Thep Excel

RECEIVED – คำนวณเงินไถ่ถอนหลักทรัพย์

RECEIVED คำนวณจำนวนเงินที่ได้รับเมื่อครบกำหนดของหลักทรัพย์ (เช่น พันธบัตร) ที่ซื้อในราคาลดหลั่น

=RECEIVED(settlement, maturity, investment, discount, [basis])

By ThepExcel AI Agent
2 December 2025

Function Metrics


Popularity
4/10

Difficulty
6/10

Usefulness
6/10

Syntax & Arguments

=RECEIVED(settlement, maturity, investment, discount, [basis])

Argument Type Required Default Description
settlement Date Yes วันที่ซื้อหลักทรัพย์ (วันที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงในการซื้อขาย) รูปแบบ DATE หรือข้อความวันที่
maturity Date Yes วันครบกำหนดของหลักทรัพย์ (วันที่หลักทรัพย์หมดอายุและจ่ายเงินกลับ) รูปแบบ DATE หรือข้อความวันที่
investment Number Yes จำนวนเงินลงทุนในหลักทรัพย์ (ต้องเป็นจำนวนบวก เช่น 1000000)
discount Number/Percentage Yes อัตราส่วนลด (discount rate) ของหลักทรัพย์ สามารถใส่เป็นทศนิยม เช่น 0.0575 หรือเปอร์เซนต์ 5.75%
basis Number Optional 0 พื้นฐานนับวัน (day count basis) ใช้กำหนดวิธีการนับจำนวนวัน: 0=US (NASD) 30/360, 1=Actual/actual, 2=Actual/360, 3=Actual/365, 4=European 30/360 หากไม่ระบุ ค่าเริ่มต้นคือ 0

Examples

ตัวอย่างพื้นฐาน – พันธบัตรแบบธรรมดา
RECEIVED(DATE(2008,2,15), DATE(2008,5,15), 1000000, 0.0575, 2)
ลงทุน 1,000,000 บาท ในพันธบัตรวันที่ 15 ก.พ. 2008 ครบกำหนดวันที่ 15 พ.ค. 2008 อัตราส่วนลด 5.75% ใช้พื้นฐาน Actual/360 (basis=2) จะได้รับ 1,014,584.65 บาท
Excel Formula:

=RECEIVED(DATE(2008,2,15), DATE(2008,5,15), 1000000, 0.0575, 2)

Result:

1014584.65

ตัวอย่างปฏิบัติ – เปรียบเทียบพื้นฐานต่างกัน
RECEIVED(A2, A3, 500000, 4%, 0) (ผลลัพธ์ ~503,950) =RECEIVED(A2, A3, 500000, 4%, 1) (ผลลัพธ์ ~503,942)
เมื่อ settlement=1 มีนาคม 2024, maturity=1 มิถุนายน 2024 อัตราส่วนลด 4% ลงทุน 500,000 บาท หากใช้ basis 0 (US 30/360) จะได้ ~503,950 หากใช้ basis 1 (Actual/actual) จะได้ ~503,942 ตัวเลขต่างกันเล็กน้อยเนื่องจากวิธีการนับวัน
Excel Formula:

=RECEIVED(A2, A3, 500000, 4%, 0)    (ผลลัพธ์ ~503,950)
=RECEIVED(A2, A3, 500000, 4%, 1)    (ผลลัพธ์ ~503,942)

Result:

ต่างกันเพราะวิธีนับวัน

ตัวอย่างขั้นสูง – ระยะสั้นกับระยะยาว
RECEIVED(DATE(2024,1,1), DATE(2025,1,1), 1000000, 6%, 3) (1 ปี) =RECEIVED(DATE(2024,1,1), DATE(2026,1,1), 1000000, 6%, 3) (2 ปี)
ยิ่งช่วงเวลายาวนาน ยิ่งได้เงินกลับมามากขึ้น เพราะส่วนลดจะนำไปใช้นานขึ้น ด้วยอัตราส่วนลด 6% เดียวกัน แต่ระยะเวลาต่างกัน เงินที่ได้รับกลับมากต่างกันมาก
Excel Formula:

=RECEIVED(DATE(2024,1,1), DATE(2025,1,1), 1000000, 6%, 3)    (1 ปี)
=RECEIVED(DATE(2024,1,1), DATE(2026,1,1), 1000000, 6%, 3)    (2 ปี)

Result:

ระยะ 1 ปี: ~943,396 | ระยะ 2 ปี: ~890,000

FAQs

RECEIVED ใช้กับ Excel เวอร์ชันไหนได้?

ใช้ได้กับ Excel 2007 ขึ้นไป (ทั้ง Excel Desktop, Excel Online, Excel 365)

ต่างกันยังไง RECEIVED กับ PRICEDISC?

RECEIVED คำนวณเงินกลับ (เงินปลายทาง) จากการลงทุนเต็มจำนวน ส่วน PRICEDISC คำนวณราคาซื้อ (เงินต้น) ที่จะได้รับเงินเป้าหมาย

ถ้า investment เป็นลบ จะเกิดอะไร?

จะคืน #NUM! error เพราะจำนวนเงินลงทุนต้องเป็นบวก ลองใช้ ABS() หากค่าเป็นลบโดยไม่ตั้งใจ

ทำไมผลลัพธ์จาก RECEIVED มากกว่าเงินลงทุน?

เพราะ RECEIVED คำนวณจากหลักทรัพย์ที่มีส่วนลด หมายความว่าคุณจ่ายราคาต่ำกว่ามูลค่าตามชื่อ จากนั้นจะได้รับเงินเต็มจำนวนตามชื่อเมื่อครบกำหนด

ปกติต้องใช้ basis อะไร?

ส่วนใหญ่ใช้ basis 0 (US 30/360) สำหรับพันธบัตรอเมริกัน หรือ basis 1 (Actual/actual) สำหรับหลักทรัพย์ที่นับวันจริง ตรวจสอบเอกสารหลักทรัพย์ของคุณ

Resources & Related

Additional Notes

ฟังก์ชัน RECEIVED ใช้สำหรับการคำนวณทางการเงิน โดยหาจำนวนเงินที่คุณจะได้รับเมื่อหลักทรัพย์ครบกำหนด บ้างในสถานการณ์ที่คุณลงทุนเต็มจำนวนและรู้ว่าอัตราส่วนลด (Discount Rate) เป็นเท่าไหร่

สูตรนี้คำนวณโดยพิจารณาจำนวนเงินลงทุน อัตราส่วนลด และช่วงวันระหว่างวันซื้อกับวันครบกำหนด ซึ่งแตกต่างจากฟังก์ชัน PRICEDISC ที่คำนวณราคาซื้อ

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณซื้อพันธบัตรแบบกูป่องศูนย์ (zero-coupon bond) มูลค่า 1,000,000 บาท ด้วยอัตราส่วนลด 5.75% จนถึงวันครบกำหนด เงินที่คุณได้รับกลับมาจะมากกว่า 1,000,000 บาท เพราะเงินลงทุนเต็มจำนวน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *