ฟังก์ชั่นที่แปลงเลขฐานสอง (Binary) เป็นเลขฐานแปด (Octal) โดยรองรับการเติมศูนย์นำหน้า
=BIN2OCT(number, [places])
=BIN2OCT(number, [places])
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| number | Text or Number | Yes | เลขฐานสองที่ต้องการแปลง สามารถเป็นข้อความหรือตัวเลข โดยมีความยาวสูงสุด 10 หลัก | |
| places | Number | Optional | Auto (ไม่มีศูนย์นำหน้า) | จำนวนหลักของผลลัพธ์ที่ต้องการ (เติมศูนย์นำหน้าหากจำเป็น) ถ้าไม่ระบุ ผลลัพธ์จะแสดงเพียงจำนวนหลักที่จำเป็น |
BIN2OCT("1001")=BIN2OCT("1001")
11
BIN2OCT("1001", 4)=BIN2OCT("1001", 4)
0011
BIN2OCT("110100101")=BIN2OCT("110100101")
645
BIN2OCT("1111111111")=BIN2OCT("1111111111")
1777
เพราะว่าเลขฐานสองที่เขียนโดยไม่มี quotes อาจถูก Excel ตีความว่าเป็นตัวเลขทั่วไป ตัวอย่างเช่น 1001 อาจมองว่าเป็นพันเก้า แทนที่จะเป็นเลขฐานสอง ดังนั้นเขียนเป็น “1001” เพื่อให้แน่ใจว่า Excel เข้าใจว่าเป็นเลขฐานสอง
Excel จะแสดง #NUM! error เนื่องจากฟังก์ชั่นนี้รองรับเลขฐานสองสูงสุด 10 หลัก ซึ่งสอดคล้องกับ 9 บิตข้อมูลบวก 1 บิตเครื่องหมาย
ได้ โดยใช้ระบบ Two’s Complement (เลขประกอบด้วย 1 บิตเครื่องหมายและ 9 บิตขนาด) ผลลัพธ์จะเป็นเลขฐานแปด 10 หลักที่แสดงค่าติดลบ
ไม่มีความแตกต่าง ทั้งสองแบบจะแสดงผลลัพธ์เพียงจำนวนหลักที่จำเป็น โดยไม่มีศูนย์นำหน้า
ได้ แต่ผลลัพธ์จะมีศูนย์นำหน้าเพิ่มเติม สำหรับตัวเลขปกติ สำหรับตัวเลขติดลบจะใช้ 10 หลักเสมอ ไม่ว่า places จะเป็นเท่าไหร่
BIN2OCT เป็นฟังก์ชั่นสำหรับแปลงตัวเลขฐานสองเป็นฐานแปด ซึ่งมักใช้ในการทำงานกับระบบเก่า เลขสิทธิ์ไฟล์ (File Permissions) ใน Unix/Linux หรือการประมวลผลข้อมูลเทคนิค
ฟังก์ชั่นนี้รับค่าฐานสองสูงสุด 10 หลัก และแปลงเป็นฐานแปดได้ อีกจุดสำคัญคือ BIN2OCT รองรับตัวเลขติดลบด้วย (ใช้ระบบ Two’s Complement) แต่เมื่อใช้ตัวเลขติดลบ ผลลัพธ์จะมี 10 หลักเสมอ