ทำอย่างไรเราถึงจะมี Logic ดีขึ้น? ตอนที่ 1

ทำอย่างไรเราถึงจะมี Logic ดีขึ้น? ตอนที่ 1 1
Power BI ตอนที่ 09: สร้าง Date Table ด้วย DAX
ทำอย่างไรเราถึงจะมี Logic ดีขึ้น? ตอนที่ 2

จากที่ผม post ถามไปในเพจว่า คิดว่าพื้นฐานวิชา Math (คณิตศาสตร์) ที่ไม่ดี มีผลกับการทำให้ใช้ Excel ไม่ดีหรือไม่? ผลโหวตประมาณครึ่งต่อครึ่งคิดว่าน่าจะเป็นการที่ Logic ไม่ดีมากกว่าที่มีผลทำให้ใช้ Excel ได้ไม่ดี และนอกจาก Logic ก็อาจมีผลมากจากด้าน Motivation ด้วย

ซึ่งผมก็เห็นด้วยนะครับ ดังนั้นเข้าสู่ประเด็นสำคัญดีกว่าว่า นั่นคือ เราจะทำยังไงให้เราเป็นคนที่มี Logic หรือพูดเต็มๆว่ามี Logical Thinking (ความคิดเชิงตรรกะ) ดีขึ้น? และมันเป็นเรื่องที่ฝึกฝนได้รึเปล่า สอนได้รึเปล่า? หรือ Logic มันติดตัวมาแต่เด็กได้แค่ไหนแค่นั้นแหละ?

Logical Thinking คืออะไร?

ก่อนอื่นมานิยามกันก่อนว่าการคิดเชิงตรรกะคืออะไร จะได้เข้าใจตรงกันเนอะ

Logical Thinking คือการคิดอย่าง “มีเหตุผล” หรือพูดง่ายๆ คือ Make Sense โดยมีการเชื่อมโยงและสร้างโครงสร้างของสาเหตุและผลลัพธ์ขึ้นมา (เหตุนี้ ประกอบกับเหตุนี้ ทำให้เกิดผลนี้)

โดยที่การที่บอกว่ามีเหตุผลเนี่ย สำคัญเลยคือต้องไม่ขึ้นกับ Judgement ของใครคนใดคนหนึ่งเนอะ ดังนั้นต้องพยายามเอาตัวตนของเราหรือของคนใดคนหนึ่งออกไปจากการอ้างเหตุผลนะครับ

Logic มันเป็นเรื่องที่พัฒนาได้รึเปล่า?

หากมีซักคนนึงในโลกนี้ (อย่างเช่นเพื่อนหรือคนรู้จักของคุณ) ที่คุณเห็นด้วยว่าคนนั้นมี Logic ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน (โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใช้เวลาไม่นานเกินไป) แสดงว่า Logic มันเป็นสิ่งที่พัฒนาได้จริงมะ?

ทำอย่างไรเราถึงจะมี Logic ดีขึ้น? ตอนที่ 1 2
รูปจาก https://learningperformance.com/growth-mindset-vs-fixed-mindset/

ถ้าเรามีความเชื่อมั่นว่าทักษะต่างๆ ในตัวเราสามารถพัฒนาและเติบโตขึ้นได้จริง เราก็จะ “ลงมือพัฒนามัน” จนดีขึ้นได้จริงๆ นั่นแหละ ความคิดแบบที่เชื่อมั่นในพรแสวง (ไม่ใช่พรสวรรค์) ว่าเราสามารถเติบโตและพัฒนาได้ เรียกว่า Growth Mindset ซึ่งเป็นแนวความคิดที่ดีและน่าส่งเสริมมากๆ

ในทางกลับกัน ถ้าเราเป็นคนที่เชื่อว่าคนเราเรียนจบมาแล้วด้านนึงคงไม่สามารถไปต่อสายอื่นได้แล้วล่ะ หรือเชื่อว่าตัวเองเกิดมาเป็นคนพูดไม่เก่ง คงไม่สามารถ present งานหรือทำงานขายได้ หรือความคิดที่ว่าจะเจ๋งได้ต้องมีพรสวรรค์เท่านั้น ความคิดแบบนี้เรียกว่า Fixed Mindset ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรถูกกำจัดออกไปจากความคิดของคนเราให้ได้มากที่สุดเลย เพราะเป็นความคิดที่ทำให้คนเราย่ำอยู่กับที่ไม่พัฒนาไปไหน

ดังนั้นมาเป็นคนที่มี Growth Mindset ดีกว่านะครับ อย่าจำกัดตัวเองเลย

ถ้ามันพัฒนาได้ แล้วทำไงล่ะ?

