Date.MonthName ใช้สำหรับแยกชื่อเดือนภาษาอังกฤษจากค่าวันที่ที่ระบุ โดยส่วนใหญ่ใช้เมื่อต้องการแสดงชื่อเดือนแทนเลขเดือน
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| date | Date/DateTime | ค่าวันที่ที่ต้องการแยกชื่อเดือน |
| [culture]ไม่บังคับ | Text | รหัสวัฒนธรรมที่กำหนดภาษาชื่อเดือน เช่น “en-US” สำหรับภาษาอังกฤษ หรือ “th-TH” สำหรับภาษาไทย (ถ้าไม่ระบุ ใช้ค่าเริ่มต้นของระบบ) |
[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ
Date.MonthName เบิกออกชื่อเดือนจากวันที่ได้แบบเรียบง่าย เช่น 2024-01-15 กลายเป็น “January” ทันทีโดยไม่ต้องเขียนสูตรลึกๆ ฟังก์ชันนี้ยอดเยี่ยมเวลาต้องสร้างรายงานให้ผู้บริหารอ่านเข้าใจ เพราะชื่อเดือน(January, February) อ่านเข้าใจง่ายกว่าเลข (1, 2, 3) เสียเยอะ
ที่เจ๋งคือ ไม่ต้องเขียน IF ยาวๆ เพื่อแปลงเลขเดือนเป็นชื่อเดือน ฟังก์ชันนี้ทำเองให้ปรือปรุงได้ ไม่ว่าจะใช้เลขวัฒนธรรม (culture) อะไรก็ได้ อังกฤษ ไทย หรืออื่นๆ หมดเรื่องใน 1 บรรทัด
ส่วนตัวผม ใช้ Date.MonthName กับ Table.AddColumn บ่อยครั้ง เวลาต้องเพิ่มคอลัมน์ชื่อเดือนลงในตาราง แล้วมันช่วยให้รายงานเนียนขึ้นและดูมืออาชีพมาก ลูกค้าชอบเพราะอ่านเข้าใจได้ทีเดียว
ฟังก์ชันดึงชื่อเดือนจากวันที่ 2024-12-15 ผลลัพธ์คือ "December"
ดึงชื่อเดือนจากวันที่และเวลา โดยระบุวัฒนธรรม en-US ผลลัพธ์คือ "March"
เพิ่มคอลัมน์ใหม่ที่มีชื่อเดือนโดยใช้ Date.MonthName ทำให้รายงานอ่านง่ายขึ้น
เมื่อต้องการเรียงข้อมูลตามลำดับเดือน ต้องเก็บทั้ง MonthName (สำหรับแสดง) และ MonthNum (สำหรับเรียง) ถ้าใช้แค่ MonthName จะเรียง Alphabetical ซึ่งผิด
ใช้ได้กับ #date, #datetime และ Date/DateTime values ที่เป็นข้อมูลชนิด date หรือ datetime
จะใช้ค่าเริ่มต้นของระบบ (system default culture) ซึ่งโดยปกติขึ้นอยู่กับการตั้งค่าภาษาของคอมพิวเตอร์
ได้ โดยระบุ culture เป็น "th-TH" เช่น Date.MonthName(#date(2024, 1, 15), "th-TH") แต่ผลลัพธ์อาจขึ้นอยู่กับการสนับสนุน culture ของ Power Query
จะคืนค่า null หากค่า date ที่ส่งเข้าไป (argument) เป็น null
ผมต้องบอกว่า Date.MonthName ส่งคืน text เพียงชื่อ เมื่อนำไปแสดงในรายงาน Excel หรือ GROUP BY จะเรียงก alphabetical อย่าง April, August, December… ไม่ใช่ January, February, March ถ้าต้องการเรียงตามเดือน ให้เก็บ Date.Month() เป็นคอลัมน์แยก แล้ว sort โดยคอลัมน์นั้นแทน
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ Date.MonthName จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
Date.Day ใช้สำหรับดึงเลขวันที่จากค่าวันที่ หรือวันที่และเวลาใด ๆ ผลลัพธ์คือตัวเลขระหว่าง 1-31 ที่บอกวันของเดือนนั้น ฟังก์ชันนี้มีประโยชน์มากเมื่อเราต้องการแยกส่วนประกอบของวันที่ออกมาใช้งาน
Date.DayOfWeekName คืนค่าชื่อวันในสัปดาห์เป็นข้อความ เหมาะสำหรับแสดงวันจากวันที่ในรูปแบบ Monday, Tuesday เป็นต้น สามารถกำหนด culture เพื่อแปลชื่อวันเป็นภาษาต่างๆ ได้
Date.Month ดึงค่าตัวเลขเดือน (1-12) จากข้อมูลวันที่ใดๆ เหมาะสำหรับการจัดกลุ่มและวิเคราะห์ข้อมูลตามรอบเดือน
Date.Year คืนค่าปีเป็นตัวเลข 4 หลักจากข้อมูล DateTime ใช้สำหรับดึงเฉพาะปีออกมาจากวันที่เพื่อนำไปจัดกลุ่มข้อมูลหรือกรองตามปี
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่