Thep Excel

Date.Dayดึงค่าวันที่ (1-31) จากข้อมูลวันที่

Date.Day ใช้สำหรับดึงเลขวันที่จากค่าวันที่ หรือวันที่และเวลาใด ๆ ผลลัพธ์คือตัวเลขระหว่าง 1-31 ที่บอกวันของเดือนนั้น ฟังก์ชันนี้มีประโยชน์มากเมื่อเราต้องการแยกส่วนประกอบของวันที่ออกมาใช้งาน

fx
=Date.Day(dateTime) as number

ความนิยม9/10
ความยาก2/10
ประโยชน์9/10

อัปเดต 3 December 2025

Syntax & Arguments

อาร์กิวเมนต์ ชนิด คำอธิบาย
dateTime ค่าวันที่ (date), วันที่และเวลา (datetime), หรือวันที่และเวลากับโซนเวลา (datetimezone) ที่ต้องการดึงเลขวันจาก

Date.Day ใช้สำหรับดึงเลขวันที่จากค่าวันที่ หรือวันที่และเวลาใด ๆ ผลลัพธ์คือตัวเลขระหว่าง 1-31 ที่บอกวันของเดือนนั้น ฟังก์ชันนี้มีประโยชน์มากเมื่อเราต้องการแยกส่วนประกอบของวันที่ออกมาใช้งาน

How it works

หาวันที่ทำรายการ

ดึงเฉพาะเลขวันที่เพื่อดูการกระจายตัวของยอดขายในแต่ละวันของเดือน

คำนวณวันจ่ายเงินเดือน

ตรวจสอบว่าเป็นวันที่ 25 หรือไม่

Examples

ดึงวันจากวันที่ธรรมชาติDate.Day(#date(2025, 12, 20))

Date.Day ดึงตัวเลขวันที่ออกจากวันที่ 20 ธันวาคม 2025 ผลลัพธ์คือ 20

fx
=Date.Day(#date(2025, 12, 20))

ผลลัพธ์20
ดึงวันจากวันที่และเวลาDate.Day(#datetime(2025, 5, 14, 17, 0, 0))

แม้ว่าค่าอินพุตจะมีเวลา (17:00:00) แต่ Date.Day จะเอาเฉพาะส่วนวันที่มาคืน ผลลัพธ์คือ 14

fx
=Date.Day(#datetime(2025, 5, 14, 17, 0, 0))

ผลลัพธ์14
กรองข้อมูลตามวันที่ของเดือนlet Sales = Table.FromRows( {{#date(2025, 12, 15), 1200}, {#date(2025, 12, 31), 2500}}, {"OrderDate", "Amount"} ), DayOfMonth = Table.AddColumn(Sales, "Day", ea…

ขั้นแรก เพิ่มคอลัมน์ใหม่ชื่อ Day ที่ดึงวันที่จากคอลัมน์ OrderDate จากนั้นกรองเอาเฉพาะแถวที่ Day เท่ากับ 31

fx
let
Sales = Table.FromRows(
{{#date(2025, 12, 15), 1200}, {#date(2025, 12, 31), 2500}},
{"OrderDate", "Amount"}
),
DayOfMonth = Table.AddColumn(Sales, "Day", each Date.Day([OrderDate])),
LastDayOrders = Table.SelectRows(DayOfMonth, each [Day] = 31)
in
LastDayOrders

ผลลัพธ์ตารางที่มี 1 แถว: OrderDate=31 ธันวาคม 2025, Amount=2500, Day=31
สร้างหมวดหมู่วันตามช่วงlet Orders = Table.FromRows( {{#date(2025, 12, 5), "Customer A"}, {#date(2025, 12, 25), "Customer B"}}, {"Date", "Customer"} ), DayCategory = Table.AddColumn( O…

ใช้ if-else ร่วมกับ Date.Day เพื่อจัดแบ่งลูกค้าตามช่วงวันที่ในเดือน ถ้าวันที่ 1-10 เป็น Early, 11-20 เป็น Mid, 21-31 เป็น Late

fx
let
Orders = Table.FromRows(
{{#date(2025, 12, 5), "Customer A"}, {#date(2025, 12, 25), "Customer B"}},
{"Date", "Customer"}
),
DayCategory = Table.AddColumn(
Orders,
"Period",
each if Date.Day([Date]) <= 10 then "Early" else if Date.Day([Date]) <= 20 then "Mid" else "Late"
)
in
DayCategory

ผลลัพธ์ตารางที่มี 2 แถว: Customer A จัดอยู่ในช่วง "Early", Customer B จัดอยู่ในช่วง "Late"

Resources & Related

ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ Date.Day จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง

ฟังก์ชันนี้Date.DayDate functions
Date functions (8)
Date.AddDays

Date.AddDays ใช้เพิ่มหรือลดจำนวนวันให้กับค่า Date, DateTime หรือ DateTimeZone โดยระบุจำนวนวันที่ต้องการ (ใส่ค่าบวกเพื่อเพิ่มวัน หรือค่าลบเพื่อลดวัน)

Date.DayOfWeek

แปลงวันที่ให้เป็นตัวเลข 0-6 แทนวันในสัปดาห์ (0=อาทิตย์ โดยค่าเริ่มต้น)

Date.DayOfWeekName

Date.DayOfWeekName คืนค่าชื่อวันในสัปดาห์เป็นข้อความ เหมาะสำหรับแสดงวันจากวันที่ในรูปแบบ Monday, Tuesday เป็นต้น สามารถกำหนด culture เพื่อแปลชื่อวันเป็นภาษาต่างๆ ได้

Date.DayOfYear

คืนค่าวันที่เท่าไหร่ของปี (1-366)

Date.DaysInMonth

คืนค่าจำนวนวันในเดือนของวันที่กำหนด

Date.Month

Date.Month ดึงค่าตัวเลขเดือน (1-12) จากข้อมูลวันที่ใดๆ เหมาะสำหรับการจัดกลุ่มและวิเคราะห์ข้อมูลตามรอบเดือน

Date.MonthName

Date.MonthName ใช้สำหรับแยกชื่อเดือนภาษาอังกฤษจากค่าวันที่ที่ระบุ โดยส่วนใหญ่ใช้เมื่อต้องการแสดงชื่อเดือนแทนเลขเดือน

Date.Year

Date.Year คืนค่าปีเป็นตัวเลข 4 หลักจากข้อมูล DateTime ใช้สำหรับดึงเฉพาะปีออกมาจากวันที่เพื่อนำไปจัดกลุ่มข้อมูลหรือกรองตามปี

enumerations (1)
Day.Type

Enumeration type ที่แทนค่าวันในสัปดาห์ (0-6) สำหรับใช้กับฟังก์ชันหรือการเปรียบเทียบในการจัดการข้อมูลตามวัน

Comments

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่