ปัดเศษขึ้นแบบคณิตศาสตร์ให้เป็นจำนวนเต็มหรือตัวคูณของค่าที่ระบุ โดยไม่ว่าค่าจะเป็นบวกหรือลบก็ตาม
=CEILING.PRECISE(number, [significance])
=CEILING.PRECISE(number, [significance])
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| number | Number | Yes | ตัวเลขที่ต้องการปัดเศษขึ้น (สามารถเป็นบวกหรือลบ) | |
| significance | Number | Optional | 1 | ตัวคูณที่ต้องการปัดเศษให้ลงตัว ค่าเริ่มต้น = 1 |
CEILING.PRECISE(4.3)=CEILING.PRECISE(4.3)
5
CEILING.PRECISE(4.3, 0.5)=CEILING.PRECISE(4.3, 0.5)
4.5
CEILING.PRECISE(-4.3, 1)=CEILING.PRECISE(-4.3, 1)
-4
CEILING.PRECISE(125.75, 25)=CEILING.PRECISE(125.75, 25)
150
CEILING.PRECISE ใช้ค่าสัมบูรณ์ของ significance แสดงว่าปัดขึ้นเสมอ ส่วน CEILING.MATH นั้นมีพฤติกรรมเหมือน CEILING.PRECISE เมื่อค่าเป็นบวก แต่มีการปรับแตกต่างกันสำหรับค่าลบ
ค่าเริ่มต้นของ significance คือ 1 ดังนั้น =CEILING.PRECISE(4.3) จะเหมือนกับ =CEILING.PRECISE(4.3, 1) และให้ผลลัพธ์เป็น 5
ได้ทั้งคู่ นั่นคือ number และ significance สามารถเป็นเลขฐานสิบได้ เช่น =CEILING.PRECISE(4.25, 0.05) ให้ผลลัพธ์เป็น 4.25
จะคืนค่าข้อผิดพลาด #DIV/0! เพราะไม่สามารถปัดเศษได้เมื่อตัวคูณเป็น 0
CEILING.PRECISE ปัดขึ้นเสมอ ส่วน ROUND จะปัดขึ้นหรือปัดลงตามหลักการปัดเศษมาตรฐาน (เช่น 4.4 ปัดเป็น 4 แต่ 4.5 ปัดเป็น 5)
CEILING.PRECISE ใน Excel คือฟังก์ชันที่ช่วยปัดเศษขึ้น (Ceiling) โดยให้ผลลัพธ์เป็นจำนวนเต็มหรือตัวคูณของค่าที่กำหนด
สิ่งที่ทำให้ CEILING.PRECISE พิเศษคือ มันใช้ค่าสัมบูรณ์ของตัวคูณ ซึ่งหมายความว่าไม่ว่าค่าอินพุตเป็นบวกหรือลบ ฟังก์ชันจะปัดเศษขึ้นแบบคณิตศาสตร์เสมอ ตัวอย่างเช่น -4.3 จะปัดเป็น -4 (ซึ่งมากกว่า -4.3 ในทางคณิตศาสตร์)
คุณสามารถใช้ CEILING.PRECISE เพื่อปัดราคาขึ้นตามระดับที่สำคัญ หรือจัดตัวเลขให้เป็นชั้นๆ เช่น ปัดเศษเป็น 0.5 หรือ 10 ได้