COUNTA นับจำนวนเซลล์ที่มีข้อมูลทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นตัวเลข ข้อความ ค่า Logic (TRUE/FALSE) Error Values หรือแม้แต่ข้อความว่าง (“”) ที่เกิดจากสูตร
.
เรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือหลักในการตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูล หรือนับจำนวนรายการโดยไม่สนใจว่าข้อมูลจะเป็น Data Type ใดก็ตาม
=COUNTA(value1, [value2], ...)
=COUNTA(value1, [value2], ...)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| value1 | any/range | Yes | ค่าแรกที่ต้องการนับ สามารถเป็นเซลล์เดี่ยว ช่วงเซลล์ หรือค่าใดๆ | |
| value2 | any/range | Optional | [optional] | Optional. Up to 255 additional items, cell references, or ranges. No default – simply omittable. |
ใช้ COUNTA นับจำนวนแถวที่มีข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นข้อความหรือตัวเลข เพื่อหาจำนวนรายการทั้งหมด
นับจำนวนช่องที่มีการกรอกข้อมูลแล้ว เทียบกับจำนวนช่องทั้งหมด เพื่อตรวจสอบว่ากรอกครบหรือยัง
นับจำนวนคนที่ตอบคำถามแต่ละข้อ โดยไม่สนใจว่าคำตอบเป็นข้อความหรือตัวเลข
ใช้ได้กับ Excel ทุกเวอร์ชัน ทั้ง Windows, Mac และ Web ไม่ต้องการเวอร์ชันพิเศษ
COUNTA มีประสิทธิภาพสูงแม้กับข้อมูลขนาดใหญ่ สามารถนับข้อมูลหลักหมื่นหรือหลักแสนแถวได้รวดเร็ว
COUNTA(10, "Hello", "", 0)=COUNTA(10, "Hello", "", 0)
4
COUNTA(Staff[Name])=COUNTA(Staff[Name])
จำนวนพนักงาน
IF(COUNTA(Form[Input])=5, "ครบ", "ไม่ครบ")=IF(COUNTA(Form[Input])=5, "ครบ", "ไม่ครบ")
สถานะ
COUNTA(A1:A50, C1:C50, E1:E50)=COUNTA(A1:A50, C1:C50, E1:E50)
จำนวนเซลล์ที่มีข้อมูลทั้งหมด
COUNTA(DataRange) - COUNT(DataRange)=COUNTA(DataRange) - COUNT(DataRange)
จำนวนเซลล์ที่ไม่ใช่ตัวเลข
คำถามนี้เจอบ่อยมากครับ 😊 ความแตกต่างหลักคือ COUNTA นับทุกเซลล์ที่ไม่ว่างเปล่า รวมทั้งตัวเลข ข้อความ ค่า Logic Error Values และข้อความว่าง (“”) ส่วน COUNT นับเฉพาะเซลล์ที่มี Data Type เป็นตัวเลข (Number) เท่านั้น ดังนั้นใช้ COUNTA เมื่อต้องการนับทุกอย่าง ใช้ COUNT เมื่อต้องการนับเฉพาะตัวเลขครับ
ใช่ครับ นี่คือจุดที่ต้องระวังมาก 😅 COUNTA นับข้อความว่าง (“”) ที่เกิดจากสูตร เช่น =IF(A1=””,””,A1) เพราะถือว่ามีข้อมูล (เป็นข้อความว่าง) แตกต่างจากเซลล์ว่างจริงที่ COUNTA จะเพิกเฉย ส่วนตัวผมถ้าต้องการนับเฉพาะข้อมูลจริงๆ มักจะใช้ =SUMPRODUCT(–LEN(A1:A10)>0) แทนครับ
