Thep Excel

ISO.CEILINGปัดเศษขึ้น (ISO)

ฟังก์ชันปัดเศษขึ้นตามมาตรฐาน ISO ที่ปัดขึ้นเสมอไม่ว่าตัวเลขจะเป็นบวกหรือลบ และไม่สนใจเครื่องหมายของ significance ด้วย

fx
=ISO.CEILING(number, [significance])

ความนิยม5/10
ความยาก2/10
ประโยชน์6/10

อัปเดต 2 December 2025

Syntax & Arguments

อาร์กิวเมนต์ ชนิด ค่าเริ่มต้น คำอธิบาย
number Number ตัวเลขที่ต้องการปัดเศษ (เป็นจำนวนบวกหรือลบก็ได้ ผลลัพธ์ปัดขึ้นเสมอตามค่าสัมบูรณ์)
[significance]ไม่บังคับ Number 1 ตัวคูณที่ต้องการปัดเศษไปถึง ใส่บวกหรือลบก็ได้เพราะ ISO.CEILING ใช้ค่าสัมบูรณ์เสมอ (ค่าเริ่มต้น = 1)

[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ

Additional Notes

ISO.CEILING ปัดเศษตัวเลขขึ้นไปยังตัวคูณของ significance ที่ใกล้ที่สุด โดยยึด “ค่าสัมบูรณ์” (absolute value) ของทั้ง number และ significance เป็นหลักเสมอ ผลคือฟังก์ชันนี้ปัดขึ้น (ไปทางบวกมากขึ้น) เสมอ ไม่ว่าค่าตั้งต้นจะเป็นบวกหรือลบ และไม่ว่า significance ที่ใส่จะเป็นบวกหรือลบก็ตาม

งานที่ใช้จริงบ่อยคือฝ่ายจัดซื้อ/โลจิสติกส์ที่ต้องปัดจำนวนสั่งซื้อขึ้นให้พอดีกับขนาดแพ็ค (เช่น สั่งของทีละกล่อง 24 ชิ้น ต้องปัดยอดสั่งจริงขึ้นให้เต็มกล่อง), ฝ่ายบัญชี/ตั้งราคาที่ปัดราคาขึ้นให้ลงตัวเป็นหน่วย 5 หรือ 10 บาท และงานคิดเวลาบริการที่ปัดเวลาขึ้นเป็นช่วง 15 หรือ 30 นาที

จุดต่างสำคัญจาก CEILING แบบเก่าคือ CEILING (legacy) กำหนดว่า number กับ significance ต้องมีเครื่องหมายตรงกัน ไม่งั้นได้ #NUM! error ทันที แต่ ISO.CEILING ไม่สนใจเครื่องหมายของ significance เลย ใส่บวกหรือลบก็ได้ผลเหมือนกัน ทำให้เขียนสูตรผิดพลาดยากขึ้นเวลาต้องรับ input จากผู้ใช้ที่อาจใส่เครื่องหมายมาไม่ตรงกัน

กับดักที่ต้องระวังคือถ้า number หรือ significance เป็น 0 ผลลัพธ์จะเป็น 0 เสมอ ไม่ใช่ error และห้ามสับสนกับ CEILING.MATH ซึ่งทำงานเหมือนกันทุกประการเมื่อไม่ใส่ mode argument (ISO.CEILING เทียบเท่ากับ CEILING.MATH ที่ mode=0)

Examples

ปัดขึ้นไปหลักเดียวISO.CEILING(4.3)

4.3 ปัดเศษขึ้นไปหลักเดียว (significance = 1 ค่าเริ่มต้น) ได้ 5 เพราะ 4.3 อยู่ระหว่าง 4 กับ 5 และ ISO.CEILING ปัดขึ้นเสมอ

fx
=ISO.CEILING(4.3)

ผลลัพธ์5
ปัดขึ้นไปทีละ 10ISO.CEILING(25, 10)

25 อยู่ระหว่างตัวคูณ 10 คือ 20 กับ 30 ปัดขึ้นไปที่ 30 ใช้แบบนี้เวลาต้องการปัดยอดขึ้นให้ลงตัวเป็นหลักสิบ

fx
=ISO.CEILING(25, 10)

ผลลัพธ์30
จำนวนลบก็ปัดขึ้น (ไปทางบวกมากขึ้น) เสมอISO.CEILING(-4.3, 1)

-4.3 อยู่ระหว่าง -5 กับ -4 ปัดขึ้นได้ -4 (ไม่ใช่ -5) เพราะ "ปัดขึ้น" หมายถึงไปทางค่ามากขึ้นเสมอ ไม่ใช่ปัดให้ห่างจาก 0 มากขึ้น นี่คือพฤติกรรมมาตรฐาน ISO ที่ทำให้ทิศทางการปัดคาดเดาได้แน่นอนไม่ว่าเลขจะติดลบหรือไม่

fx
=ISO.CEILING(-4.3, 1)

ผลลัพธ์-4
ใส่ significance เป็นลบก็ได้ผลเหมือนกันISO.CEILING(4.3, -2)

แม้ significance จะใส่เป็น -2 แต่ ISO.CEILING ใช้ค่าสัมบูรณ์ (|-2|=2) เสมอ ผลลัพธ์จึงเหมือนกับ ISO.CEILING(4.3,2) คือ 6 ทุกประการ — จุดนี้ต่างจาก CEILING แบบเก่าที่ถ้าเครื่องหมายของสองอาร์กิวเมนต์ไม่ตรงกันจะได้ #NUM! error ทันที

fx
=ISO.CEILING(4.3, -2)

