DSUM ใช้หาผลรวมจากคอลัมน์ในฐานข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| database | Range | ฐานข้อมูล (Database) ที่ต้องการหาผลรวม บรรทัดแรกต้องมีชื่อคอลัมน์ (Header) เสมอ |
| field | Text/Number | ชื่อคอลัมน์ที่ต้องการหาผลรวม ใช้ชื่อคอลัมน์ในเครื่องหมายอัญประลัษณ์ เช่น “Amount” หรือใช้ตัวเลขหมายเลขลำดับคอลัมน์เช่น 3 |
| criteria | Range | เขตเงื่อนไข (Criteria Range) ที่กำหนดเงื่อนไขการหาผลรวม บรรทัดแรกต้องมีชื่อคอลัมน์ บรรทัดที่ 2 ขึ้นไปเป็นค่าเงื่อนไข |
DSUM (Database Sum) เป็นฟังก์ชันที่ใช้หาผลรวม (SUM) แต่มีเงื่อนไข คล้ายกับ SUMIF แต่ DSUM ใช้งานกับ Database Range ที่มีเงื่อนไขจากอีก Range นึง
ถ้า SUMIF ใช้สำหรับเงื่อนไขเดียว DSUM ใช้สำหรับเงื่อนไขที่ซับซ้อนมากขึ้น เพราะสามารถกำหนดเงื่อนไข AND ได้หลายข้อ และกำหนดเงื่อนไข OR ได้โดยการเพิ่มบรรทัดในเขตเงื่อนไข
อีกจุดสำคัญคือ DSUM ต้องให้ Database Range มีชื่อคอลัมน์อยู่บรรทัดแรก ไม่งั้นมันจะงง ว่ากำลังหารวมคอลัมน์ไหนอยู่
หาผลรวม Amount (คอลัมน์ C) เฉพาะแถวที่ Department = "Sales" ผลลัพธ์คือ 250,000 บาท
หาผลรวม Profit เฉพาะแถวที่ Department="Sales" AND Region="Bangkok" ตรงเงื่อนไขทั้ง 2 ข้อเท่านั้น
หาผลรวม Amount ของ Department="Sales" OR Department="IT" (บรรทัดต่างกัน = OR) ได้ 380,000 บาท
ตารางพนักงานมี Department และ Salary คอลัมน์ หาผลรวมเงินเดือนของแผนก Engineering = 1,250,000 บาท
DSUM ใช้เขต Criteria Range แยกออกมา ทำให้จัดการเงื่อนไขที่ซับซ้อนได้ง่าย (AND/OR) แต่ SUMIF ใช้เงื่อนไขโดยตรงในฟังก์ชัน SUMIF ดีเมื่อเงื่อนไขง่าย DSUM ดีเมื่อเงื่อนไขหลายตัว
บรรทัดแรกต้องมีชื่อคอลัมน์เดียวกับที่ใน Database Range บรรทัดที่ 2 ขึ้นไปเป็นเงื่อนไข เงื่อนไขในบรรทัดเดียวกัน = AND, บรรทัดต่างกัน = OR
เช่น Database A:D มี 4 คอลัมน์ field=3 หมายถึงหาผลรวมคอลัมน์ที่ 3 (Column C) หรือใช้ชื่อคอลัมน์เช่น "Profit" ถ้าอยากชัดเจน
จะคืนค่า 0 (ศูนย์) เพราะไม่มีข้อมูลที่ตรงเงื่อนไข
ใช้ได้ Database Range ต้องเป็น 2D (แถวและหลัก) บรรทัดแรกเป็น Header เสมอ
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ DSUM จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
หาค่าเฉลี่ยของข้อมูลในตารางแบบฐานข้อมูล (มีหัวคอลัมน์) โดยกรองด้วยตารางเงื่อนไขแยกต่างหาก แล้วคืนค่าเฉลี่ยเฉพาะแถวที่ผ่านเงื่อนไขนั้น
นับจำนวนเซลล์ที่เป็น "ตัวเลข" เท่านั้นในคอลัมน์ที่ระบุของตารางแบบฐานข้อมูล โดยนับเฉพาะแถวที่ผ่านตารางเงื่อนไขที่กำหนดไว้แยกต่างหาก
นับจำนวนเซลล์ที่ "ไม่ว่าง" ในคอลัมน์ที่ระบุของตารางแบบฐานข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขหรือข้อความ โดยนับเฉพาะแถวที่ผ่านตารางเงื่อนไขที่ตั้งไว้
DMAX หาค่าสูงสุดจากคอลัมน์ในฐานข้อมูลที่ตรงกับเงื่อนไขที่กำหนด โดยต้องใช้กับหลายเงื่อนไขที่ซับซ้อน
DMIN ค้นหาค่าต่ำสุดจากคอลัมน์ในฐานข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลแบบมีเงื่อนไข
ฟังก์ชันที่คูณค่าในคอลัมน์ของฐานข้อมูลเมื่อตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด เป็นเครื่องมือสำหรับคำนวณผลคูณแบบมีเงื่อนไขในข้อมูลขนาดใหญ่
DSTDEV คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Sample) จากฐานข้อมูลที่ตรงกับเงื่อนไขที่กำหนด ใช้เมื่อต้องการวิเคราะห์ความแปรปรวนของกลุ่มตัวอย่างจากข้อมูลขนาดใหญ่
ฟังก์ชันที่คำนวณความแปรปรวน (Sample Variance) จากข้อมูลในฐานข้อมูลที่ตรงกับเงื่อนไขที่ระบุ
SUMIF จะทำการบวกตัวเลขในเซลล์ที่ตรงตามเงื่อนไขที่ระบุ (1 เงื่อนไข) โดยสามารถตรวจสอบเงื่อนไขจากช่วงข้อมูลหนึ่ง (range) แล้วไปบวกตัวเลขในอีกช่วงข้อมูลหนึ่ง (sum_range) ได้ หรือจะตรวจสอบและบวกในช่วงเดียวกันก็ได้ ที่เจ๋งคือมันทำงานได้เร็วกว่า SUMPRODUCT หรือ Array Formula มาก เลยเป็นตัวเลือกแรกสำหรับการรวมค่าแบบมีเงื่อนไขครับ
SUMIFS บวกค่าจาก sum_range เฉพาะแถวที่ตรงตามเงื่อนไขทุกข้อพร้อมกัน (AND logic) รองรับได้สูงสุด 127 คู่เงื่อนไข สามารถใช้ comparison operators (>, =, <=, ), wildcard characters (*, ?), และ cell references ใน criteria ได้ เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลแบบ multi-dimensional filtering เช่น รายงานยอดขายตามภูมิภาค ช่วงเวลา และสถานะพร้อมกัน โดยไม่ต้องใช้ helper columns หรือฟังก์ชันซ้อนซับซ้อน
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่