ใช่ครับ COUNTA นับ Error Values ทุกประเภท (#N/A, #VALUE!, #REF!, #DIV/0!, #NUM!, #NAME?, #NULL!) เพราะถือว่าเซลล์มีข้อมูล (แม้จะเป็น Error) ไม่ใช่เซลล์ว่าง ถ้าต้องการเพิกเฉย Error แนะนำให้ใช้ AGGREGATE หรือสูตรที่กรอง Error ออกนะครับ 💡
เทคนิคที่ผมใช้บ่อยคือ =SUMPRODUCT(–LEN(A1:A10)>0) หรือ =SUMPRODUCT(–(A1:A10″”)) ครับ สูตรนี้จะนับเฉพาะเซลล์ที่มีข้อมูลจริง โดยไม่นับข้อความว่าง (“”) ที่เกิดจากสูตร เพราะ COUNTA จะนับข้อความว่างด้วยอยู่แล้ว 😎
ใช่ครับ COUNTA นับค่า 0 เพราะ 0 เป็น Number ซึ่งถือว่าเป็นข้อมูล ไม่ใช่เซลล์ว่าง ที่สำคัญคือ COUNTA เพิกเฉยเฉพาะเซลล์ว่างจริงๆ (truly empty) เท่านั้นครับ
นี่เป็นความแตกต่างที่สำคัญและสับสนมากครับ 😅 COUNTA ถือว่าเซลล์ที่มีสูตรคืนค่า “” เป็น **ไม่ว่าง** (นับเป็นข้อมูล) แต่ COUNTBLANK ถือว่าเซลล์เดียวกันนั้นเป็น **ว่าง** (นับเป็นเซลล์ว่าง) ตัวอย่างง่ายๆ ถ้า B1 มีสูตร =IF(A1=””,””,A1) ที่คืนค่า “” แล้ว COUNTA(B1) จะได้ 1 แต่ COUNTBLANK(B1) ก็ได้ 1 เหมือนกัน เพราะมองคนละมุมครับ
ใช้ COUNTBLANK ครับ เช่น =COUNTBLANK(A1:A10) จะนับเซลล์ว่างรวมทั้งเซลล์ที่มีสูตรคืนค่า “” ด้วย ส่วนถ้าต้องการนับเซลล์ว่างจริงๆ (truly empty) ใช้สูตร =ROWS(A1:A10)*COLUMNS(A1:A10)-COUNTA(A1:A10) ซึ่งคือเอาจำนวนเซลล์ทั้งหมดลบด้วยจำนวนเซลล์ที่ COUNTA นับได้ครับ
COUNTA เป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่มีใน Excel ทุกเวอร์ชันครับ ไม่ว่าจะเป็น Excel for Microsoft 365, Excel 2024, 2021, 2019, 2016, 2013, 2010, 2007 หรือเวอร์ชันเก่ากว่า ใช้ได้ทั้ง Windows, Mac และ Excel for the web ไม่ต้องกังวลเรื่องความเข้ากันได้เลย 😊
ได้ครับ ใช้สูตร =SUMPRODUCT(–LEN(Range)>0) จะนับเฉพาะเซลล์ที่มีข้อมูลจริง โดยตัดข้อความว่าง (“”) ออก เทคนิคนี้ผมใช้บ่อยมากครับ เพราะ COUNTA มันนับข้อความว่างด้วย ซึ่งบางครั้งอาจไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ 💡
ฟังก์ชัน COUNTA ใช้นับจำนวนเซลล์ที่มีข้อมูลทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นตัวเลข ข้อความ ค่า Logic (TRUE/FALSE) Error Values หรือแม้แต่ข้อความว่าง (“”) ที่เกิดจากสูตร
.
ที่เจ๋งคือมันไม่จำกัดว่าข้อมูลต้องเป็น Data Type ใดเลย เพิกเฉยเฉพาะเซลล์ว่างจริงๆ เท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นตัวช่วยหลักในการตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูลหรือนับจำนวนรายการครับ
.
ส่วนตัวผมใช้ COUNTA บ่อยมากตอนต้องการนับว่ามีข้อมูลกี่รายการ โดยไม่สนใจว่าข้อมูลจะเป็นอะไร แต่ที่ต้องระวังคือมันนับข้อความว่าง (“”) จากสูตรด้วย ซึ่งอาจทำให้ผลลัพธ์มากกว่าที่คิด 😎