MAXA หาค่าสูงสุดของรายการ โดยนับรวมข้อความ (=0) และค่าตรรกะ (TRUE=1, FALSE=0) ต่างจาก MAX ที่ไม่รู้จักค่าเหล่านี้
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| value1 | Number/Text/Logical/Range | ค่าหรือช่วงข้อมูลแรก ที่ต้องการหาค่าสูงสุด |
| [value2]ไม่บังคับ | Number/Text/Logical/Range | ค่าหรือช่วงข้อมูลที่สอง และตัวเลือกเพิ่มเติม (สามารถเพิ่มได้สูงสุด 255 ค่า) |
[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ
ฟังก์ชัน MAXA ใน Excel ช่วยหาค่าสูงสุดของรายการ นอกจากตัวเลขแล้ว ยังนับรวมข้อความและค่าตรรกะด้วย ทำให้มันต่างจาก MAX ที่ไม่สนใจค่าประเภทนี้
จุดเด่นของ MAXA คือมันรู้ว่า TRUE = 1, FALSE = 0 และข้อความใด ๆ = 0 ดังนั้นถ้าคุณมีตัวเลข ค่าตรรกะ และข้อความปะปนกัน MAXA ก็จะจัดการได้ง่าย ๆ โดยถือว่าข้อความและ FALSE มีค่าเป็น 0
ใช้ MAXA เมื่อคุณต้องการค่าสูงสุดจากข้อมูลที่ผสมกันหลายประเภท หรือเมื่อคุณต้องการให้ระบบนับรวมค่าตรรกะในการเปรียบเทียบ ส่วนใหญ่แล้ว MAX ก็พอ แต่ MAXA มีประโยชน์ในกรณีพิเศษ
หาค่าสูงสุดจากตัวเลข 10, 25, 5 ผลลัพธ์คือ 25 (เหมือน MAX)
MAXA ถือว่า TRUE = 1 และ FALSE = 0 ดังนั้นค่าสูงสุดคือ 1 (TRUE) แต่ MAX(0.5, TRUE) จะให้ผลลัพธ์ 0.5 เพราะ MAX ไม่รู้จักค่า TRUE
สมมติ A2:A3 มีค่า -5 และข้อความ "Text" — MAXA ถือว่าข้อความที่อยู่ในช่วงเซลล์ = 0 ดังนั้นค่าสูงสุดคือ 0 ซึ่งมากกว่า -5 ข้อควรรู้: ข้อความต้องอยู่ในช่วงเซลล์ ถ้าพิมพ์ตรงๆ เช่น =MAXA(-5,"Text") จะได้ #VALUE!
MAX ละเว้นค่าตรรกะและจึงคืนค่า 0.5 แต่ MAXA นับ TRUE เป็น 1 และคืนค่า 1 – นี่คือความแตกต่างหลักระหว่างฟังก์ชันทั้งสอง
MAX ละเว้นค่าตรรกะและข้อความ เพียงแต่รวมตัวเลขเท่านั้น ส่วน MAXA นับรวมทั้งหมด โดยถือว่า TRUE=1, FALSE=0, ข้อความ=0
MAXA พร้อมใช้งานในทุก Excel เวอร์ชัน (Excel 2007 ขึ้นไป และ Excel 365)
TRUE = 1, FALSE = 0, ข้อความใด ๆ (รวมข้อความว่าง) = 0
ได้ เช่น =MAXA(A1:A10) จะหาค่าสูงสุดของช่วง A1:A10 พร้อมนับรวมค่าตรรกะและข้อความ
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ MAXA จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
AVERAGE คืนค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวเลขที่ระบุ โดยจะนับเฉพาะเซลล์ที่มีตัวเลขและค่า 0 เท่านั้น ส่วนเซลล์ว่างหรือข้อความจะถูกข้ามไป ไม่นำมาเป็นตัวหาร ซึ่งหลายคนมักพลาดความแตกต่างระหว่าง 0 กับเซลล์ว่าง ตรงนี้สำคัญมากครับ เพราะมันทำให้ค่าเฉลี่ยที่ได้ต่างกันเลย
หาค่าเฉลี่ยคล้าย AVERAGE แต่ 'นับรวมข้อความและค่าตรรกะด้วย' โดย TRUE=1, FALSE=0 และข้อความตรงที่พิมพ์เข้ามา=0 (AVERAGE ปกติจะข้ามพวกนี้ไปเลย)
MAX คืนค่าสูงสุดจากชุดข้อมูลที่มี Data Type เป็นตัวเลข เพิกเฉยเซลล์ว่าง ข้อความ และค่า Logic โดยอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีข้อมูลประเภทอื่นปนอยู่ในช่วง เหมาะสำหรับหาค่าสูงสุดเช่น คะแนนสูงสุด ยอดขายสูงสุด หรือวันที่ล่าสุด และยังใช้เทคนิค Clamp (จำกัดค่า) โดยการใส่ 0 เป็น argument แรกเพื่อบังคับให้ค่าลบกลายเป็น 0 ได้อีกด้วย
MIN คืนค่าต่ำสุดจากชุดข้อมูลที่มี Data Type เป็นตัวเลข เพิกเฉยเซลล์ว่าง ข้อความ และค่า Logic โดยอัตโนมัติ ซึ่งทำให้ไม่ต้องกลัวว่าจะมีข้อมูลปนมารบกวนผลลัพธ์ ใช้ได้กับตัวเลขทั่วไป วันที่ (ค่าน้อยสุด = วันเก่าสุด) และระยะเวลา สามารถใช้ร่วมกับ MATCH เพื่อหาตำแหน่ง หรือใช้ร่วมกับ MAX เพื่อจำกัดค่าอยู่ในช่วงที่กำหนด
หาค่าต่ำสุดของรายการ พร้อมนับรวมข้อความและค่าตรรกะ ต่างจาก MIN ที่ไม่สนใจข้อความ
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่