ฟังก์ชันปัดเศษขึ้นตามมาตรฐาน ISO ที่ปัดขึ้นเสมอไม่ว่าตัวเลขจะเป็นบวกหรือลบ และไม่สนใจเครื่องหมายของ significance ด้วย
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | ค่าเริ่มต้น | คำอธิบาย |
|---|---|---|---|
| number | Number | ตัวเลขที่ต้องการปัดเศษ (เป็นจำนวนบวกหรือลบก็ได้ ผลลัพธ์ปัดขึ้นเสมอตามค่าสัมบูรณ์) | |
| [significance]ไม่บังคับ | Number | 1 | ตัวคูณที่ต้องการปัดเศษไปถึง ใส่บวกหรือลบก็ได้เพราะ ISO.CEILING ใช้ค่าสัมบูรณ์เสมอ (ค่าเริ่มต้น = 1) |
[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ
ISO.CEILING ปัดเศษตัวเลขขึ้นไปยังตัวคูณของ significance ที่ใกล้ที่สุด โดยยึด “ค่าสัมบูรณ์” (absolute value) ของทั้ง number และ significance เป็นหลักเสมอ ผลคือฟังก์ชันนี้ปัดขึ้น (ไปทางบวกมากขึ้น) เสมอ ไม่ว่าค่าตั้งต้นจะเป็นบวกหรือลบ และไม่ว่า significance ที่ใส่จะเป็นบวกหรือลบก็ตาม
งานที่ใช้จริงบ่อยคือฝ่ายจัดซื้อ/โลจิสติกส์ที่ต้องปัดจำนวนสั่งซื้อขึ้นให้พอดีกับขนาดแพ็ค (เช่น สั่งของทีละกล่อง 24 ชิ้น ต้องปัดยอดสั่งจริงขึ้นให้เต็มกล่อง), ฝ่ายบัญชี/ตั้งราคาที่ปัดราคาขึ้นให้ลงตัวเป็นหน่วย 5 หรือ 10 บาท และงานคิดเวลาบริการที่ปัดเวลาขึ้นเป็นช่วง 15 หรือ 30 นาที
จุดต่างสำคัญจาก CEILING แบบเก่าคือ CEILING (legacy) กำหนดว่า number กับ significance ต้องมีเครื่องหมายตรงกัน ไม่งั้นได้ #NUM! error ทันที แต่ ISO.CEILING ไม่สนใจเครื่องหมายของ significance เลย ใส่บวกหรือลบก็ได้ผลเหมือนกัน ทำให้เขียนสูตรผิดพลาดยากขึ้นเวลาต้องรับ input จากผู้ใช้ที่อาจใส่เครื่องหมายมาไม่ตรงกัน
กับดักที่ต้องระวังคือถ้า number หรือ significance เป็น 0 ผลลัพธ์จะเป็น 0 เสมอ ไม่ใช่ error และห้ามสับสนกับ CEILING.MATH ซึ่งทำงานเหมือนกันทุกประการเมื่อไม่ใส่ mode argument (ISO.CEILING เทียบเท่ากับ CEILING.MATH ที่ mode=0)
4.3 ปัดเศษขึ้นไปหลักเดียว (significance = 1 ค่าเริ่มต้น) ได้ 5 เพราะ 4.3 อยู่ระหว่าง 4 กับ 5 และ ISO.CEILING ปัดขึ้นเสมอ
25 อยู่ระหว่างตัวคูณ 10 คือ 20 กับ 30 ปัดขึ้นไปที่ 30 ใช้แบบนี้เวลาต้องการปัดยอดขึ้นให้ลงตัวเป็นหลักสิบ
-4.3 อยู่ระหว่าง -5 กับ -4 ปัดขึ้นได้ -4 (ไม่ใช่ -5) เพราะ "ปัดขึ้น" หมายถึงไปทางค่ามากขึ้นเสมอ ไม่ใช่ปัดให้ห่างจาก 0 มากขึ้น นี่คือพฤติกรรมมาตรฐาน ISO ที่ทำให้ทิศทางการปัดคาดเดาได้แน่นอนไม่ว่าเลขจะติดลบหรือไม่