ผลลัพธ์6
จัดซื้อ: ปัดยอดสั่งซื้อขึ้นให้เต็มกล่องต้องการ 130 ชิ้น แพ็คละ 24 ชิ้น/กล่อง =ISO.CEILING(130, 24)

130 หาร 24 ได้ 5.41 กล่อง สั่งเศษกล่องไม่ได้ ต้องปัดขึ้นเป็น 6 กล่อง = 144 ชิ้น ใช้สูตรนี้คำนวณยอดสั่งซื้อจริงที่ต้องตัด PO ให้ผู้จำหน่ายได้ทันทีโดยไม่ต้องคำนวณเอง

fx
ต้องการ 130 ชิ้น แพ็คละ 24 ชิ้น/กล่อง
=ISO.CEILING(130, 24)

ผลลัพธ์144

FAQs

ทำไมต้องใช้ ISO.CEILING แทน CEILING ธรรมดา?+

เหตุผลหลักคือ ISO.CEILING ไม่สนใจเครื่องหมายของ significance และปัดตัวเลขติดลบไปทางค่ามากขึ้นเสมอตามนิยาม ceiling ทางคณิตศาสตร์จริง ส่วน CEILING (legacy) กำหนดให้ number กับ significance ต้องมีเครื่องหมายตรงกัน ไม่งั้นจะได้ #NUM! error ถ้าสูตรต้องรับ input ที่ไม่แน่ใจเรื่องเครื่องหมาย ใช้ ISO.CEILING ปลอดภัยกว่า

ถ้า significance เป็นลบล่ะ จะเกิด error ไหม?+

ไม่ error ISO.CEILING ใช้ค่าสัมบูรณ์ของ significance เสมอ ใส่ลบหรือบวกได้ผลลัพธ์เหมือนกันทุกประการ ต่างจาก CEILING แบบเก่าที่ significance ติดลบตอน number เป็นบวกจะทำให้ error

ต่างจาก FLOOR ยังไง?+

CEILING ปัดขึ้น (ไปทางค่ามากขึ้น) ส่วน FLOOR ปัดลง (ไปทางค่าน้อยลง) ทำงานตรงข้ามกัน เลือกใช้ตามทิศทางที่งานต้องการ เช่น จัดซื้อต้องปัดขึ้นให้พอใช้ ใช้ CEILING/ISO.CEILING แต่ถ้าคำนวณส่วนลดหรือจำนวนที่ไม่ต้องการเกินงบ ใช้ FLOOR

ISO.CEILING กับ CEILING.MATH ต่างกันตรงไหน ใช้ตัวไหนดี?+

ทั้งสองตัวทำงานเหมือนกันทุกประการเมื่อไม่ใส่ argument ที่สาม เพราะ ISO.CEILING เทียบเท่ากับ CEILING.MATH ที่ mode=0 จุดต่างเดียวคือ CEILING.MATH มี argument ที่สาม (mode) เพิ่มมาให้เลือกปัดเลขลบออกจาก 0 แทนได้ ถ้าไม่ต้องใช้ mode พิเศษ ใช้ตัวไหนก็ได้ผลเหมือนกัน

ถ้า number หรือ significance เป็น 0 จะได้ผลลัพธ์อะไร?+

ได้ 0 เสมอ ไม่ใช่ error ถ้า number=0 ผลลัพธ์คือ 0 ไม่ว่า significance จะเป็นอะไร และถ้า significance=0 (แม้ number จะไม่ใช่ 0) ผลลัพธ์ก็เป็น 0 เช่นกัน เพราะปัดขึ้นไปยังตัวคูณของ 0 ไม่มีความหมายทางคณิตศาสตร์ Excel จึงคืน 0 ไว้แทน

Resources & Related

ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ ISO.CEILING จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง

ฟังก์ชันนี้ISO.CEILINGMath and trigonometry
Compatibility (2)
CEILING

ปัดตัวเลขขึ้นไปยังจำนวนเต็มที่ใกล้ที่สุด หรือพหุคูณของ significance ที่ระบุ (ฟังก์ชันเก่า)

FLOOR

ปัดตัวเลขลงไปยังพหุคูณที่ใกล้ที่สุดของค่าที่กำหนด เช่น ปัด 22 ลงให้ลงตัวที่ 5 ได้ 20 (ฟังก์ชันเก่า ควรใช้ FLOOR.MATH แทน)

Math and trigonometry (2)
CEILING.MATH

ปัดตัวเลขขึ้นไปตามตัวคูณที่ระบุ โดยจัดการกับตัวเลขติดลบได้ดีกว่า CEILING ธรรมชาติ เลือกทิศทางการปัดได้

ROUNDUP

ROUNDUP จะปัดตัวเลขขึ้นเสมอ 1 ค่าในหลักที่กำหนด โดยไม่สนใจว่าเศษข้างหลังจะเป็นเลขอะไร (ต่างจาก ROUND ปกติที่ต้องดูว่า >=5 หรือไม่) สามารถระบุจำนวนหลักทศนิยม (num_digits) เป็นบวกเพื่อปัดทศนิยม หรือเป็นลบเพื่อปัดหลักหน่วย/หลักสิบ/หลักร้อยได้

Comments

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่