Thep Excel

231 functions

SUMMARIZE สร้างตารางสรุปโดยจัดกลุ่มข้อมูลตามคอลัมน์ที่กำหนด คล้าย GROUP BY ใน SQL หรือ Pivot Table ใน Excel คืนค่าตารางที่มีหนึ่งแถวต่อหนึ่ง unique combination ของคอลัมน์ที่เลือก สามารถอ้างถึงคอลัมน์จาก related table ได้โดยตรงโดยไม่ต้องใช้ RELATED มักใช้สร้าง virtual table ใน measure เพื่อทำ intermediate calculations ก่อนใช้ iterator functions อย่าง SUMX, AVERAGEX คำนวณต่อ ⚠️ Best Practice: ใช้ ADDCOLUMNS ครอบ SUMMARIZE แทนการใส่ extension columns ตรงๆ เพื่อ performance และ filter context control ที่ดีกว่า สำหรับ calculated table แนะนำใช้ SUMMARIZECOLUMNS แทนเนื่องจากมี performance ดีกว่าอย่างมาก

Syntax
SUMMARIZE(<table>, <groupBy_columnName>[, <groupBy_columnName>]...)

SUMMARIZECOLUMNS เป็นฟังก์ชันหลักสำหรับสร้างตารางสรุปผล โดยจัดกลุ่มตามคอลัมน์ที่กำหนด พร้อมเพิ่มคอลัมน์คำนวณจากเมเชอร์ และสามารถใส่เงื่อนไขกรองได้ทันที

Syntax
SUMMARIZECOLUMNS( <groupBy_columnName> [, <filterTable>] [, <name>, <expression>] )

SUMX เป็น iterator function ที่ทรงพลังใน DAX ออกแบบมาเพื่อวนลูปทีละแถวในตารางที่กำหนด แล้วคำนวณ expression ที่ซับซ้อนสำหรับแต่ละแถวก่อนนำผลลัพธ์ทั้งหมดมารวมกัน ต่างจาก SUM ที่รวมเฉพาะค่าใน column เดียว SUMX สร้าง row context สำหรับแต่ละแถว ทำให้สามารถคำนวณ expression อย่าง Quantity × Price หรือใช้ RELATED ดึงข้อมูลข้ามตารางได้ มีกลไก context transition อัตโนมัติเมื่อเจอ measure ในนั้น เหมาะสำหรับการคำนวณซับซ้อนระดับแถวข้อมูล ประหยัดพื้นที่ model เพราะไม่ต้องสร้าง calculated column แต่ช้ากว่า SUM และไม่รองรับ DirectQuery mode ใน calculated columns หรือ RLS rules

Syntax
SUMX(<table>, <expression>)

SWITCH เป็นฟังก์ชันตรรมชาติสำหรับจัดการหลายกรณี ช่วยให้หลีกเลี่ยง IF ซ้อนหลายชั้น และสามารถใช้รูปแบบ SWITCH(TRUE()) ได้ สำหรับเงื่อนไขแบบช่วง (>=, <=) หรือเงื่อนไขซับซ้อน

Syntax
SWITCH(<expression>, <value1>, <result1>[, <value1>, <result1>]...[, <else>])

แปลงตารางเป็นสตริงรูปแบบ CSV โดยกำหนดจำนวนแถวสูงสุด ตัวคั่น และว่าจะใส่หัวคอลัมน์หรือไม่

Syntax
TOCSV(<Table> [, <MaxRows>] [, <Delimiter>] [, <IncludeHeaders>])

คืนตาราง Top N แถวจากตารางที่กำหนด โดยเรียงตามนิพจน์หนึ่งตัวหรือมากกว่า สามารถระบุทิศทางการเรียงลำดับแยกต่างหากสำหรับแต่ละเกณฑ์

Syntax
TOPN(<N_Value>, <Table> [, <OrderBy_Expression> [, [<Order>] [, <OrderBy_Expression> [, [<Order>]]]...]])

