Thep Excel

FTESTทดสอบ F-Test สถิติ (ฟังก์ชันเก่า)

ส่งกลับค่า P-value จากการทดสอบ F-test เพื่อเปรียบเทียบความแปรปรวนของสองกลุ่มข้อมูล (แนะนำให้ใช้ F.TEST แทน)

fx
=FTEST(array1, array2)

ความนิยม2/10
ความยาก3/10
ประโยชน์2/10

อัปเดต 2 December 2025

Syntax & Arguments

อาร์กิวเมนต์ ชนิด คำอธิบาย
array1 Range/Array ชุดข้อมูลตัวอย่างแรก ที่มีค่าตัวเลขอย่างน้อย 2 ค่า
array2 Range/Array ชุดข้อมูลตัวอย่างที่สอง ที่มีค่าตัวเลขอย่างน้อย 2 ค่า

Additional Notes

FTEST เป็นฟังก์ชันสถิติที่ใช้ทดสอบว่าความแปรปรวนของสองชุดข้อมูลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่.

ฟังก์ชันนี้คืนค่า P-value จาก F-test แบบสองหาง (two-tailed) – ค่าความน่าจะเป็นที่ความแปรปรวนของทั้งสองกลุ่มไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ.

สำคัญ: FTEST ถูกแทนที่ด้วยฟังก์ชัน F.TEST ในเวอร์ชันปัจจุบันของ Excel ขอแนะนำให้ใช้ F.TEST แทนเพื่อความเข้ากันได้ในอนาคต.

Examples

ทดสอบความแปรปรวนของสองกลุ่มข้อมูลFTEST(A2:A6, B2:B6)

โดยที่ A2:A6 = {6, 7, 9, 15, 21} และ B2:B6 = {20, 28, 31, 38, 40} P-value เป็น 0.648 หมายความว่าความแปรปรวนของสองกลุ่มไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (p > 0.05)

fx
=FTEST(A2:A6, B2:B6)

ผลลัพธ์0.648
เปรียบเทียบความสม่ำเสมอของการวัดFTEST(D2:D21, E2:E21)

ผลการวัดจากเครื่องมือสองเครื่องต่างกัน P-value = 0.023 (< 0.05) แสดงว่าความแปรปรวนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ อาจมีปัญหากับความเสถียรของเครื่องมือตัวใดตัวหนึ่ง

fx
=FTEST(D2:D21, E2:E21)

ผลลัพธ์0.023
ตัดสินใจว่าจะใช้ t-test แบบใดIF(FTEST(C2:C11, C12:C21)

ถ้า FTEST มีค่า p > 0.05 ความแปรปรวนเท่ากัน ใช้ t-test สามัญ หากความแปรปรวนต่างกัน ควรใช้ t-test Welch

fx
=IF(FTEST(C2:C11, C12:C21)<0.05, "ใช้ t-test Welch", "ใช้ t-test สามัญ")

ผลลัพธ์ใช้ t-test สามัญ
การใช้งานกับฟังก์ชันอื่นROUND(FTEST(F2:F25, G2:G25), 4)

ปัดเศษผลลัพธ์ P-value ให้มีทศนิยม 4 ตำแหน่ง ทำให้อ่านค่าง่ายขึ้นในรายงาน

fx
=ROUND(FTEST(F2:F25, G2:G25), 4)

ผลลัพธ์0.1542

FAQs

FTEST กับ F.TEST ต่างกันอย่างไร+

FTEST เป็นฟังก์ชันเก่า (legacy function) ของ Excel ส่วน F.TEST เป็นฟังก์ชันใหม่ที่แนะนำใหม่ ทั้งสองให้ผลลัพธ์เดียวกัน แต่ F.TEST ได้รับการปรับปรุงความแม่นยำและจะยังคงใช้ได้ในเวอร์ชันอนาคต

ถ้า FTEST ส่งกลับ #DIV/0! error คืออะไร+

ข้อผิดพลาดนี้เกิดขึ้นเมื่อ: (1) ข้อมูลในอาร์เรย์มีค่าเดียวกันทั้งหมด (ความแปรปรวน = 0) (2) อาร์เรย์ว่างเปล่าหรือมีค่าน้อยกว่า 2 ค่า (3) ข้อมูลไม่ใช่ตัวเลข

P-value น้อยกว่า 0.05 หมายความว่าอะไร+

P-value < 0.05 หมายความว่าเราปฏิเสธสมมติฐานหลัก (null hypothesis) ที่ว่าความแปรปรวนของสองกลุ่มเท่ากัน กล่าวคือความแปรปรวนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความเชื่อมั่น 95%

ต้องมีข้อมูลเท่าไหร่ในแต่ละ array+

แต่ละ array ต้องมีข้อมูลอย่างน้อย 2 ค่า และข้อมูลเหล่านั้นต้องมีความแปรปรวน (ไม่ใช่ค่าเดียวกันทั้งหมด) สำหรับผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้ แนะนำให้มีข้อมูลอย่างน้อย 30 ค่า

ควรใช้ FTEST หรือ F.TEST+

ควรใช้ F.TEST แทน FTEST เพราะ F.TEST เป็นฟังก์ชันที่ Excel แนะนำในตอนนี้ และจะยังคงสนับสนุนในเวอร์ชันอนาคต FTEST มีให้ใช้เพื่อความเข้ากันได้กับสูตรเก่า

Resources & Related

ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ FTEST จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง

ฟังก์ชันนี้FTESTCompatibility
Statistical (2)
AVERAGEIF

AVERAGEIF จะหาค่าเฉลี่ยของตัวเลขในช่วงข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขเพียง 1 ข้อเท่านั้น เช่น หาคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนที่สอบผ่าน หรือหาเงินเดือนเฉลี่ยตามแผนก ประสิทธิภาพดีกว่าการใช้ AVERAGEPRODUCT หรือ Array Formula มาก

F.TEST

F.TEST ทดสอบว่าสองชุดข้อมูลมีความแปรปรวน (การกระจายตัว) ที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ โดยคืนค่า P-Value สำหรับการตัดสินใจทางสถิติ

Compatibility (2)
STDEV

STDEV คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) สำหรับกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้วิธี n-1

TTEST

คำนวณค่า p-value ของ Student's t-test เพื่อทดสอบว่าค่าเฉลี่ยของข้อมูลสองชุดแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ (ฟังก์ชันรุ่นเก่า แนะนำให้ใช้ T.TEST แทน)

Comments

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่