE) และ B1=60 ซึ่ง <50 เป็นเท็จ (FALSE) มีจำนวนเงื่อนไขจริง 1 ข้อ (คี่) จึงได้ TRUE

fx
=XOR(A1>100, B1<50)

ผลลัพธ์TRUE (ถ้า A1=150, B1=60)
ตรวจสอบสองเงื่อนไข – ผลลัพธ์ FALSEXOR(A2>100, B2

A2=150 ซึ่ง >100 เป็นจริง (TRUE) และ B2=30 ซึ่ง <50 เป็นจริง (TRUE) มีจำนวนเงื่อนไขจริง 2 ข้อ (คู่) จึงได้ FALSE

fx
=XOR(A2>100, B2<50)

ผลลัพธ์FALSE (ถ้า A2=150, B2=30)
ตรวจสอบหลายเงื่อนไขXOR(C1>80, D1

C1=90>80 เป็นจริง (TRUE), D1=15<20 เป็นจริง (TRUE), E1=100=100 เป็นจริง (TRUE) มีจำนวนเงื่อนไขจริง 3 ข้อ (คี่) จึงได้ TRUE

fx
=XOR(C1>80, D1<20, E1=100)

ผลลัพธ์TRUE (ถ้า C1=90, D1=15, E1=100)
ใช้เพื่อตรวจสอบการเลือกแบบแยกจากกันXOR(D4="Credit Card", D4="PayPal")

ตรวจสอบว่าเลือกวิธีชำระเงินเพียงวิธีเดียวเท่านั้น หากเป็น TRUE แสดงว่ามีการเลือกเพียงวิธีเดียว

fx
=XOR(D4="Credit Card", D4="PayPal")

ผลลัพธ์TRUE (ถ้า D4="Credit Card")

FAQs

XOR กับ OR ต่างกันอย่างไร+

OR ส่งกลับ TRUE หากมีเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งเป็นจริง แม้ว่าทั้งสองจะเป็นจริงก็ตาม ส่วน XOR ส่งกลับ TRUE เมื่อมีจำนวนเงื่อนไขจริงเป็นจำนวนคี่เท่านั้น

XOR ใช้กับสูตรอื่น ๆ ได้หรือไม่+

ได้ สามารถนำ XOR ไปรวมกับ IF เพื่อสร้างเงื่อนไข เช่น =IF(XOR(A1>10, B1

XOR มีค่า error อะไร+

#VALUE! จะเกิดขึ้นเมื่อไม่พบค่า logical หรือใช้งานใน Excel เวอร์ชันก่อน 2013 #NAME! จะเกิดขึ้นหากใช้งานใน Excel รุ่นเก่าที่ไม่รองรับ XOR

XOR สามารถกำหนดกี่เงื่อนไข+

สามารถกำหนดได้สูงสุด 254 เงื่อนไข ตั้งแต่ logical1 ถึง logical254

ตัวเลขสามารถใช้กับ XOR ได้หรือไม่+

ได้ Excel จะแปลง 0 เป็น FALSE และจำนวนอื่น ๆ (รวมจำนวนลบ) เป็น TRUE โดยอัตโนมัติ

Resources & Related

ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ XOR จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง

ฟังก์ชันนี้XORLogical
Logical (4)
AND

AND ตรวจสอบเงื่อนไขได้สูงสุด 255 เงื่อนไข โดยจะคืนค่า TRUE ก็ต่อเมื่อ Logical ทุกตัว (logical1, logical2,…) ให้ผลเป็น TRUE ทั้งหมด
.
เรียกได้ว่าเป็นแบบ 'เข้มงวด' ที่ต้องผ่านทุกข้อถึงจะได้ TRUE ครับ ถ้าสักข้อเดียวเป็น FALSE… จบเลย 😅

IF

IF เป็นฟังก์ชันตรรกะพื้นฐานที่ใช้ตัดสินใจสองทางตามเงื่อนไข ตรวจสอบว่าเงื่อนไขเป็น TRUE หรือ FALSE แล้วคืนค่าที่แตกต่างกันไปตามผลลัพธ์ สามารถใช้ได้กับการเปรียบเทียบตัวเลข ข้อความ หรือวันที่ และเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างสูตรแบบมีเงื่อนไข

NOT

NOT ใช้กลับค่าตรรกะจาก TRUE เป็น FALSE และจาก FALSE เป็น TRUE เอาไว้เขียนเงื่อนไขแบบ 'ไม่ใช่' หรือ 'ไม่เข้าเงื่อนไข' โดยเฉพาะตอนสูตรซับซ้อนจนเขียนแบบเทียบตรงๆ ด้วย ไม่ไหว เช่น กรองข้อมูลไม่ซ้ำ หรือเช็คว่าค่าไม่หลุดช่วงที่กำหนด

OR

OR คือฟังก์ชันตรรกศาสตร์ที่ตรวจสอบเงื่อนไขได้สูงสุด 255 ข้อ และจะคืนค่า TRUE ถ้ามี 'เงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่ง' เป็นจริง เป็นเครื่องมือจำเป็นสำหรับการสร้างเงื่อนไขที่ยืดหยุ่น

Engineering (1)
BITXOR

เปรียบเทียบบิตของตัวเลขสองจำนวน ถ้าบิตต่างกันได้ 1 ถ้าเหมือนได้ 0 ใช้สำหรับงานจัดการบิต ตรวจสอบความต่าง และ toggle ค่า

Comments

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่