ฟังก์ชันเชิงเครื่องมือสำหรับเลือกจำนวนแถวสูงสุด (Top N) ต่อ ระดับในโครงสร้างลำดับชั้น (hierarchy) ที่มีการขยาย/ยุบโหนด

Syntax
TOPNPERLEVEL(<Rows>, <Table>, <LevelsDefinition>, <NodesExpanded>, <LevelsBoundaries>, <RestartIndicatorColumnName>)

ดึงแถวจากตารางโดยข้ามจำนวนแถวที่กำหนดก่อน แล้วคืนแถวถัดไปตามการเรียงลำดับที่ระบุ มีประสิทธิภาพสูงสำหรับงาน pagination

Syntax
TOPNSKIP(<Rows>, <Skip>, <Table> [, <OrderExpr> [, [<Order>] [, <OrderExpr> [, [<Order>]]]]])

TOTALQTD คำนวณยอดสะสมตั้งแต่วันแรกของไตรมาส (Q1/Q2/Q3/Q4) จนถึงวันที่ล่าสุดใน filter context ปัจจุบัน.ส่วนตัวผมใช้บ่อยมากตอน analyze quarterly performance และการวิเคราะห์ KPI รายไตรมาสครับ

Syntax
TOTALQTD(<Expression>, <Dates> [, <Filter>])

คำนวณยอดสะสมตั้งแต่ต้นสัปดาห์ (Week-to-Date) ของ Expression ตามคอลัมน์วันที่ที่กำหนด โดยรวมข้อมูลจากวันแรกของสัปดาห์จนถึงวันปัจจุบันในบริบท

Syntax
TOTALWTD(<expression>, <calendar> [, <filter>])

TOTALYTD คำนวณยอดสะสมตั้งแต่ต้นปี (Year-to-Date) ของ expression ใดๆ โดยอิงจาก Date table และสามารถกำหนด fiscal year end date เพื่อรองรับปีงบประมาณที่ไม่ตรงกับปีปฏิทินได้.ส่วนตัวผมใช้บ่อยมากตอนต้องวิเคราะห์ยอดขาย KPI และรายงานทางการเงินที่ต้องการติดตามความก้าวหน้าตลอดทั้งปีครับ

Syntax
TOTALYTD(<Expression>, <Dates> [, <Filter>] [, <YearEndDate>])

TREATAS เป็นเสมือนการสร้าง "virtual relationship" โดยไม่ต้องแก้โมเดล ช่วยให้ส่งเงื่อนไขข้ามตารางที่ไม่เชื่อมกัน หรือเมื่อต้องการส่งหลายคีย์พร้อมกัน

Syntax
TREATAS(table_expression, column, [column])

ฟังก์ชันทำความสะอาดข้อความ ลบช่องว่างส่วนเกินนำหน้า ท้าย และช่องว่างหลายตัวระหว่างคำ โดยคงไว้ช่องว่างเดี่ยวระหว่างคำเท่านั้น

Syntax
TRIM(<text>)

TRUE คืนค่าตรรกะ TRUE ใช้เป็นค่าคงที่ใน DAX เช่น ใช้กับ SWITCH(TRUE()) เพื่อจัดการเงื่อนไขหลายระดับ หรือใช้ร่วมกับ IF/AND/OR ในการสร้างตรรกะ

Syntax
TRUE()

UNICHAR รับค่าโค้ด Unicode (ฐานสิบ) และคืนอักขระที่ตรงกับโค้ดนั้น ใช้สร้างสัญลักษณ์หรืออักขระพิเศษใน Measures/Columns เพื่อเพิ่มความสื่อสารในรายงาน

Syntax
UNICHAR(unicode_number)

UNICODE คืนค่า code point ของอักขระตัวแรกในข้อความ ใช้ในการตรวจสอบ/จำแนกข้อความตามอักขระนำหน้า หรือทำตรรกะเกี่ยวกับการเข้ารหัส และมักใช้คู่กับ UNICHAR

Syntax
UNICODE(<Text>)

UNION รวมหลายตารางให้เป็นตารางเดียวด้วยการต่อแถว โดยเก็บแถวซ้ำไว้ทั้งหมด เหมาะกับการรวมชุดข้อมูลที่มีโครงสร้างคอลัมน์สอดคล้องกัน

Syntax
UNION(<table1>, <table2>[, <table3>, ...])