ถ้าคุณลองไปค้นหาใน internet หรือลองถามเพื่อนคนที่คิดว่าเป็นคนที่ Logic ดีนะ ผมเชื่อว่าคุณจะได้รับคำตอบประมาณนี้ครับ

  • ฝึกแก้ปริศนาบ่อยๆ (ลองอ่านบทสัมภาษณ์คุณ Bo แห่ง Excel Wizard อันนี้ก็ได้ ว่าเค้าชอบเล่น Sudoku และแก้ปริศนาต่างๆ มาก จึงทำให้เก่งสูตร Excel ขนาดนี้)
  • ฝึกวิชา Math ซึ่ง Math แท้จริงก็คือการแก้ปริศนาแบบนึงนะ การสอน Math แบบให้ท่องสูตรต่างๆ แบบที่สอนกันในโรงเรียนทั่วไป มันไม่ใช่ Math ที่ถูกต้องเลย เศร้า…
  • เล่นเกมกระดานต่างๆ เช่น หมากฮอส หมากรุก
  • ฝึกการคิดด้วยคำถามว่า Why? บ่อยๆ และฝึกหาข้อโต้แย้ง หาตัวอย่างที่ทำให้การอ้างเหตุผลนั้นเป็นจริง เป็นเท็จ ให้ได้
  • มองด้วยสายตาที่เป็นสากลและปราศจากตัวตน พูดง่ายทำยาก แต่ให้ลองฝึกสมมติดูก็ได้ว่าถ้าเป็นคน No Name มาอ้างเหตุผลแบบนั้นแล้วมัน Make Sense รึเปล่า? และอีกอย่างคือพยายามศึกษาแนวคิดคนอื่นให้มากขึ้น (เช่นอาจคุยกับคนกลุ่มใหม่ๆ) เพื่อให้มุมมองเรากว้างและเป็นสากลมากขึ้น
  • ศึกษาตัวอย่างการอ้างเหตุผลแบบผิดๆ หรือที่เรียกว่า ตรรกะวิบัติ (fallacy) หรือ Bias ต่างๆ
    • เอาแบบง่ายๆ เลยนะ สมมติความจริงคือ ถ้าฝนตกแล้วถนนจะเปียก
    • ปรากฏว่าเดินไปเจอผลลัพธ์ว่า ถนนเปียก เราเลยสรุปว่า ฝนตก
    • ซึ่งผิด!! เพราะว่าการที่มีผลลัพธ์ว่าฝนตก อาจจะมาจากสาเหตุอื่นก็ได้ เช่น มีคนรดน้ำต้นไม้ อะไรแบบนี้ (หรืออาจมาจากฝนตกจริงๆ ก็ได้)
    • ตรรกวิบัติแบบนี้เรียกว่า Affirming the consequent ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยมากๆ ดังนั้นเราอย่าเผลอเป็นคนแบบนั้น
    • ไว้ใครชอบเรื่องตรรกะวิบัติ ไว้ผมจะขอพูดถึงมันเต็มๆ อีกทีละกัน

และถ้าถามผมในฐานะของคนที่ชอบ Excel ผมก็จะตอบเพิ่มอีกข้อว่า “การฝึกแก้ปัญหาใน Excel ก็ช่วยให้ Logic ดีขึ้นได้นะ”

อ้าว ไหงมันเป็นไก่กับไข่แบบนี้?

ก็ไหนตอนแรกบอกว่าถ้า Logic ดีแล้ว Excel จะเก่งขึ้น แต่นี่ดันบอกว่าให้ฝึก Excel แล้ว Logic จะดีขึ้น ตกลงจะต้องทำไงแน่?