แม้ significance จะใส่เป็น -2 แต่ ISO.CEILING ใช้ค่าสัมบูรณ์ (|-2|=2) เสมอ ผลลัพธ์จึงเหมือนกับ ISO.CEILING(4.3,2) คือ 6 ทุกประการ — จุดนี้ต่างจาก CEILING แบบเก่าที่ถ้าเครื่องหมายของสองอาร์กิวเมนต์ไม่ตรงกันจะได้ #NUM! error ทันที
130 หาร 24 ได้ 5.41 กล่อง สั่งเศษกล่องไม่ได้ ต้องปัดขึ้นเป็น 6 กล่อง = 144 ชิ้น ใช้สูตรนี้คำนวณยอดสั่งซื้อจริงที่ต้องตัด PO ให้ผู้จำหน่ายได้ทันทีโดยไม่ต้องคำนวณเอง
เหตุผลหลักคือ ISO.CEILING ไม่สนใจเครื่องหมายของ significance และปัดตัวเลขติดลบไปทางค่ามากขึ้นเสมอตามนิยาม ceiling ทางคณิตศาสตร์จริง ส่วน CEILING (legacy) กำหนดให้ number กับ significance ต้องมีเครื่องหมายตรงกัน ไม่งั้นจะได้ #NUM! error ถ้าสูตรต้องรับ input ที่ไม่แน่ใจเรื่องเครื่องหมาย ใช้ ISO.CEILING ปลอดภัยกว่า
ไม่ error ISO.CEILING ใช้ค่าสัมบูรณ์ของ significance เสมอ ใส่ลบหรือบวกได้ผลลัพธ์เหมือนกันทุกประการ ต่างจาก CEILING แบบเก่าที่ significance ติดลบตอน number เป็นบวกจะทำให้ error
CEILING ปัดขึ้น (ไปทางค่ามากขึ้น) ส่วน FLOOR ปัดลง (ไปทางค่าน้อยลง) ทำงานตรงข้ามกัน เลือกใช้ตามทิศทางที่งานต้องการ เช่น จัดซื้อต้องปัดขึ้นให้พอใช้ ใช้ CEILING/ISO.CEILING แต่ถ้าคำนวณส่วนลดหรือจำนวนที่ไม่ต้องการเกินงบ ใช้ FLOOR
ทั้งสองตัวทำงานเหมือนกันทุกประการเมื่อไม่ใส่ argument ที่สาม เพราะ ISO.CEILING เทียบเท่ากับ CEILING.MATH ที่ mode=0 จุดต่างเดียวคือ CEILING.MATH มี argument ที่สาม (mode) เพิ่มมาให้เลือกปัดเลขลบออกจาก 0 แทนได้ ถ้าไม่ต้องใช้ mode พิเศษ ใช้ตัวไหนก็ได้ผลเหมือนกัน
ได้ 0 เสมอ ไม่ใช่ error ถ้า number=0 ผลลัพธ์คือ 0 ไม่ว่า significance จะเป็นอะไร และถ้า significance=0 (แม้ number จะไม่ใช่ 0) ผลลัพธ์ก็เป็น 0 เช่นกัน เพราะปัดขึ้นไปยังตัวคูณของ 0 ไม่มีความหมายทางคณิตศาสตร์ Excel จึงคืน 0 ไว้แทน
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ ISO.CEILING จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
ปัดตัวเลขขึ้นไปตามตัวคูณที่ระบุ โดยจัดการกับตัวเลขติดลบได้ดีกว่า CEILING ธรรมชาติ เลือกทิศทางการปัดได้
ROUNDUP จะปัดตัวเลขขึ้นเสมอ 1 ค่าในหลักที่กำหนด โดยไม่สนใจว่าเศษข้างหลังจะเป็นเลขอะไร (ต่างจาก ROUND ปกติที่ต้องดูว่า >=5 หรือไม่) สามารถระบุจำนวนหลักทศนิยม (num_digits) เป็นบวกเพื่อปัดทศนิยม หรือเป็นลบเพื่อปัดหลักหน่วย/หลักสิบ/หลักร้อยได้
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่