ฟังก์ชันที่คำนวณความแปรปรวน (Sample Variance) จากข้อมูลในฐานข้อมูลที่ตรงกับเงื่อนไขที่ระบุ
=DVAR(database, field, criteria)
=DVAR(database, field, criteria)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| database | Range | Yes | ช่วงของเซลล์ที่ประกอบด้วยฐานข้อมูลหรือรายการข้อมูล แถวแรกควรเป็นชื่อหัวคอลัมน์ เช่น A4:E10 | |
| field | Text or Number | Yes | ระบุว่าจะใช้คอลัมน์ใด สามารถใช้ชื่อหัวคอลัมน์ในเครื่องหมายอัญญาฐาน เช่น “Yield” หรือระบุหมายเลขตำแหน่งคอลัมน์ เช่น 3 (คอลัมน์ที่ 3) | |
| criteria | Range | Yes | ช่วงของเซลล์ที่ระบุเงื่อนไขในการกรองข้อมูล ต้องมีอย่างน้อยหนึ่งชื่อคอลัมน์และหนึ่งเซลล์ด้านล่างเพื่อใส่เงื่อนไข เช่น A1:A3 |
DVAR(A4:E10, "Yield", A1:A3)=DVAR(A4:E10, "Yield", A1:A3)
8.8
DVAR(A4:D8, 3, A1:B2)=DVAR(A4:D8, 3, A1:B2)
2.02
DVAR(A4:D8, "Quantity", B1:D3)=DVAR(A4:D8, "Quantity", B1:D3)
22.33
DVAR(A2:E100, "Score", F1:F2)=DVAR(A2:E100, "Score", F1:F2)
125.5
DVAR คำนวณ Sample Variance (หารด้วย n-1) ใช้เมื่อข้อมูลเป็นตัวอย่างจากประชากรที่ใหญ่กว่า ส่วน DVARP คำนวณ Population Variance (หารด้วย n) ใช้เมื่อข้อมูลเป็นประชากรทั้งหมด ค่าของ DVAR จึงมักจะสูงกว่า DVARP เล็กน้อย
วางเงื่อนไขแยกจากฐานข้อมูลหลัก ช่วง Criteria ต้องมีชื่อคอลัมน์ที่ตรงกับฐานข้อมูลในแถวแรก และแถวด้านล่างระบุค่าเงื่อนไข ต้องไม่ทับซ้อนกับฐานข้อมูลหลัก
ได้ ใช้ * เพื่อแทนอักขระหลายตัว ? เพื่อแทนอักขระเดียว ถ้าต้องการค้นหา * หรือ ? ตัวจริง ให้ใช้ ~ นำหน้า เช่น ~* สำหรับการค้นหาแบบข้อความ
ต้องเป็นช่วงต่อเนื่อง แต่ไม่จำเป็นต้องอยู่เฉพาะแถวแรก เพียงแค่ระบุช่วงที่ประกอบด้วยหัวคอลัมน์และข้อมูลทั้งหมด
DVAR จะส่งกลับค่า #DIV/0! error เพราะไม่สามารถคำนวณความแปรปรวนจากข้อมูลว่างได้
DVAR เป็นฟังก์ชันสำหรับหาความแปรปรวนของตัวอย่าง (Sample Variance) จากข้อมูลในฐานข้อมูลหรือรายการข้อมูล โดยคำนึงถึงเงื่อนไขที่คุณกำหนด เหมาะสำหรับกรณีที่ข้อมูลของคุณแทนเพียงตัวอย่างของประชากรที่ใหญ่กว่า
จุดที่ต้องระวังคือ DVAR คำนวณ Sample Variance (หารด้วย n-1) ถ้าข้อมูลของคุณเป็นประชากรทั้งหมด ต้องใช้ DVARP แทน ความแปรปรวนบ่งชี้ว่าข้อมูลกระจัดกระจายจากค่าเฉลี่ยแค่ไหน ยิ่งสูง ยิ่งกระจัด