เปรียบเทียบกับเกมจะได้เห็นภาพ

สำหรับมุมมองของผมเอง ถ้าใครเคยอ่านบทความเก่าๆของผม จะเห็นว่า ผมก็เคยเปรียบเทียบการพัฒนาตนเองกับเกมแนว RPG (แนวที่ตัวละครพัฒนาความสามารถได้เรื่อยๆ) ในบทความข้างล่างนี้

ซึ่งเรื่อง Logic นี่ก็คล้ายกันครับ ผมมอง Logic เหมือนค่าพลังในเกมนั่นแหละ และผมมองว่างานใน Excel คือ Mission ที่เราต้องทำ ซึ่งต้องการพลัง Logic ในระดับนึง ไม่งั้นจะผ่านไปไม่ได้

Logic คือค่าพลังติดตัวของเราเอง ไม่เกี่ยวกับตัวโปรแกรม Excel ซึ่งเป็น Tool (อาวุธ) ที่จะเพิ่มพลังพิเศษหรือ Ability ให้เรา (เช่น การใช้ Pivot Table, IF, VLOOKUP, Remove Duplicates, ความสามารถ Power Query

ซึ่งถึงรู้ว่าพวกนี้ทำงานยังไง (จากการอ่าน การอบรม) แต่ถ้าเอาไปใช้ไม่ถูกเพราะค่าพลังยังไม่พอก็อาจทำงานไม่สำเร็จ ( คำว่าค่าพลังอาจไม่ใช่แค่ Logic นะ เช่น อาจต้องมี systematic thinking ด้วย ต้องมี creative thinking ด้วย)

Mission ง่ายเกินไป

ทำอย่างไรเราถึงจะมี Logic ดีขึ้น? ตอนที่ 1 3
รูป Poring
Monster ระดับกระจอกสุดใน Ragnarok
จาก http://write.ratemyserver.net/

สมมติว่าตอนแรกเรามีค่าพลัง Logic คือ 10 และงานที่เราต้องทำคือ Excel Mission ระดับ D ซึ่งเป็นงานที่ง่ายหน่อย แค่มีพลัง Logic ระดับ 3 ก็น่าจะผ่านไปได้

พอเราจบ Mission เราก็จะได้รับ Experience ทำให้ค่าพลังเราสูงขึ้น แต่เนื่องจากว่างาน Mission D มันไม่ท้าทายด้าน Logic เอาซะเลย ค่าพลัง Logic ของเราก็จะเพิ่มขึ้นแค่นิดเดียวเท่านั้น เช่น อาจเพิ่มแค่ 0.5 กลายเป็น 10.5

Tips: ตรงนี้จะต่างจากในเกมตรงที่ หลายๆ เกมจะยอมให้เราเลือกว่าจะเอา Exp มาอัปพลังด้านไหนที่ต้องการก็ได้ แต่ชีวิตจริงค่าพลังเราจะพัฒนาได้ดีก็ต่อเมื่อเราฝึกเรื่องนั้น เช่น ฝึก Excel คงไม่สามารถทำให้ Skill การพูดเก่งขึ้นจริงมะ 555

Mission ยากจัด

ทำอย่างไรเราถึงจะมี Logic ดีขึ้น? ตอนที่ 1 4
รูป Baphomet เป็น Boss ตัวนึงในเกม Ragnarok จากเว็บ https://tenor.com/view/ragnarok-baphomet-satan-gif-15267504

ในทำนองเดียวกัน ถ้าเราไปเจองานที่ยากเกินไป เช่นต้องไปทำ Mission ระดับ S ซึ่งต้องการพลัง Logic ในระดับ 80 ขึ้นจึงจะพอมีสิทธิ์ผ่านไปได้

แต่การที่ให้เราซึ่งมีพลัง Logic ระดับแค่ 10.5 มาทำงานนี้ มันไม่มีทางชนะเลยครับ มันยากเกินไป สู้จบมีแต่ Game Over และท้อแท้มากกว่า และทำงานไป Exp ก็ไม่ได้ด้วย เพราะไม่รู้เรื่องอะไรเลย แบบนี้ก็ไม่ Work จริงมั้ย?

