RECEIVED คำนวณจำนวนเงินที่ได้รับเมื่อครบกำหนดของหลักทรัพย์ (เช่น พันธบัตร) ที่ซื้อในราคาลดหลั่น
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| settlement | Date | วันที่ซื้อหลักทรัพย์ (วันที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงในการซื้อขาย) รูปแบบ DATE หรือข้อความวันที่ |
| maturity | Date | วันครบกำหนดของหลักทรัพย์ (วันที่หลักทรัพย์หมดอายุและจ่ายเงินกลับ) รูปแบบ DATE หรือข้อความวันที่ |
| investment | Number | จำนวนเงินลงทุนในหลักทรัพย์ (ต้องเป็นจำนวนบวก เช่น 1000000) |
| discount | Number/Percentage | อัตราส่วนลด (discount rate) ของหลักทรัพย์ สามารถใส่เป็นทศนิยม เช่น 0.0575 หรือเปอร์เซนต์ 5.75% |
| [basis]ไม่บังคับ | Number | พื้นฐานนับวัน (day count basis) ใช้กำหนดวิธีการนับจำนวนวัน: 0=US (NASD) 30/360, 1=Actual/actual, 2=Actual/360, 3=Actual/365, 4=European 30/360 หากไม่ระบุ ค่าเริ่มต้นคือ 0 |
[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ
ฟังก์ชัน RECEIVED ใช้สำหรับการคำนวณทางการเงิน โดยหาจำนวนเงินที่คุณจะได้รับเมื่อหลักทรัพย์ครบกำหนด บ้างในสถานการณ์ที่คุณลงทุนเต็มจำนวนและรู้ว่าอัตราส่วนลด (Discount Rate) เป็นเท่าไหร่
สูตรนี้คำนวณโดยพิจารณาจำนวนเงินลงทุน อัตราส่วนลด และช่วงวันระหว่างวันซื้อกับวันครบกำหนด ซึ่งแตกต่างจากฟังก์ชัน PRICEDISC ที่คำนวณราคาซื้อ
ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณซื้อพันธบัตรแบบกูป่องศูนย์ (zero-coupon bond) มูลค่า 1,000,000 บาท ด้วยอัตราส่วนลด 5.75% จนถึงวันครบกำหนด เงินที่คุณได้รับกลับมาจะมากกว่า 1,000,000 บาท เพราะเงินลงทุนเต็มจำนวน
ฝ่ายบัญชีและฝ่ายบริหารเงินสดของบริษัทมักใช้ฟังก์ชันนี้ตอนวางแผนพักเงินสดส่วนเกินระยะสั้น เพราะช่วยให้เห็นตัวเลขเงินคืนที่แน่นอนก่อนตัดสินใจซื้อ ไม่ต้องคำนวณด้วยมือให้เสี่ยงผิดพลาด และยังใช้ตรวจสอบใบเสนอราคาจากธนาคารหรือโบรกเกอร์ว่าตัวเลขที่เสนอมาถูกต้องหรือไม่
ลงทุน 1,000,000 บาท ในพันธบัตรวันที่ 15 ก.พ. 2008 ครบกำหนดวันที่ 15 พ.ค. 2008 อัตราส่วนลด 5.75% ใช้พื้นฐาน Actual/360 (basis=2) จะได้รับ 1,014,584.65 บาท
ลงทุน 500,000 บาท อัตราส่วนลด 4% อายุ 3 เดือน ใช้ basis 0 (US 30/360 นับได้ 90/360 วัน) จะได้รับคืน 505,050.51 บาท เมื่อครบกำหนด
ข้อมูลเดียวกับตัวอย่างก่อนหน้า แต่เปลี่ยนเป็น basis 1 (Actual/actual นับวันจริง 92 วัน หารด้วย 366 เพราะ 2024 เป็นปีอธิกสุรทิน) ได้เงินคืน 505,078.38 บาท ต่างจาก basis 0 อยู่ประมาณ 28 บาท — ตัวเลขเล็กน้อยแต่สำคัญเมื่อคูณด้วยพอร์ตหลักล้าน
นักลงทุนซื้อตั๋วเงินคลังอายุ 1 ปี (366 วันเพราะครอบคลุมปีอธิกสุรทิน) ลงทุน 1,000,000 บาท อัตราส่วนลด 6% basis 3 หารด้วย 365 เสมอ จะได้รับคืนเมื่อครบกำหนด 1,064,015.86 บาท
ฝ่ายบริหารเงินสดของบริษัทนำเงินสดเหลือ 2,000,000 บาท ไปพักในตั๋วเงินระยะสั้น 3 เดือนแทนฝากออมทรัพย์ อัตราส่วนลด 3.5% จะได้รับคืน 2,017,654.48 บาท เมื่อครบกำหนด — ใช้เปรียบเทียบกับดอกเบี้ยเงินฝากประจำของธนาคารได้ตรงๆ
ใช้ได้กับ Excel 2007 ขึ้นไป (ทั้ง Excel Desktop, Excel Online, Excel 365)
RECEIVED คำนวณเงินกลับ (เงินปลายทาง) จากการลงทุนเต็มจำนวน ส่วน PRICEDISC คำนวณราคาซื้อ (เงินต้น) ที่จะได้รับเงินเป้าหมาย
จะคืน #NUM! error เพราะจำนวนเงินลงทุนต้องเป็นบวก ลองใช้ ABS() หากค่าเป็นลบโดยไม่ตั้งใจ
เพราะ RECEIVED คำนวณจากหลักทรัพย์ที่มีส่วนลด หมายความว่าคุณจ่ายราคาต่ำกว่ามูลค่าตามชื่อ จากนั้นจะได้รับเงินเต็มจำนวนตามชื่อเมื่อครบกำหนด
ส่วนใหญ่ใช้ basis 0 (US 30/360) สำหรับพันธบัตรอเมริกัน หรือ basis 1 (Actual/actual) สำหรับหลักทรัพย์ที่นับวันจริง ตรวจสอบเอกสารหลักทรัพย์ของคุณ
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ RECEIVED จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
ACCRINTM คำนวณดอกเบี้ยค้างรับ (Accrued Interest) สำหรับหลักทรัพย์ที่จ่ายดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดไถ่ถอนเท่านั้น ใช้สำหรับตั๋วเงิน พันธบัตร และหลักทรัพย์อื่นๆ
DISC คำนวณอัตราส่วนลด (Discount Rate) ต่อปีสำหรับหลักทรัพย์จำหน่าย
คำนวณอัตราดอกเบี้ยประจำปีแบบ simple interest สำหรับตราสารส่วนลด (discount security) ที่ไม่มีคูปองจ่ายระหว่างทาง จากเงินลงทุน เงินไถ่ถอน วันซื้อ และวันครบกำหนด
PRICEDISC คำนวณราคาต่อเงินหน้าตั๋ว $100 ของตราสารลดราคา (discounted security) เช่น ตั๋วเงิน (Treasury bills) ที่ขายในราคาต่ำกว่ามูลค่าที่จะไถ่ถอนมา โดยคำนึงถึงวันที่ซื้อ วันที่ครบกำหนด อัตราลดราคา และมูลค่าไถ่ถอน
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่