USERELATIONSHIP ช่วยให้คุณใช้ relationship ที่ไม่ใช่ active หรือเปลี่ยน relationship ที่ใช้ในการคำนวณ เหมาะสำหรับสถานการณ์เช่น sales data ที่มีหลาย date columns (OrderDate, ShippingDate, DeliveryDate)

Syntax
USERELATIONSHIP(<columnName1>, <columnName2>)

UTCNOW ส่งค่าวันที่และเวลาปัจจุบันในรูปแบบ UTC (Coordinated Universal Time) แตกต่างจาก NOW() ที่ส่งเวลาตามโซนเวลาท้องถิ่น UTCNOW มีประโยชน์เมื่อทำงานในสภาพแวดล้อมคลาวด์ (Power BI Service ใช้ UTC) หรือแอปพลิเคชันระหว่างประเทศที่ต้องการมาตรฐานเวลาเดียวกัน

Syntax
UTCNOW()

UTCTODAY คืนค่าวันที่ปัจจุบัน (datetime) ตามเวลา UTC ใช้เมื่ออยากได้วันที่มาตรฐานเดียวกันข้ามเขตเวลา และมักใช้คู่กับ TODAY/UTCNOW เพื่อจัดการความต่างของเขตเวลา

Syntax
UTCTODAY()

VALUE แปลงข้อความที่แทนตัวเลขให้เป็นตัวเลข (decimal) เหมาะสำหรับข้อมูลนำเข้าที่ตัวเลขถูกเก็บเป็นข้อความหรือข้อมูลที่ไม่ทำความสะอาดอย่างถูกต้อง

Syntax
VALUE(<text>)

VALUES ดึงค่าที่ไม่ซ้ำจากคอลัมน์ หรือดึงแถวทั้งหมดจากตาราง โดยรวมแถว BLANK ที่เกิดจากข้อผิดพลาดของความสัมพันธ์ (Referential Integrity Violations) ส่วน DISTINCT จะไม่รวมแถว BLANK นี้

Syntax
VALUES(<TableNameOrColumnName>)

VARX.P คำนวณความแปรปรวน (Variance) โดยสมมติว่าข้อมูลเป็นประชากรทั้งหมด ไม่ใช่ตัวอย่าง วัดความกระจายตัวของค่ารอบค่าเฉลี่ย VARX.P ต่างจาก VARX.S ซึ่งใช้กับตัวอย่าง ความแปรปรวนเป็นกำลังสองของความเบี่ยงเบนมาตรฐาน

Syntax
VARX.P(<Table>, <Expression>)

VARX.S คำนวณความแปรปรวน (Variance) โดยสมมติว่าข้อมูลเป็นตัวอย่าง (Sample) ไม่ใช่ประชากร วัดการกระจายตัวของค่าที่คำนวณแล้วจากการประเมินนิพจน์ ใช้เมื่อข้อมูลที่วิเคราะห์เป็นตัวอย่างเพียงบางส่วน VARX.S มีค่าสูงกว่า VARX.P เพราะใช้ Sampling Correction

Syntax
VARX.S(<Table>, <Expression>)

WEEKDAY คืนค่าเลขวันในสัปดาห์ (1-7) จากวันที่ที่กำหนด สามารถปรับรูปแบบให้เริ่มจากอาทิตย์หรือจันทร์ได้ตามต้องการ เหมาะสำหรับการแยกวันทำงาน วันหยุด หรือวิเคราะห์พฤติกรรมตามวัน

Syntax
WEEKDAY(<Date>, [<ReturnType>])

WINDOW ดึงช่วงแถวภายในพาร์ทิชัน คืนค่าเป็นตาราง เหมาะกับการคำนวณแบบช่วง เช่น moving average, running sum, หรือ lead/lag analysis

Syntax
WINDOW(<From>[, <FromType>], <To>[, <ToType>][, <Relation>][, <OrderBy>][, <Blanks>][, <PartitionBy>][, <MatchBy>][, <Reset>])

YEARFRAC คืนค่าสัดส่วนของปีระหว่าง StartDate และ EndDate โดยเลือกวิธีนับวัน (Basis) ได้ เหมาะกับการวัดช่วงเวลาที่ต้องการผลลัพธ์เป็นจำนวนปีแบบทศนิยม

Syntax
YEARFRAC(<StartDate>, <EndDate>[, <Basis>])