TODAY คืนค่า Serial Number ของวันที่ปัจจุบันตามเวลาของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยเวลาจะเป็น 0:00:00 เสมอ
.
ที่เจ๋งคือฟังก์ชันนี้เป็นประเภท Volatile ที่จะคำนวณใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในชีท ที่ต้องระวังคือไม่เหมาะกับการบันทึกวันที่ทำรายการ (Transaction Date) ที่ต้องการให้คงที่ครับ เพราะมันจะเปลี่ยนทุกครั้งที่เปิดไฟล์
=TODAY()
=TODAY()
ใช้ TODAY ลบด้วยวันที่เกิดหนี้ เพื่อจัดกลุ่มลูกหนี้ว่าค้างชำระมานานเท่าไหร่แล้ว (30, 60, 90 วัน)
ใช้สูตร ="ข้อมูล ณ วันที่ " & TEXT(TODAY(), "dd mmmm yyyy") เพื่อแสดงหัวรายงานที่เป็นปัจจุบันเสมอทุกครั้งที่ปรินท์
TODAY()=TODAY()
30/11/2025
TODAY() - A2=TODAY() - A2
5
DATEDIF(A2, TODAY(), "Y")=DATEDIF(A2, TODAY(), "Y")
25
DATE(YEAR(TODAY()), MONTH(TODAY()), 1)=DATE(YEAR(TODAY()), MONTH(TODAY()), 1)
01/12/2025
TODAY() + 7=TODAY() + 7
07/12/2025
ห้ามใช้ TODAY ครับ แต่ให้กดคีย์ลัด Ctrl + ; (เซมิโคลอน) เพื่อพิมพ์วันที่ปัจจุบันลงไปเป็นค่าคงที่แทน
.
ส่วนตัวผมใช้วิธีนี้ตอนต้องบันทึกวันที่ทำรายการ เพราะไม่อยากให้มันเปลี่ยนทุกครั้งที่เปิดไฟล์ครับ
ไม่มีครับ TODAY จะคืนค่าเวลาเป็น 0:00:00 เสมอ ถ้าต้องการทั้งวันที่และเวลา ให้ใช้ฟังก์ชัน NOW แทน
เป็นปกติของฟังก์ชัน TODAY ที่เป็น Volatile Function ครับ คือจะคำนวณใหม่เสมอเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ใน Excel หรือเมื่อเปิดไฟล์ใหม่
.
เอาจริงๆ นะครับ ถ้าต้องการให้วันที่คงที่ ต้องใช้ Ctrl + ; พิมพ์เป็นค่าคงที่แทน
TODAY คืนค่าวันที่ปัจจุบัน (ไม่มีพารามิเตอร์) ส่วน DATE ต้องระบุปี เดือน วัน เพื่อสร้างวันที่แน่นอนตามต้องการครับ ใช้กรณีต่างกัน
ได้ครับ แต่ที่ต้องระวังคือ Power Query ใช้ Date.From(DateTime.Now) หรือ DateTime.LocalNow() แทน ส่วน Power BI ใช้ TODAY ได้เหมือน Excel เลย
TODAY เป็น Excel date function ที่คืนค่าวันที่ปัจจุบันตามเวลาของเครื่อง อัปเดตอัตโนมัติทุกครั้งที่เปิดไฟล์หรือคำนวณใหม่
.
ที่เจ๋งคือฟังก์ชันนี้เป็นประเภท Volatile ที่คำนวณใหม่เสมอเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในชีท
.
ส่วนตัวผมใช้บ่อยมากตอนต้องคำนวณอายุลูกหนี้ อายุพนักงาน หรือสร้างรายงานที่ต้องการวันที่ปัจจุบันเสมอครับ 😎