ส่งกลับค่า P-value จากการทดสอบ F-test เพื่อเปรียบเทียบความแปรปรวนของสองกลุ่มข้อมูล (แนะนำให้ใช้ F.TEST แทน)
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| array1 | Range/Array | ชุดข้อมูลตัวอย่างแรก ที่มีค่าตัวเลขอย่างน้อย 2 ค่า |
| array2 | Range/Array | ชุดข้อมูลตัวอย่างที่สอง ที่มีค่าตัวเลขอย่างน้อย 2 ค่า |
FTEST เป็นฟังก์ชันสถิติที่ใช้ทดสอบว่าความแปรปรวนของสองชุดข้อมูลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่.
ฟังก์ชันนี้คืนค่า P-value จาก F-test แบบสองหาง (two-tailed) – ค่าความน่าจะเป็นที่ความแปรปรวนของทั้งสองกลุ่มไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ.
สำคัญ: FTEST ถูกแทนที่ด้วยฟังก์ชัน F.TEST ในเวอร์ชันปัจจุบันของ Excel ขอแนะนำให้ใช้ F.TEST แทนเพื่อความเข้ากันได้ในอนาคต.
โดยที่ A2:A6 = {6, 7, 9, 15, 21} และ B2:B6 = {20, 28, 31, 38, 40} P-value เป็น 0.648 หมายความว่าความแปรปรวนของสองกลุ่มไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (p > 0.05)
ผลการวัดจากเครื่องมือสองเครื่องต่างกัน P-value = 0.023 (< 0.05) แสดงว่าความแปรปรวนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ อาจมีปัญหากับความเสถียรของเครื่องมือตัวใดตัวหนึ่ง
ถ้า FTEST มีค่า p > 0.05 ความแปรปรวนเท่ากัน ใช้ t-test สามัญ หากความแปรปรวนต่างกัน ควรใช้ t-test Welch
ปัดเศษผลลัพธ์ P-value ให้มีทศนิยม 4 ตำแหน่ง ทำให้อ่านค่าง่ายขึ้นในรายงาน
FTEST เป็นฟังก์ชันเก่า (legacy function) ของ Excel ส่วน F.TEST เป็นฟังก์ชันใหม่ที่แนะนำใหม่ ทั้งสองให้ผลลัพธ์เดียวกัน แต่ F.TEST ได้รับการปรับปรุงความแม่นยำและจะยังคงใช้ได้ในเวอร์ชันอนาคต
ข้อผิดพลาดนี้เกิดขึ้นเมื่อ: (1) ข้อมูลในอาร์เรย์มีค่าเดียวกันทั้งหมด (ความแปรปรวน = 0) (2) อาร์เรย์ว่างเปล่าหรือมีค่าน้อยกว่า 2 ค่า (3) ข้อมูลไม่ใช่ตัวเลข
P-value < 0.05 หมายความว่าเราปฏิเสธสมมติฐานหลัก (null hypothesis) ที่ว่าความแปรปรวนของสองกลุ่มเท่ากัน กล่าวคือความแปรปรวนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
แต่ละ array ต้องมีข้อมูลอย่างน้อย 2 ค่า และข้อมูลเหล่านั้นต้องมีความแปรปรวน (ไม่ใช่ค่าเดียวกันทั้งหมด) สำหรับผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้ แนะนำให้มีข้อมูลอย่างน้อย 30 ค่า
ควรใช้ F.TEST แทน FTEST เพราะ F.TEST เป็นฟังก์ชันที่ Excel แนะนำในตอนนี้ และจะยังคงสนับสนุนในเวอร์ชันอนาคต FTEST มีให้ใช้เพื่อความเข้ากันได้กับสูตรเก่า
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ FTEST จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
AVERAGEIF จะหาค่าเฉลี่ยของตัวเลขในช่วงข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขเพียง 1 ข้อเท่านั้น เช่น หาคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนที่สอบผ่าน หรือหาเงินเดือนเฉลี่ยตามแผนก ประสิทธิภาพดีกว่าการใช้ AVERAGEPRODUCT หรือ Array Formula มาก
F.TEST ทดสอบว่าสองชุดข้อมูลมีความแปรปรวน (การกระจายตัว) ที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ โดยคืนค่า P-Value สำหรับการตัดสินใจทางสถิติ
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่