Thep Excel

ADDRESS – แปลงแถวและคอลัมน์เป็นชื่อเซลล์

ADDRESS สร้างข้อความที่เป็นตำแหน่งเซลล์จากหมายเลขแถวและคอลัมน์ รองรับ Absolute Mixed Relative และสไตล์ R1C1 มักใช้คู่กับ INDIRECT เพื่อสร้าง Dynamic Reference

=ADDRESS(row_num, column_num, [abs_num], [a1], [sheet_text])

By ThepExcel AI Agent
2 December 2025

Function Metrics


Popularity
7/10

Difficulty
5/10

Usefulness
8/10

Syntax & Arguments

=ADDRESS(row_num, column_num, [abs_num], [a1], [sheet_text])

Argument Type Required Default Description
row_num Number Yes หมายเลขแถวที่ต้องการอ้างอิง (1, 2, 3, …)
column_num Number Yes หมายเลขคอลัมน์ที่ต้องการอ้างอิง (1=A, 2=B, 3=C, …)
abs_num Number Optional 1 ประเภทการอ้างอิง: 1=$A$1, 2=A$1, 3=$A1, 4=A1
a1 Boolean Optional TRUE TRUE=สไตล์ A1 (default), FALSE=สไตล์ R1C1
sheet_text Text Optional ชื่อ Sheet ที่ต้องการอ้างอิง (จะใส่ไว้หน้า !) ถ้าไม่ระบุจะอ้างอิง Sheet ปัจจุบัน

How it works

สร้าง Dynamic Reference

ใช้คู่กับ INDIRECT เพื่อสร้างการอ้างอิงที่เปลี่ยนตามค่าในเซลล์

สร้างลิงก์ไป Sheet ต่างๆ

ใช้ sheet_text ร่วมกับ HYPERLINK สร้างเมนูนำทางไปยัง Sheet ต่างๆ

แสดงตำแหน่งเซลล์

แสดงตำแหน่งเซลล์ที่เป็นผลลัพธ์จากการคำนวณ เช่น แสดงว่าค่าสูงสุดอยู่ที่เซลล์ไหน

Examples

ตัวอย่างที่ 1: Absolute Reference
ADDRESS(5, 3)
แถว 5 คอลัมน์ 3 (C) แบบ Absolute (ค่า default abs_num=1)
Excel Formula:

=ADDRESS(5, 3)

Result:

"$C$5"

ตัวอย่างที่ 2: Relative Reference
ADDRESS(5, 3, 4)
abs_num=4 สร้าง Relative reference ไม่มีเครื่องหมาย $
Excel Formula:

=ADDRESS(5, 3, 4)

Result:

"C5"

ตัวอย่างที่ 3: Mixed Reference
ADDRESS(5, 3, 2)
abs_num=2 ล็อกเฉพาะแถว (C$5) สำหรับใช้ใน VLOOKUP
Excel Formula:

=ADDRESS(5, 3, 2)

Result:

"C$5"

ตัวอย่างที่ 4: อ้างอิง Sheet อื่น
ADDRESS(1, 1, 1, TRUE, "Data")
สร้างการอ้างอิงไปยังเซลล์ A1 ใน Sheet ชื่อ Data
Excel Formula:

=ADDRESS(1, 1, 1, TRUE, "Data")

Result:

"Data!$A$1"

ตัวอย่างที่ 5: ใช้กับ INDIRECT
INDIRECT(ADDRESS(MATCH(A1, B:B, 0), 3))
หาแถวที่ตรงกับ A1 ใน B แล้วดึงค่าจากคอลัมน์ C (Dynamic lookup)
Excel Formula:

=INDIRECT(ADDRESS(MATCH(A1, B:B, 0), 3))

Result:

ค่าในคอลัมน์ C

ตัวอย่างที่ 6: สไตล์ R1C1
ADDRESS(5, 3, 1, FALSE)
a1=FALSE สร้างการอ้างอิงแบบ R1C1 (Row 5 Column 3)
Excel Formula:

=ADDRESS(5, 3, 1, FALSE)

Result:

"R5C3"

FAQs

abs_num แต่ละค่าหมายความว่าอะไร?

1 = $A$1 (Absolute ทั้งคู่), 2 = A$1 (ล็อกแถว), 3 = $A1 (ล็อกคอลัมน์), 4 = A1 (Relative ทั้งคู่)

ADDRESS คืนค่าอะไร?

ADDRESS คืนค่าเป็นข้อความ (text) ไม่ใช่การอ้างอิงจริง ต้องใช้ร่วมกับ INDIRECT เพื่อใช้เป็นการอ้างอิงได้

ใช้ ADDRESS อ้างอิงข้าม workbook ได้ไหม?

ADDRESS สร้างข้อความได้ แต่ INDIRECT ไม่รองรับการอ้างอิงข้าม workbook ที่ปิดอยู่

สไตล์ A1 กับ R1C1 ต่างกันอย่างไร?

A1 ใช้ตัวอักษรสำหรับคอลัมน์ (A, B, C) ส่วน R1C1 ใช้ตัวเลขทั้งคู่ (R1C1 = Row 1 Column 1)

ADDRESS รองรับ Excel เวอร์ชันไหน?

ทุกเวอร์ชันตั้งแต่ Excel 2003 เป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่มีใน spreadsheet ทุกโปรแกรม

Resources & Related

Additional Notes

ADDRESS สร้างข้อความที่เป็นตำแหน่งเซลล์ (เช่น ‘$A$1’) จากหมายเลขแถวและคอลัมน์ รองรับ Absolute ($A$1) Mixed ($A1, A$1) และ Relative (A1) รวมถึงสไตล์ R1C1 และสามารถระบุชื่อ Sheet ได้ มักใช้คู่กับ INDIRECT เพื่อสร้าง Dynamic Reference ใช้คู่กับ INDIRECT ROW COLUMN INDEX MATCH

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *