SUMSQ คำนวณผลรวมของกำลังสองของตัวเลข ใช้บ่อยในการวิเคราะห์สถิติและค่าคลาดเคลื่อน
=SUMSQ(number1, [number2], ...)
=SUMSQ(number1, [number2], ...)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| number1 | Number/Range | Yes | ตัวเลข หรือช่วงเซลล์ที่มีตัวเลข (ตัวแรกต้องใส่เสมอ) | |
| number2 | Number/Range | Optional | ตัวเลข หรือช่วงเซลล์เพิ่มเติม (สามารถใส่ได้สูงสุด 255 ตัว) |
SUMSQ(3, 4)=SUMSQ(3, 4)
25
SUMSQ(2, 3, 4)=SUMSQ(2, 3, 4)
29
SUMSQ(B2:B5)=SUMSQ(B2:B5)
ขึ้นอยู่กับข้อมูลใน B2:B5
SUMSQ(B2:B10, -B2:B10)=SUMSQ(B2:B10, -B2:B10)
ขึ้นอยู่กับข้อมูล
ได้บางส่วน ถ้าข้อความเป็นตัวเลขที่พิมพ์เข้ามาโดยตรง (เช่น “5”) มันจะนับเป็นตัวเลข แต่ถ้าเป็นข้อความแบบ “ห้า” มันจะเว้นไป ส่วนเซลล์ว่างจะถูกข้ามไปเลย ผมแนะนำให้เก็บสะอาดข้อมูลก่อนหลักเลยครับ
SUMSQ มันเร็วกว่าเพราะเป็นฟังก์ชันเฉพาะ แล้วก็อ่านสะอาดกว่า =SUMSQ(A1:A10) ดีกว่า =SUMPRODUCT(A1:A10, A1:A10) หลายเท่า เพราะเห็นจุดประสงค์เลยครับ
ได้ครับ ยกกำลังสองของ -5 ก็เท่ากับ 25 ไม่ได้ -25 หรือ -(-5) อะไรแบบนั้นหรอก ลบคูณลบเท่ากับบวก นี่เด็กประถมเรียนแล้วครับ
ทั้งหมด ตั้งแต่ Excel 2003 ขึ้นมา SUMSQ เป็นฟังก์ชันเก่าแก่ ไม่ต้องกังวลว่า version เก่าหรือใหม่ หรือใช้ Excel 365 ก็ได้
SUMSQ ชั่วนี้ยกตัวเลขแต่ละตัวให้เป็นกำลังสอง แล้วรวมผลลัพธ์ทั้งหมด เหมือนกับการบอก “เอา 3 คูณ 3 บวกกับ 4 คูณ 4” แทนที่จะเอา 3 บวก 4 แบบปกติ
ที่เจ๋งคือมันช่วยคิดแบบทางาน เวลาเราต้องการหาข้อมูลแบบวิทยาศาสตร์ เช่น ความแตกต่างในการทำนาย หรือค่าความเสี่ยง ทั้งหมดใช้กำลังสองของความต่างครับ
ส่วนตัวผมใช้ SUMSQ บ่อยเวลาคำนวณค่าคลาดเคลื่อน (error) ในการพยากรณ์ข้อมูล กำลังสองมันทำให้ความผิดพลาดใหญ่ๆ มีน้ำหนักมากขึ้น ซึ่งสำคัญมากในการวิเคราะห์คุณภาพข้อมูล