Mission ที่เหมาะกับตัวเองดีที่สุด

สมมติว่าเราไปเจอ Mission ที่เหมาะกับตัวเองแล้ว นั่นคือ Mission Class C ที่ต้องการพลัง Logic ประมาณ 12 ซึ่งการที่เรามีพลัง Logic อยู่ประมาณ 10.5 แบบนี้แหละเป็นตัวที่เราพอมีสิทธิ์ทำสำเร็จ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาซักนิดนึง เพราะมันมีความท้าทายกว่าพลังที่เรามีเล็กน้อย แต่ถ้าทำสำเร็จ เราจะได้รับค่าพลัง Logic ที่เพิ่มขึ้นเยอะพอสมควร อาจจะเปลี่ยนจาก 10.5 เป็น 15 หรือ 20 ได้เลย

และถ้าเราฝึกฝนมากพอ พลัง Logic เราก็จะเยอะพอที่จะทำ Mission Class S ผ่านได้จริงมะ?

ถ้างานที่ต้องทำมันมีแต่งานที่ยากเกินไปล่ะ?

ถ้ารู้สึกว่างานที่ต้องทำ ทุกอันมันยากเกินไปสำหรับเรา ก็ต้องยอมรับความจริงก่อน แล้วรีบกลับมาฝึกฝนหรือ Training ในพื้นที่ปลอดภัย (ที่พลาดแล้วไม่เป็นไร) จนเก่งขึ้นก่อน ซึ่งจะอ่านเว็บ อ่านหนังสือ ดู YouTube ลงคอร์สออนไลน์ แล้วหัดทำแบบฝึกหัดตามจนมีค่าพลังที่มากพอก่อน แล้วค่อยไปลุย Mission ที่มีผลต่อความเป็นความตายจริงๆ (พลาดแล้วเกิดความเสียหาย) อีกที

สรุป

ที่เขียนมาซะยืดยาว ก็คือจะบอกว่า งาน Excel ก็มีทั้งแบบที่ใช้ Logic ง่ายๆ ก็ทำได้ และแบบที่ต้องเป็นคนที่ Logic ดีมากๆ จึงจะทำได้ (ก็เหมือนกับเกมปริศนา ที่มีทั้งแบบยากและง่าย อย่าง Sudoku เกมเดียวกันแท้ๆ ก็ยังมีทั้งแบบยากแบบง่ายเลย)

ดังนั้นเราต้องฝึกฝน Logic ของเราด้วยงานในระดับที่เหมาะสมกับเรา ให้เรามีความคิดเชิง Logic ที่ดีขึ้นในระดับนึงซะก่อน จึงจะไปเผชิญหน้ากับงานที่ยากมากๆ ได้นั่นเอง

เดี๋ยวตอนต่อไปจะมาดูแนวทางการฝึกฝนใน Excel กันว่าจะทำไงดี เพื่อจะฝึกให้เราเป็นคนที่ Logic ดีขึ้นได้ครับ รอติดตามได้เลย!

........

ใครที่ชื่นชอบบทความนี้และเห็นว่ามีประโยชน์ ช่วยบอกต่อเพื่อนๆ ของคุณด้วยนะครับ
ยิ่งเกิดประโยชน์กับคนเยอะๆ ผู้เขียนก็ยิ่งดีใจครับ คนแชร์ก็ได้ร่วมสร้างประโยชน์ด้วยนะ ^^

อย่าลืมกดติดตามเทพเอ็กเซลได้ที่ Facebook.com/ThepExcel
และสามารถติดตามคลิปวีดีโอเจ๋งๆ ได้ที่ YouTube Channel ของ Thep Excel ครับ


Power BI ตอนที่ 09: สร้าง Date Table ด้วย DAX
ทำอย่างไรเราถึงจะมี Logic ดีขึ้น? ตอนที่ 2
  • 693
  •  
  •  
  •  
  •  

Posted on: February 12, 2020

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *