ฟังก์ชันที่สร้างเมทริกซ์เอกลักษณ์ (Identity Matrix) ขนาด n x n โดยมีเลข 1 ตามแนวเส้นทแยงมุมและเลข 0 ที่ตำแหน่งอื่น ใช้สำหรับการคำนวณพีชคณิตเชิงเส้นและการดำเนินการทางคณิตศาสตร์เมทริกซ์
=MUNIT(dimension)
=MUNIT(dimension)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| dimension | Number | Yes | จำนวนเต็มบวกที่แสดงขนาดของเมทริกซ์ (หมายถึง n x n) ต้องมีค่ามากกว่า 0 |
MUNIT(3)=MUNIT(3)
{1,0,0; 0,1,0; 0,0,1}
MMULT(MMULT(A2:C4, MUNIT(3)), MINVERSE(A2:C4))=MMULT(MMULT(A2:C4, MUNIT(3)), MINVERSE(A2:C4))
เมทริกซ์เอกลักษณ์
MMULT(A1:B2, MUNIT(2))=MMULT(A1:B2, MUNIT(2))
เหมือนกับ A1:B2
MUNIT(5)=MUNIT(5)
{1,0,0,0,0; 0,1,0,0,0; 0,0,1,0,0; 0,0,0,1,0; 0,0,0,0,1}
MUNIT คือชื่อฟังก์ชัน Excel ส่วน Identity Matrix คือชื่อทางคณิตศาสตร์ของเมทริกซ์เอกลักษณ์ ทั้งสองหมายถึงสิ่งเดียวกัน – เมทริกซ์ที่มี 1 บนแนวทแยงมุมและ 0 ที่อื่น
ใน Excel 365 (เวอร์ชันใหม่ที่มี Dynamic Array) สามารถใช้เป็น Regular Formula ได้เลย เพียงแค่พิมพ์สูตรและกด Enter ปกติ ถ้าใช้ Excel เวอร์ชนเก่า (2016 ลงมา) ต้องกด Ctrl+Shift+Enter เพื่อเข้าสูตรแบบ Array Formula
MUNIT จะส่งคืนข้อผิดพลาด #VALUE! เนื่องจาก dimension ต้องเป็นจำนวนเต็มบวก (> 0) เท่านั้น ตัวเลข 0 และตัวเลขติดลบไม่ได้รับอนุญาต
MUNIT ยอมรับเฉพาะจำนวนเต็มเท่านั้น ถ้าใส่ทศนิยม (เช่น 3.5) Excel จะปัดเศษลงให้เป็นจำนวนเต็ม (3) ก่อนการคำนวณ
เมทริกซ์เอกลักษณ์ใช้ในการแก้ระบบสมการเชิงเส้น การหาเมทริกซ์ผกผัน การประมวลผลข้อมูลสถิติ และการวิเคราะห์เชิงเส้น ในด้านวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์
MUNIT เป็นฟังก์ชันสำหรับสร้างเมทริกซ์เอกลักษณ์ (Unit Matrix หรือ Identity Matrix)
เมทริกซ์เอกลักษณ์เป็นเมทริกซ์พิเศษที่มี 1 ตามแนวเส้นทแยงมุมจากซ้ายบนไปขวาล่าง และ 0 ที่ตำแหน่งอื่นทั้งหมด ลักษณะเหมือนตัวเลข 1 ในการคูณจำนวนปกติ (A × 1 = A)
ฟังก์ชันนี้ใช้กับการคำนวณเมทริกซ์ที่ซับซ้อน เช่น การหาเมทริกซ์ผกผันหรือการตรวจสอบการคูณเมทริกซ์ ในเวอร์ชัน Excel 365 ใหม่ๆ ฟังก์ชนี้ส่งคืนข้อมูล Dynamic Array จึงไม่ต้องกด Ctrl+Shift+Enter